← กลับไปยังบทความทั้งหมด

จอห์น อเล็กซานเดอร์ สมิธ นักปรัชญาผู้บุกเบิกหลักสูตร PPE ของออกซ์ฟอร์ด

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ Waynflete ด้านปรัชญาจริยธรรมและอภิปรัชญาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
  • เป็นผู้ผลักดันหลักสูตร PPE (ปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์) เพื่อให้การศึกษาปรัชญาเข้าถึงได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องใช้ภาษากรีก
  • ร่วมกับ William David Ross แปลผลงานของอริสโตเติลเป็นภาษาอังกฤษจำนวน 12 เล่ม

จอห์น อเล็กซานเดอร์ สมิธ (21 เมษายน 1863 – 19 ธันวาคม 1939) เป็นนักปรัชญาแนวคิดจิตนิยม (Idealist) ชาวอังกฤษ ผู้มีบทบาทสำคัญในแวดวงวิชาการของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด โดยเขาดำรงตำแหน่งอาจารย์บรรยายด้านปรัชญา (Jowett Lecturer) ที่ Balliol College ระหว่างปี 1896 ถึง 1910 และต่อมาได้เป็นศาสตราจารย์ Waynflete ด้านปรัชญาจริยธรรมและอภิปรัชญา (Waynflete Professor of Moral and Metaphysical Philosophy) พร้อมทั้งเป็นสมาชิกของ Magdalen College ตั้งแต่ปี 1910 จนถึงปี 1935

ชีวิตและการทำงาน

สมิธได้รับการศึกษาจาก Inverness Academy, Edinburgh Collegiate School และมหาวิทยาลัยเอดินบะระ (ซึ่งเขาได้รับทุนการศึกษา Ferguson classical scholar ในปี 1884) ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่ Balliol College มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในฐานะ Warner exhibitioner และ honorary scholar

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการร่วมมือกับ William David Ross ในการแปลผลงานของอริสโตเติล (Aristotle) เป็นจำนวน 12 เล่ม นอกจากนี้ เขายังได้บรรยายในหัวข้อ Heritage of Idealism ในการบรรยาย Gifford Lectures ระหว่างปี 1929–1931 แม้ว่าเนื้อหาดังกล่าวจะไม่ได้รับการตีพิมพ์ก็ตาม

ทัศนะต่อการศึกษาและปรัชญา

สมิธมีความคิดเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับจุดประสงค์ของการศึกษา โดยครั้งหนึ่งเขาเคยกล่าวในการบรรยายปี 1914 ว่า "ไม่มีสิ่งใดที่คุณจะได้เรียนรู้ในระหว่างการศึกษาที่จะมีประโยชน์ต่อคุณในชีวิตจริงเลย ยกเว้นเพียงสิ่งเดียว คือหากคุณขยันและตั้งใจ คุณจะสามารถแยกแยะได้ว่าเมื่อใดที่ใครบางคนกำลังพูดเรื่องไร้สาระ และนั่นคือจุดประสงค์หลัก หรืออาจจะเป็นจุดประสงค์เดียวของการศึกษา"

ในด้านแนวคิดทางปรัชญา ช่วงแรกเขาสนใจด้านวรรณกรรมและนิรุกติศาสตร์ ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาหันมายึดถือแนวคิดสัจนิยม (Realism) แต่เมื่อได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ Waynflete เขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากนักปรัชญาชาวอิตาลีอย่าง Benedetto Croce และต่อมาได้รับอิทธิพลจาก Giovanni Gentile

การสร้างหลักสูตร PPE

สมิธมีบทบาทสำคัญและเป็นนวัตกรรมในการก่อตั้งหลักสูตร Philosophy, Politics and Economics (PPE) หรือ ปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด

ในปี 1910 สมิธเป็นผู้เสนอหลักการ "Greats without Greek" (วิชาหลักโดยไม่มีภาษากรีก) โดยเขาโต้แย้งว่านักศึกษาที่ต้องการเรียนปรัชญาไม่จำเป็นต้องเรียนภาษากรีกโบราณเสมอไป เพราะการใช้คำแปลที่ดีของผลงานของเพลโตและอริสโตเติลก็เพียงพอแล้วสำหรับการศึกษาปรัชญา การผลักดันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การเข้าถึงวิชาปรัชญาง่ายขึ้น แต่ยังช่วยลดความเป็นชนชั้นสูงของออกซ์ฟอร์ด โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่ไม่ได้มาจากโรงเรียนรัฐบาลที่สอนภาษากรีกให้สามารถเข้าเรียนในสาขาวิชานี้ได้

แม้ว่าแผนการนี้จะถูกขัดจังหวะด้วยสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ในที่สุดก็นำไปสู่การจัดตั้ง Final Honour School of Philosophy, Politics and Economics ในปี 1920

ข้อโต้แย้งและคำวิจารณ์

แม้สมิธจะเป็นผู้บุกเบิก แต่เขาก็ถูกวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญในสาขาอื่น เช่น Lionel Robbins นักเศรษฐศาสตร์ที่มองว่าสมิธมักจะคิดว่าวิชาปรัชญามีอำนาจเหนือวิชาอื่นๆ และมักจะวิพากษ์วิจารณ์ระเบียบวิธีทางเศรษฐศาสตร์ทั้งที่ไม่มีความรู้ในด้านนั้นอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ เขายังเคยพยายามโต้แย้งว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์นั้นผิด ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับนักฟิสิกส์ในสมัยนั้น

คำถามที่พบบ่อย

จอห์น อเล็กซานเดอร์ สมิธ คือใคร?

เขาเป็นนักปรัชญาแนวคิดจิตนิยมชาวอังกฤษ และศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งหลักสูตร PPE

บทบาทสำคัญของสมิธในการสร้างหลักสูตร PPE คืออะไร?

เขาเสนอแนวคิด 'Greats without Greek' เพื่อให้นักศึกษาเรียนปรัชญาผ่านคำแปลได้โดยไม่ต้องบังคับให้เรียนภาษากรีกโบราณ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กว้างขึ้น

สมิธมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับจุดประสงค์ของการศึกษา?

เขามองว่าจุดประสงค์หลักของการศึกษาคือการฝึกให้คนสามารถแยกแยะได้ว่าเมื่อใดที่ใครบางคนกำลังพูดเรื่องไร้สาระ