เขตอำนาจศาลของสหพันธรัฐรัสเซีย
สรุปใจความสำคัญ
- จัดตั้งศาลอุทธรณ์ทั่วไป 5 แห่ง และศาลฎีกาทั่วไป 9 แห่ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562
- วัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งศาลระหว่างภูมิภาคคือเพื่อเพิ่มความเป็นอิสระของตุลาการ
- ศาลอุทธรณ์ทำหน้าที่พิจารณาคดีจากศาลภูมิภาค 89 แห่ง
- มีการขยายเขตอำนาจศาลครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของยูเครนในปี 2565
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562 สหพันธรัฐรัสเซียได้มีการจัดตั้งศาลอุทธรณ์ทั่วไป 5 แห่ง และศาลฎีกา (Cassation Courts) ทั่วไป 9 แห่ง โดยศาลเหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่ภายในเขตอำนาจศาลที่กำหนดไว้ เพื่อปรับปรุงระบบการพิจารณาคดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานยุติธรรม

บทบาทและหน้าที่ของศาล
ระบบศาลในเขตอำนาจศาลเหล่านี้แบ่งออกเป็นสองระดับหลัก ดังนี้:
- ศาลอุทธรณ์ทั่วไป (Courts of Appeal of General Jurisdiction): ทำหน้าที่เป็นศาลชั้นอุทธรณ์สำหรับศาลระดับภูมิภาคทั้ง 89 แห่งของรัสเซีย
- ศาลฎีกาทั่วไป (Courts of Cassation of General Jurisdiction): ทำหน้าที่เป็นศาลชั้นฎีกาสำหรับศาลทั่วไปและผู้พิพากษาศาลแขวง (Justices of the Peace) ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในเขตอำนาจศาลนั้นๆ
ประวัติการจัดตั้ง
จุดเริ่มต้นของการปฏิรูปนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 เมื่อที่ประชุมเต็มคณะของศาลฎีกาแห่งรัสเซียได้มีมติให้เสนอระเบียบวาระต่อสภาดูมา (State Duma) เพื่อจัดตั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาแยกต่างหาก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้มั่นใจว่าฝ่ายตุลาการมีความเป็นอิสระจากการแทรกแซงของอำนาจท้องถิ่น
ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ได้ลงนามในกฎหมายฉบับนี้เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้มีการจัดตั้งศาลฎีกา 9 แห่ง และศาลอุทธรณ์ 5 แห่ง โดยกำหนดให้ศาลเหล่านี้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ไม่เกินวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

การขยายเขตอำนาจศาล
ในปี พ.ศ. 2565 ภายหลังการผนวกดินแดนบางส่วนของ 4 จังหวัดในยูเครนโดยฝ่ายรัสเซีย พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกนำเข้ามาอยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลเหล่านี้ตามการประกาศของรัฐบาลรัสเซีย
คำถามที่พบบ่อย
ศาลอุทธรณ์ทั่วไปของรัสเซียมีหน้าที่อะไร?
ทำหน้าที่เป็นศาลชั้นอุทธรณ์สำหรับศาลระดับภูมิภาคทั้ง 89 แห่งในสหพันธรัฐรัสเซีย
ทำไมรัสเซียถึงต้องจัดตั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาแยกต่างหาก?
เพื่อสร้างความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการและลดการแทรกแซงจากอำนาจในระดับท้องถิ่น
ระบบศาลใหม่นี้เริ่มใช้งานเมื่อใด?
เริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562