ประวัติ เควิน เทอร์เนอร์ อดีตผู้เล่น NFL กับการต่อสู้กับโรค ALS และ CTE
สรุปใจความสำคัญ
- เล่นตำแหน่งฟูลแบ็กใน NFL ให้กับทีม New England Patriots และ Philadelphia Eagles รวม 8 ฤดูกาล
- ได้รับรางวัล Ed Block Courage Award จากความมุ่งมั่นในการกลับมาเล่นหลังอาการบาดเจ็บที่เข่า
- เป็นหนึ่งในผู้เล่น NFL ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรค CTE หลังการเสียชีวิต
- เป็นโจทก์หลักในคดีฟ้องร้อง NFL เกี่ยวกับความเสี่ยงของการกระทบกระเทือนทางสมอง
พอล เควิน เทอร์เนอร์ (Paul Kevin Turner; 12 มิถุนายน 1969 – 24 มีนาคม 2016) เป็นอดีตนักกีฬาฟุตบอลอาชีพชาวอเมริกัน ผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็ก (Fullback) ในลีก National Football League (NFL) เป็นเวลา 8 ฤดูกาล โดยร่วมทีม New England Patriots และ Philadelphia Eagles เทอร์เนอร์เป็นที่รู้จักไม่เพียงแต่ในฐานะนักกีฬา แต่ยังเป็นบุคคลสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบทางสมองที่เกิดจากการเล่นกีฬาที่มีการปะทะรุนแรง
เส้นทางสู่ระดับอาชีพ
เทอร์เนอร์เติบโตและศึกษาที่โรงเรียนมัธยม Prattville ในรัฐแอลาบามา โดยเป็นส่วนหนึ่งของทีมแชมป์ระดับรัฐในปี 1984 จากนั้นเขาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแอลาบามา และเล่นให้กับทีม Alabama Crimson Tide ซึ่งในขณะนั้นเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวบล็อกที่แข็งแกร่ง คอยสนับสนุนผู้เล่นตำแหน่งรันนิ่งแบ็กอย่าง Siran Stacy และ Bobby Humphrey โดยมีสถิติการวิ่งเฉลี่ย 4.7 หลาต่อการถือบอลหนึ่งครั้ง และมีการรับบอลทั้งหมด 95 ครั้ง
อาชีพใน NFL
เทอร์เนอร์ถูกดราฟต์เข้าสู่ลีก NFL โดยทีม New England Patriots ในรอบที่ 3 ของการดราฟต์ปี 1992 เขาลงเล่นให้กับทีม Patriots เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม Philadelphia Eagles อีก 5 ฤดูกาล
ในช่วงปี 1995 เทอร์เนอร์ต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บที่เข่าอย่างรุนแรงจนต้องพลาดการลงสนามเกือบตลอดทั้งฤดูกาล อย่างไรก็ตาม เขาสามารถกลับมาลงเล่นได้อีกครั้งในปีถัดมาและทำหน้าที่บล็อกให้กับ Ricky Watters ซึ่งเป็นผู้นำด้านระยะวิ่งของลีกในขณะนั้น ความมุ่งมั่นในการเอาชนะอาการบาดเจ็บทำให้เขาได้รับรางวัล Ed Block Courage Award
อาชีพการเล่นฟุตบอลของเขาต้องสิ้นสุดลงในปี 1999 หลังจากได้รับบาดเจ็บที่คอสองครั้ง โดยตลอดอาชีพใน NFL เทอร์เนอร์ทำสถิติวิ่งได้ระยะทางรวม 635 หลา (เฉลี่ย 4.0 หลาต่อการถือบอล) รับบอล 236 ครั้ง เป็นระยะทาง 2,015 หลา และทำได้ 10 ทัชดาวน์
ปัญหาสุขภาพและการต่อสู้กับโรคทางสมอง
ในเดือนมิถุนายน 2010 เทอร์เนอร์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amyotrophic Lateral Sclerosis หรือ ALS) เขาตัดสินใจบริจาคสมองและไขสันหลังหลังการเสียชีวิตเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และได้กลายเป็นโจทก์หลักในการฟ้องร้อง NFL เกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดจากการกระทบกระเทือนทางสมอง (Concussions) ในกีฬาฟุตบอลอเมริกัน
การต่อสู้กับโรค ALS ของเขาถูกนำเสนอผ่านมิวสิกวิดีโอเพลง "Journey On" ของ Ty Herndon และสารคดีเรื่อง American Man (2012) โดย Jon Frankel จาก HBO ซึ่งถ่ายทอดชีวิตและการเผชิญหน้ากับโรคร้ายของเขา
การวินิจฉัยหลังการเสียชีวิต ALS และ CTE
เควิน เทอร์เนอร์ เสียชีวิตที่บ้านในเมือง Vestavia Hills รัฐแอลาบามา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2016 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ศูนย์สมอง CTE ของมหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston University Brain CTE Center) ประกาศว่าเขาป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมจากการกระทบกระเทือนซ้ำๆ (Chronic Traumatic Encephalopathy หรือ CTE) ในระดับรุนแรง
เกิดความสับสนในรายงานข่าวบางส่วนที่ระบุว่า CTE เป็นสาเหตุการตายแทนที่ ALS อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยบอสตันได้ชี้แจงว่า การวินิจฉัยทางคลินิกคือ ALS (การสูญเสียการเคลื่อนไหวจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการ) แต่จากการศึกษาทางพยาธิวิทยาพบว่า สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิด ALS ในกรณีของเทอร์เนอร์คือ CTE ซึ่งเกิดจากการถูกกระแทกที่ศีรษะซ้ำๆ ระหว่างการเล่นกีฬา
คำถามที่พบบ่อย
เควิน เทอร์เนอร์ เสียชีวิตด้วยโรคอะไร?
เควิน เทอร์เนอร์ เสียชีวิตด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) โดยมีสาเหตุทางพยาธิวิทยาที่กระตุ้นให้เกิดโรคคือ โรคสมองเสื่อมจากการกระทบกระเทือนซ้ำๆ (CTE) ซึ่งเกิดจากการถูกกระแทกที่ศีรษะอย่างรุนแรงและต่อเนื่องระหว่างการเล่นฟุตบอล NFL
เควิน เทอร์เนอร์ เล่นให้กับทีมใดใน NFL บ้าง?
เขาเล่นให้กับทีม New England Patriots (1992–1994) และ Philadelphia Eagles (1995–1999)
บทบาทของเควิน เทอร์เนอร์ ในการฟ้องร้อง NFL คืออะไร?
เขาเป็นโจทก์หลักในคดีความที่อดีตผู้เล่นฟ้องร้อง NFL เกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพและผลกระทบระยะยาวจากการกระทบกระเทือนทางสมองที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน
รางวัล Ed Block Courage Award คืออะไรและทำไมเขาถึงได้รับ?
เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักกีฬาที่มีความกล้าหาญและความมุ่งมั่นในการเอาชนะอุปสรรคหรืออาการบาดเจ็บ ซึ่งเทอร์เนอร์ได้รับรางวัลนี้หลังจากพยายามฟื้นฟูร่างกายจนกลับมาลงสนามได้อีกครั้งหลังการบาดเจ็บที่เข่าอย่างรุนแรงในปี 1995
