← กลับไปยังบทความทั้งหมด

จอห์น วอลเตอร์ ที่ 3 บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะไทมส์และนักการเมืองชาวอังกฤษ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้บริหารหนังสือพิมพ์ The Times และมีอิทธิพลต่อทิศทางของเนื้อหาข่าว
  • พัฒนา 'Walter Press' ในปี 1869 ซึ่งเป็นนวัตกรรมต้นแบบของเครื่องพิมพ์หนังสือพิมพ์สมัยใหม่
  • เป็นสมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษสังกัดพรรคเสรีนิยมระหว่างปี 1847-1885
  • สร้างหมู่บ้านตัวอย่างที่ซินเดิลแฮม ซึ่งมีอาคาร Walter Arms ที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

จอห์น วอลเตอร์ ที่ 3 (8 ตุลาคม ค.ศ. 1818 – 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1894) เป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์และนักการเมืองชาวอังกฤษสังกัดพรรคเสรีนิยม (Liberal Party) ผู้มีบทบาทสำคัญในสภาสามัญชน (House of Commons) ในช่วงปี ค.ศ. 1847 ถึง 1885

ภาพพอร์ตเทรตของ จอห์น วอลเตอร์ ที่ 3
จอห์น วอลเตอร์ ที่ 3 ผู้บริหารหนังสือพิมพ์ The Times

ประวัติและการศึกษา

วอลเตอร์เกิดที่ Printing-house Square โดยเป็นบุตรชายคนโตของจอห์น วอลเตอร์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ The Times เขาได้รับการศึกษาจากวิทยาลัยอีตัน (Eton) และวิทยาลัยเอ็กซีเตอร์ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Exeter College, Oxford) และได้รับการแต่งตั้งเป็นเนติบัณฑิตในปี ค.ศ. 1847

การบริหารงานที่ The Times และนวัตกรรมการพิมพ์

หลังจากสำเร็จการศึกษาจากออกซฟอร์ด วอลเตอร์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารธุรกิจของหนังสือพิมพ์ The Times และเมื่อบิดาเสียชีวิต เขาได้ก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการเพียงผู้เดียว โดยได้มอบหมายงานบางส่วนให้แก่ มอว์เบรย์ มอร์ริส (Mowbray Morris)

วอลเตอร์เป็นผู้ที่มีความสนใจในด้านวิชาการและมีทัศนะทางศาสนาที่เคร่งครัด ซึ่งบุคลิกที่ยึดมั่นในหลักการของเขาส่งผลอย่างมากต่อทิศทางและโทนของการนำเสนอข่าวในหนังสือพิมพ์

ในด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ วอลเตอร์ได้สานต่อการพัฒนาเครื่องจักรการพิมพ์ที่บิดาของเขาเริ่มไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1814 จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1869 ได้มีการสร้าง "Walter Press" ซึ่งถือเป็นต้นแบบของเครื่องพิมพ์หนังสือพิมพ์สมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์อย่างมหาศาล

บทบาททางการเมือง

วอลเตอร์เข้าสู่เส้นทางการเมืองในฐานะสมาชิกพรรคเสรีนิยมสายกลาง โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาสามัญชนตัวแทนเขตนอตทิงแฮม (Nottingham) ในปี ค.ศ. 1847 และได้รับเลือกตั้งซ้ำในปี ค.ศ. 1852 และ 1857 ต่อมาในปี ค.ศ. 1859 เขาได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทนเขตเบิร์กเชียร์ (Berkshire) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เขาพำนักอยู่ที่บ้าน Bearwood House ในเมืองซินเดิลแฮม (Sindlesham)

ที่ซินเดิลแฮม วอลเตอร์ได้สร้างหมู่บ้านตัวอย่างที่จัดวางผังรอบพื้นที่สีเขียว ซึ่งรวมถึงอาคารสไตล์วิกตอเรียที่ใช้เป็นผับ ซึ่งปัจจุบันยังคงใช้ชื่อตระกูลของเขาคือ "Walter Arms"

แม้จะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี ค.ศ. 1865 แต่เขาสามารถกลับมาได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทนเขตเบิร์กเชียร์อีกครั้งในปี ค.ศ. 1868 และดำรงตำแหน่งจนกระทั่งเกษียณอายุทางการเมืองในปี ค.ศ. 1885

ชีวิตส่วนตัวและทายาท

วอลเตอร์สมรสสองครั้ง ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1842 กับเอมิลี ฟรานเซส คอร์ท (Emily Frances Court) ซึ่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1858 และครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1861 กับฟลอร่า แมคนับ (Flora Macnab) จากตระกูลแมคนับ (Clan Macnab)

โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นกับครอบครัวเมื่อ จอห์น บัลสตัน วอลเตอร์ ที่ 4 บุตรชายคนโตจากการสมรสครั้งแรก ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตที่ Bearwood ในคืนวันคริสต์มาสอีฟ ปี ค.ศ. 1870 ขณะพยายามช่วยเหลือน้องชายและลูกพี่ลูกน้อง

ภายหลังการเสียชีวิตของจอห์น วอลเตอร์ ที่ 3 เขาได้รับการสืบทอดกิจการโดย อาเธอร์ เฟรเซอร์ วอลเตอร์ (Arthur Fraser Walter) บุตรชายคนที่สองจากการสมรสครั้งแรก ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าของหลักของ The Times จนถึงปี ค.ศ. 1908 เมื่อกิจการถูกเปลี่ยนเป็นรูปแบบบริษัท จากนั้นอาเธอร์ได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และเมื่อเขาเสียชีวิต ลูกชายของเขาซึ่งชื่อจอห์นก็ได้เข้ามารับช่วงต่อในตำแหน่งนี้

คำถามที่พบบ่อย

จอห์น วอลเตอร์ ที่ 3 มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อวงการสื่อสิ่งพิมพ์?

เขามีบทบาทสำคัญในการบริหารหนังสือพิมพ์ The Times และการพัฒนา 'Walter Press' ในปี 1869 ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ที่วางรากฐานให้กับเทคโนโลยีการพิมพ์หนังสือพิมพ์ในยุคสมัยใหม่

จอห์น วอลเตอร์ ที่ 3 ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในเขตใดบ้าง?

เขาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาสามัญชนตัวแทนเขตนอตทิงแฮม (1847, 1852, 1857) และเขตเบิร์กเชียร์ (1859 และ 1868-1885)

Walter Press คืออะไร?

Walter Press คือเครื่องพิมพ์หนังสือพิมพ์ที่พัฒนาขึ้นในปี 1869 โดยจอห์น วอลเตอร์ ที่ 3 ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการพิมพ์ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใครเป็นผู้สืบทอดกิจการ The Times ต่อจากเขา?

เขาได้รับการสืบทอดกิจการโดย อาเธอร์ เฟรเซอร์ วอลเตอร์ บุตรชายคนที่สองจากการสมรสครั้งแรก ซึ่งบริหารงานจนกระทั่งกิจการเปลี่ยนเป็นบริษัทในปี 1908