คีธ ร็อบบินส์ นักประวัติศาสตร์และผู้บริหารการศึกษาระดับสูงของอังกฤษ
สรุปใจความสำคัญ
- ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเวลส์ แลมปีเตอร์ ระหว่างปี ค.ศ. 1992-2003
- เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สมัยใหม่ โดยมีผลงานเขียนโดดเด่นเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและนโยบายการทูตของอังกฤษ
- เป็นสมาชิกก่อตั้งของ Learned Society of Wales และสมาชิกของ Royal Society of Edinburgh
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
คีธ กิลเบิร์ต ร็อบบินส์ (Keith Gilbert Robbins; 9 เมษายน ค.ศ. 1940 – 12 กันยายน ค.ศ. 2019) เป็นนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษและผู้บริหารการศึกษาระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญในสถาบันการศึกษาของสหราชอาณาจักร โดยดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเวลส์ แลมปีเตอร์ (University of Wales, Lampeter) และมีผลงานเขียนทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
การศึกษาและจุดเริ่มต้นทางวิชาการ
ร็อบบินส์เริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนบริสตอลแกรมมาร์ (Bristol Grammar School) ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยเข้าเรียนที่วิทยาลัยแมกดาเลน (Magdalen College) และวิทยาลัยเซนต์แอนโทนี (St Antony's College) เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (B.A.) ในปี ค.ศ. 1961 ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในสาขาประวัติศาสตร์สมัยใหม่ และได้รับปริญญาเอก (D.Phil.) ในปี ค.ศ. 1964 จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
เส้นทางอาชีพทางวิชาการ
ร็อบบินส์เริ่มต้นอาชีพอาจารย์ในปี ค.ศ. 1963 ในตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยยอร์ก (University of York) ต่อมาในปี ค.ศ. 1971 เขาได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ที่วิทยาลัยมหาวิทยาลัยแห่งนอร์ทเวลส์ แบงกอร์ (University College of North Wales, Bangor) และได้รับแต่งตั้งเป็นคณบดีคณะศิลปศาสตร์ในเวลาต่อมา
ในปี ค.ศ. 1980 เขาได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ (University of Glasgow) และดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981 ถึง 1991
บทบาทด้านการบริหารการศึกษา
ตำแหน่งบริหารสูงสุดของเขาคือการดำรงตำแหน่งอธิการบดี (Vice-Chancellor) ของมหาวิทยาลัยเวลส์ แลมปีเตอร์ ระหว่างปี ค.ศ. 1992 ถึง 2003 นอกจากนี้ ในช่วงปี ค.ศ. 1995 ถึง 2001 เขายังดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีอาวุโส (Senior Vice-Chancellor) ของมหาวิทยาลัยเวลส์ (University of Wales) ซึ่งเป็นระบบมหาวิทยาลัยกลางในขณะนั้น
ร็อบบินส์ยังมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการศึกษาระดับสูงในเวลส์ โดยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการหัวหน้าสถาบันการศึกษาระดับสูงในเวลส์ (Chairman Committee of Heads of Higher Education, Wales) ระหว่างปี ค.ศ. 1996 ถึง 1998
ผลงานทางวิชาการและหนังสือ
คีธ ร็อบบินส์ เป็นผู้เขียนหนังสือจำนวนมากที่ครอบคลุมหัวข้อประวัติศาสตร์การเมืองและการทูต โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักรและยุโรป ผลงานที่โดดเด่น ได้แก่:
- Munich 1938 (1968): วิเคราะห์เหตุการณ์การเจรจามิวินิก
- Sir Edward Grey: A Biography of Lord Grey of Fallodon (1971): ชีวประวัติของลอร์ดเกรย์
- The Eclipse of a Great Power: Modern Britain, 1870-1975 (1983): การวิเคราะห์สถานะของอังกฤษในฐานะมหาอำนาจ
- The First World War (1984) และ Appeasement (1988): งานเขียนวิเคราะห์สงครามโลกครั้งที่หนึ่งและนโยบายผ่อนปรน
- The World Since 1945: A Concise History (2002): ประวัติศาสตร์โลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
- The History of Oxford University Press: Volume IV: 1970 to 2004 (2017): บันทึกประวัติศาสตร์ของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
เกียรติยศและการยอมรับ
ด้วยคุณูปการต่อวงการประวัติศาสตร์และการศึกษา ร็อบบินส์ได้รับเกียรติยศมากมาย อาทิ:
- ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Hon. D.Litt.) จากมหาวิทยาลัยเวลส์ในปี ค.ศ. 2005
- เป็นสมาชิกก่อตั้งของ Learned Society of Wales และเป็นสมาชิกสภาชุดแรกของสมาคม
- เป็นสมาชิกของ Royal Society of Edinburgh (FRSE) และ Royal Historical Society (FRHistS)
- ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมประวัติศาสตร์ศาสนจักร (Ecclesiastical History Society) ระหว่างปี ค.ศ. 1980–1981
คำถามที่พบบ่อย
คีธ ร็อบบินส์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรในด้านการศึกษาของเวลส์?
เขาดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเวลส์ แลมปีเตอร์ และรองอธิการบดีอาวุโสของมหาวิทยาลัยเวลส์ รวมถึงเป็นประธานคณะกรรมการหัวหน้าสถาบันการศึกษาระดับสูงในเวลส์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการบริหารจัดการการศึกษาระดับอุดมศึกษาในภูมิภาค
ผลงานเขียนที่โดดเด่นของ คีธ ร็อบบินส์ คืออะไร?
เขามีผลงานเขียนจำนวนมาก เช่น 'The Eclipse of a Great Power' ซึ่งวิเคราะห์ประวัติศาสตร์อังกฤษสมัยใหม่ และ 'The World Since 1945' ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์โลกฉบับย่อหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
คีธ ร็อบบินส์ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากที่ใดบ้าง?
เขาได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Hon. D.Litt.) จากมหาวิทยาลัยเวสต์ออฟอิงแลนด์ (West of England) ในปี ค.ศ. 1999 และมหาวิทยาลัยเวลส์ (Wales) ในปี ค.ศ. 2005
