Journal Article Tag Suite (JATS) มาตรฐานการจัดทำดัชนีและจัดเก็บเอกสารวารสารวิชาการ
สรุปใจความสำคัญ
- JATS เป็นมาตรฐาน XML ที่พัฒนาโดย NISO และรับรองโดย ANSI ภายใต้รหัส Z39.96
- ถูกออกแบบมาเพื่ออธิบายเนื้อหาบทความวารสารทางวิทยาศาสตร์และวิชาการโดยเฉพาะ
- โครงสร้างหลักประกอบด้วยส่วน Front (เมทาดาตา), Body (เนื้อหา), Back (อ้างอิง) และ Floating Material
- มีวิวัฒนาการมาจาก NLM DTD ที่ใช้ใน PubMed Central
Journal Article Tag Suite (JATS) คือรูปแบบมาตรฐานทางเทคนิคที่ใช้ในการอธิบายเนื้อหาของวรรณกรรมทางวิทยาศาสตร์และวารสารวิชาการที่เผยแพร่ในรูปแบบออนไลน์ โดย JATS ถูกพัฒนาโดย National Information Standards Organization (NISO) และได้รับการรับรองโดย American National Standards Institute (ANSI) ภายใต้รหัสมาตรฐาน Z39.96
จุดเริ่มต้นของ JATS มาจากการต่อยอดงานของ National Library of Medicine (NLM) และ National Center for Biotechnology Information (NCBI) ซึ่งถูกนำมาใช้ใน PubMed Central จนกลายเป็นมาตรฐานโดยพฤตินัย (de facto standard) สำหรับการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลวารสารแบบเข้าถึงเปิด (Open Access) ในรูปแบบ XML ต่อมาเมื่อ NISO นำมาจัดทำเป็นมาตรฐานสากล ทำให้คลังข้อมูลวิชาการระดับโลก เช่น SciELO และ Redalyc นำรูปแบบ XML นี้ไปปรับใช้ในวงกว้าง
ขอบเขตทางเทคนิคและโครงสร้าง
JATS ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแบบจำลองสำหรับ บทความวารสาร (เช่น บทความวิจัยในวารสารด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ หรือ STM) โดยไม่ใช่แบบจำลองสำหรับวารสารทั้งฉบับ
มาตรฐานนี้กำหนดชุดองค์ประกอบ (Elements) และคุณลักษณะ (Attributes) ของ XML เพื่อใช้อธิบายทั้งเนื้อหาที่เป็นข้อความและกราฟิก รวมถึงเนื้อหาที่ไม่ใช่บทความวิจัย เช่น จดหมายถึงบรรณาธิการ บทบรรณาธิการ และการวิจารณ์หนังสือหรือผลิตภัณฑ์

ชุดแท็ก (Tag Sets)
JATS ประกอบด้วยชุดแท็กหลัก 3 ชุด ซึ่งถูกกำหนดผ่าน Document Type Definitions (DTD) รวมถึงรูปแบบ RELAX NG และ XML Schema โดยมีการบูรณาการมาตรฐานอื่น เช่น MathML สำหรับสูตรทางคณิตศาสตร์ และ XHTML Tables สำหรับตาราง
โครงสร้างเอกสาร
ในชุด JATS Publishing เอกสารจะถูกแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ตามลำดับดังนี้:
- Front Matter (ส่วนหน้า): ส่วนที่จำเป็นต้องมี ประกอบด้วยข้อมูลเมทาดาตา (Metadata) เช่น ชื่อบทความ ชื่อผู้เขียน และบทคัดย่อ
- Body (ส่วนเนื้อหา): ส่วนเนื้อหาหลักของบทความ
- Back (ส่วนท้าย): ส่วนอ้างอิง บรรณานุกรม และกิตติกรรมประกาศ
- Floating Material (ส่วนประกอบลอย): เช่น ตารางและรูปภาพที่อาจวางอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเอกสาร
นอกจากนี้ JATS ยังรองรับการระบุเฉพาะส่วน เช่น การระบุเฉพาะส่วนหน้า (Only Front) เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ด้านการทำดัชนีข้อมูลโดยไม่ต้องเก็บเนื้อหาฉบับเต็ม
ประวัติและการพัฒนา
วิวัฒนาการของ JATS เริ่มต้นจาก NLM DTD ซึ่งพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการจัดเก็บข้อมูลทางชีวการแพทย์ จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการมาตรฐานของ NISO ดังนี้:
| ปีที่เผยแพร่ | เวอร์ชัน | เหตุการณ์สำคัญ |
|---|---|---|
| 2003 | NLM DTD v1.0 | เริ่มต้นการนำ DTD ของ NLM มาใช้ |
| 2008 | NLM DTD v3.0 | การอัปเดตครั้งสำคัญก่อนเข้าสู่มาตรฐาน NISO |
| 2012 | ANSI/NISO Z39.96-2012 (v1.0) | ได้รับการรับรองเป็นมาตรฐานสากลครั้งแรก รองรับการทำงานร่วมกับ NLM v3.0 |
| 2016 | ANSI/NISO Z39.96-2015 (v1.1) | ปรับปรุงประสิทธิภาพและการใช้งาน |
| 2019 | ANSI/NISO Z39.96-2019 (v1.2) | อัปเดตมาตรฐานให้ทันสมัย |
| 2021 | ANSI/NISO Z39.96-2021 (v1.3) | ปรับปรุงโครงสร้างแท็ก |
| 2024 | ANSI/NISO Z39.96-2024 (v1.4) | เวอร์ชันล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อ 31 ตุลาคม 2024 |
เครื่องมือและการประยุกต์ใช้
เนื่องจาก JATS เป็นมาตรฐาน XML จึงมีเครื่องมือหลากหลายที่ใช้ในการสร้าง แก้ไข และแปลงข้อมูล เช่น:
- การแปลงเอกสาร: การเปลี่ยนไฟล์จาก Microsoft Word หรือ LibreOffice ให้เป็น JATS XML โดยใช้เครื่องมืออย่าง Typeset หรือ OxGarage
- การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต: สำนักพิมพ์ใช้ JATS เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน (Workflow) และเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ (Interoperability) ของคลังข้อมูลวิชาการต่างๆ
คำถามที่พบบ่อย
JATS คืออะไร?
JATS (Journal Article Tag Suite) คือมาตรฐานทางเทคนิคในรูปแบบ XML ที่ใช้สำหรับระบุโครงสร้างและเนื้อหาของบทความวารสารวิชาการ เพื่อให้สามารถจัดเก็บ แลกเปลี่ยน และแสดงผลข้อมูลได้อย่างเป็นระบบในระดับสากล
ใครเป็นผู้ดูแลมาตรฐาน JATS?
มาตรฐานนี้พัฒนาโดย National Information Standards Organization (NISO) และได้รับการรับรองโดย American National Standards Institute (ANSI)
JATS แตกต่างจาก XML ทั่วไปอย่างไร?
JATS ไม่ใช่ภาษาโปรแกรมใหม่ แต่เป็น 'ชุดแท็ก' (Tag Set) หรือ Schema ที่กำหนดว่าในบทความวิชาการควรใช้แท็กอะไรบ้าง (เช่น <article-title> สำหรับชื่อเรื่อง หรือ <abstract> สำหรับบทคัดย่อ) เพื่อให้ทุกสำนักพิมพ์ใช้มาตรฐานเดียวกัน
JATS ใช้กับวารสารประเภทใดได้บ้าง?
เน้นใช้กับวารสารทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ (STM) รวมถึงบทความวิจัย จดหมายถึงบรรณาธิการ และการวิจารณ์หนังสือทางวิชาการ