เคนเนธ วิลกินสัน วิศวกรเสียงผู้สร้างตำนาน 'Decca Sound'
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นวิศวกรเสียงหลักของ Decca Records ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างมาตรฐานคุณภาพเสียงดนตรีคลาสสิก
- ร่วมพัฒนาเทคนิค Decca Tree ซึ่งเป็นมาตรฐานการวางไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงวงออเคสตร้าทั่วโลก
- มีส่วนร่วมในงานวิจัยลับของรัฐบาลอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้านการนำทางเรือดำน้ำและสัญญาณเรดาร์
- พัฒนาเทคนิค ffrr (full frequency range recording) เพื่อเพิ่มความคมชัดของย่านความถี่เสียง
เคนเนธ เออร์เนสต์ วิลกินสัน (Kenneth Ernest Wilkinson; 28 กรกฎาคม 1912 – 13 มกราคม 2004) เป็นวิศวกรเสียงผู้ทรงอิทธิพลของค่ายเพลง Decca Records ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการบันทึกเสียงดนตรีคลาสสิกที่มีคุณภาพเสียงยอดเยี่ยมและมีความสมจริงสูง วิลกินสันไม่เพียงแต่สร้างผลงานบันทึกเสียงจำนวนมหาศาล แต่ยังเป็นผู้ฝึกสอนวิศวกรเสียงรุ่นหลังของ Decca อีกหลายรุ่น

ชีวิตช่วงต้นและการเข้าสู่อุตสาหกรรมเสียง
วิลกินสันเกิดในลอนดอน และได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนที่ Trinity Grammar School ในย่านวูดกรีน ทางตอนเหนือของลอนดอน เขาจบการศึกษาเมื่ออายุ 16 ปีในปี 1928 และเริ่มทำงานที่สำนักพิมพ์ Cassell's ก่อนจะย้ายตามนักบัญชีของบริษัทไปทำงานที่ World Echo Record Company ซึ่งที่นั่นเขาได้มีส่วนร่วมในการบันทึกเสียงด้วยระบบไฟฟ้าครั้งแรกของบริษัท ณ Clerkenwell Sessions House ในลอนดอน
ในช่วงเวลานี้เขาได้พบกับ เจย์ วิลเบอร์ (Jay Wilbur) หัวหน้าวงดนตรีเต้นรำ ผู้ซึ่งจุดประกายความสนใจของวิลกินสันในด้านเทคนิคการบันทึกเสียง หลังจากบริษัท World Echo ปิดตัวลง เขาได้ทำงานดูแลด้านดนตรีบันทึกเสียงที่ลานสเก็ตน้ำแข็งในไบรตัน ก่อนจะได้รับคำชวนจากวิลเบอร์ให้มาร่วมงานกับบริษัท Crystalate ในย่านแฮมป์สเตด โดยเริ่มงานในตำแหน่งผู้ช่วยซึ่งมีหน้าที่หลักคือการ "ขูดแผ่นขี้ผึ้ง" (shaving waxes) หรือการลอกผิวหน้าของแผ่นขี้ผึ้งที่ใช้บันทึกเสียงแล้วออกเพื่อให้สามารถนำกลับมาบันทึกใหม่ได้
การทำงานที่ Decca และบทบาทในช่วงสงคราม
ในปี 1937 Decca ได้เข้าซื้อกิจการของ Crystalate ทำให้วิลกินสันและ อาเธอร์ แฮดดี้ (Arthur Haddy) ซึ่งต่อมากลายเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ Decca ได้ย้ายมาทำงานที่บริษัทแห่งนี้

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง วิลกินสันพยายามสมัครเข้ากองทัพอากาศ (RAF) แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากงานที่ Decca ในขณะนั้นถือเป็นงานวิจัยลับสุดยอดของรัฐบาล เขาจึงได้รับมอบหมายให้ทำงานด้านการนำทางของเรือดำน้ำ การบันทึกสัญญาณเครื่องบินขับไล่ตอนกลางคืนของ Luftwaffe และการพัฒนาระบบนำทางสำหรับการปฏิบัติการ "Dam Buster" ของ Barnes Wallace
นอกจากงานด้านความมั่นคง เขายังร่วมมือกับแฮดดี้ในการพัฒนาอุปกรณ์บันทึกเสียง เครื่องตัดแผ่นเสียง และเทคนิค "ffrr" (full frequency range recording) ซึ่งเป็นการบันทึกเสียงที่ครอบคลุมย่านความถี่กว้างขึ้น ส่งผลให้เสียงมีความคมชัดและสมจริงมากกว่าเดิม
การบุกเบิกการบันทึกเสียงดนตรีคลาสสิก
ผลงานยุคแรกของวิลกินสันเป็นการบันทึกเสียงแบบโมโน (Monaural) สำหรับแผ่น 78 rpm โดยเขามีบทบาทสำคัญในการค้นหาสถานที่บันทึกเสียงที่มีอะคูสติกยอดเยี่ยม เช่น Walthamstow Town Hall ซึ่งเขาใช้บันทึกเสียงวง Paris Conservatoire Orchestra และ London Symphony Orchestra ในปี 1946
วิลกินสันได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์อย่าง วิกเตอร์ โอโลฟ (Victor Olof) ในการบันทึกชุดซิมโฟนีของ Sibelius ระหว่างปี 1952 ถึง 1955 ณ Kingsway Hall ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญของเขา
การพัฒนา Decca Tree และระบบสเตอริโอ
Decca เป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่นำแผ่น LP และระบบเสียงสเตอริโอมาใช้ วิลกินสันร่วมกับ รอย วอลเลซ (Roy Wallace) และอาเธอร์ แฮดดี้ พัฒนาชุดไมโครโฟน "Decca Tree" ซึ่งเป็นรูปแบบการวางไมโครโฟนสามตัวเป็นรูปตัว T เพื่อจับเสียงวงออเคสตร้าให้มีความกว้างและมีมิติที่สมจริง
วิลกินสันมีปรัชญาในการเลือกสถานที่บันทึกเสียง โดยเขาจะหลีกเลี่ยงอาคารคอนกรีตสมัยใหม่ที่มักให้เสียงที่ "บางและแข็ง" และหันไปใช้หอประชุมเก่าที่สร้างจากอิฐ ไม้ และปูนปลาสเตอร์ ซึ่งให้เสียงที่ "อบอุ่นและเป็นธรรมชาติ" มากกว่า
เทคนิคการวางไมโครโฟนของวิลกินสัน
ในการบันทึกเสียง เขาจะวาง Decca Tree ไว้ด้านหน้าวงออเคสตร้าเล็กน้อย และใช้ไมโครโฟนเสริม (Outriggers) วางไว้บริเวณไวโอลินและเชลโล รวมถึงไมโครโฟนเฉพาะจุดสำหรับเครื่องลมไม้ ทิมปานี และฮาร์ป เพื่อเพิ่มความชัดเจน โดยเขามักจะเน้นการใช้ไมโครโฟนจำนวนน้อยแต่มีประสิทธิภาพ แทนการใช้ไมโครโฟนจำนวนมากเกินความจำเป็น
มรดกและผลงาน
ตลอดอาชีพการทำงาน วิลกินสันได้บันทึกเสียงร่วมกับวาทยกรมากกว่า 150 ท่าน รวมถึง เซอร์ จอร์จ โซลที (Sir Georg Solti), ฮันส์ คแนปเพิร์ทสบุช (Hans Knappertsbusch) และเบนจามิน บริทเทน (Benjamin Britten) เขาได้รับฉายาว่า "พ่อมดแห่งไมโครโฟน" จากริชาร์ด อิตเตอร์ (Richard Itter) เนื่องจากความสามารถในการดึงเสียงที่ดีที่สุดออกมาจากวงดนตรี
วิลกินสันเกษียณอายุในปี 1980 เมื่อ Decca ถูกควบรวมเข้ากับกลุ่ม PolyGram ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกว่าอัตลักษณ์ของ "เสียงแบบ Decca" ที่เขาผูกพันได้เปลี่ยนแปลงไป
คำถามที่พบบ่อย
Decca Tree คืออะไร?
Decca Tree คือรูปแบบการจัดวางไมโครโฟน 3 ตัวเป็นรูปตัว T ซึ่งพัฒนาโดยวิศวกรของ Decca รวมถึงเคนเนธ วิลกินสัน เพื่อใช้บันทึกเสียงวงออเคสตร้าให้ได้มิติเสียงที่กว้างและสมจริงเหมือนนั่งฟังในคอนเสิร์ตฮอลล์
ทำไมวิลกินสันถึงหลีกเลี่ยงการบันทึกเสียงในอาคารคอนกรีต?
วิลกินสันเชื่อว่าอาคารที่สร้างจากคอนกรีตและปูนปลาสเตอร์แข็งจะให้เสียงที่บางและขาดความอบอุ่น (Warmth) ในขณะที่อาคารเก่าที่สร้างจากอิฐและไม้จะให้เสียงที่เป็นธรรมชาติและอบอุ่นกว่า
เคนเนธ วิลกินสัน มีบทบาทอย่างไรในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง?
เขาทำงานวิจัยลับให้รัฐบาลอังกฤษในด้านการนำทางของเรือดำน้ำ และการบันทึกสัญญาณเครื่องบินขับไล่ของเยอรมนี (Luftwaffe) รวมถึงช่วยในปฏิบัติการ Dam Buster
เทคนิค ffrr ของ Decca คืออะไร?
ffrr ย่อมาจาก full frequency range recording เป็นเทคนิคการบันทึกเสียงที่มุ่งเน้นการให้ย่านความถี่เสียงที่กว้างขึ้นกว่าการบันทึกเสียงแบบปกติในสมัยนั้น ทำให้เสียงมีความใสและคมชัดมากขึ้น
วิลกินสันเกษียณอายุเมื่อใดและเพราะเหตุใด?
เขเกษียณอายุในปี 1980 หลังจาก Decca ถูกควบรวมเข้ากับ PolyGram เนื่องจากเขามีความผูกพันกับอัตลักษณ์ของเสียงแบบ Decca ดั้งเดิมอย่างมาก