← กลับไปยังบทความทั้งหมด

หลุมเจาะโคล่า การเดินทางสู่จุดลึกที่สุดของเปลือกโลก

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นหลุมที่มนุษย์เจาะได้ลึกที่สุดในโลกในแนวตั้ง โดยมีความลึกสูงสุด 12,262 เมตร
  • ดำเนินการโดยสหภาพโซเวียตระหว่างปี ค.ศ. 1970 ถึง 1994
  • ค้นพบซากฟอสซิลแพลงก์ตอนที่ความลึก 6 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายทางธรณีวิทยา
  • ต้องยุติการเจาะเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงถึง 180 องศาเซลเซียส และปัญหาด้านงบประมาณ

หลุมเจาะโคล่า SG-3 (Kola Superdeep Borehole SG-3) คือหลุมที่มนุษย์สร้างขึ้นที่มีความลึกในแนวตั้งมากที่สุดในโลกนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 โดยสามารถเจาะลงไปได้ลึกถึง 12,262 เมตร (ประมาณ 40,230 ฟุต) ในปี ค.ศ. 1989 โครงการนี้เป็นความพยายามทางวิทยาศาสตร์ของสหภาพโซเวียตในการเจาะทะลุเปลือกโลกให้ลึกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยตั้งอยู่ในเขตเปเชนสกี (Pechengsky District) บนคาบสมุทรโคล่า ใกล้กับพรมแดนระหว่างรัสเซียและนอร์เวย์

ภาพถ่ายบริเวณปากหลุมเจาะโคล่า
บริเวณพื้นที่ปฏิบัติการของหลุมเจาะโคล่าในรัสเซีย

ประวัติและการดำเนินงานเจาะ

โครงการ SG (СГ) เป็นรหัสเรียกชุดหลุมเจาะลึกพิเศษของโซเวียตที่เริ่มวางแผนในช่วงทศวรรษ 1960 ถึง 1980 โดยก่อนที่จะเริ่มโครงการที่โคล่า ได้มีการเจาะหลุม Aralsor SG-1 ในคาซัคสถาน และ Biyikzhal SG-2 ในคราสโนดาร์ ซึ่งมีความลึกน้อยกว่า 6,810 เมตร

การเจาะหลุมโคล่า SG-3 เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1970 โดยใช้เครื่องเจาะรุ่น Uralmash-4E ซึ่งเดิมออกแบบมาสำหรับบ่อน้ำมัน แต่ได้มีการดัดแปลงเพื่อให้สามารถเจาะได้ลึกถึง 7,000 เมตร ต่อมาในปี ค.ศ. 1974 ได้มีการติดตั้งเครื่องเจาะ Uralmash-15000 ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป้าหมายความลึกใหม่ที่ 15,000 เมตร

แผนที่แสดงตำแหน่งของหลุมเจาะโคล่าในรัสเซีย
ตำแหน่งที่ตั้งของหลุมเจาะโคล่าในแคว้นมูร์มันสค์ ประเทศรัสเซีย

ลำดับการเจาะและอุปสรรค

  • หลุมที่ 1: ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1982 สามารถเจาะได้ลึกถึง 11,662 เมตร
  • หลุมที่ 2: เริ่มเจาะแยกจากหลุมแรกที่ความลึก 9,300 เมตร และสามารถผ่านระดับ 12,000 เมตรได้ในปี ค.ศ. 1983 แต่เกิดอุบัติเหตุในวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1984 เมื่อก้านเจาะยาว 5 กิโลเมตรบิดขาดและติดค้างอยู่ในหลุม
  • หลุมที่ 3: เป็นหลุมที่ทำสถิติสูงสุด โดยเจาะได้ลึกถึง 12,262 เมตร ในปี ค.ศ. 1989 ก่อนจะเกิดการขัดข้องทางเทคนิคในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1990
  • หลุมที่ 4: เริ่มเจาะในปี ค.ศ. 1991 แต่ต้องหยุดลงในปี ค.ศ. 1992 ที่ความลึก 11,882 เมตร เนื่องจากอุณหภูมิสูงเกินคาดถึง 180 องศาเซลเซียส
  • หลุมที่ 5: เริ่มเจาะในเดือนเมษายน ค.ศ. 1994 แต่ต้องยุติโครงการในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันที่ความลึก 8,578 เมตร เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ
อุปกรณ์การเจาะและโครงสร้างทางวิศวกรรมของหลุมเจาะโคล่า
ระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการขุดเจาะลึกพิเศษ

การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ

เป้าหมายหลักของโครงการคือการศึกษาโครงสร้างของแผ่นหินบอลติก (Baltic Shield) ความไม่ต่อเนื่องทางไหวสะเทือน และระบอบความร้อนในเปลือกโลก ซึ่งนำไปสู่การค้นพบที่เหนือความคาดหมายหลายประการ:

  • การหายไปของชั้นหินบะซอลต์: นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะพบชั้นหินบะซอลต์ที่ความลึก 7 กิโลเมตร แต่กลับไม่พบเลย และพบหินแกรนิตในระดับที่ลึกกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
  • การพบน้ำในระดับลึก: พบน้ำสะสมตัวอยู่ที่ความลึก 3-6 กิโลเมตร ซึ่งซึมผ่านหินแกรนิตลงมาจนถึงชั้นหินที่ไม่ยอมให้น้ำซึมผ่าน และน้ำนี้ไม่ระเหยกลายเป็นไอแม้จะอยู่ในระดับลึก
  • ก๊าซไฮโดรเจน: โคลนที่ใช้ในการเจาะซึ่งไหลย้อนกลับขึ้นมามีลักษณะ "เดือด" และมีปริมาณก๊าซไฮโดรเจนสูงกว่าที่คาดไว้
  • ซากฟอสซิล: มีการค้นพบซากฟอสซิลของแพลงก์ตอนขนาดเล็กที่ความลึก 6 กิโลเมตรใต้พื้นผิวโลก

คำถามที่พบบ่อย

หลุมเจาะโคล่าลึกแค่ไหน?

หลุมเจาะโคล่ามีความลึกสูงสุดในแนวตั้งที่ 12,262 เมตร หรือประมาณ 12.26 กิโลเมตร

ทำไมโครงการนี้ถึงต้องหยุดลง?

โครงการหยุดลงเนื่องจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ อุณหภูมิใต้ดินที่สูงเกินกว่าที่เครื่องมือจะทนได้ (180 องศาเซลเซียส) และการขาดแคลนงบประมาณหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

มีการค้นพบอะไรที่น่าสนใจในหลุมเจาะโคล่า?

การค้นพบที่สำคัญ ได้แก่ การไม่พบชั้นหินบะซอลต์ตามที่คาดไว้ การพบน้ำในระดับความลึก 3-6 กิโลเมตร และการพบซากฟอสซิลแพลงก์ตอนในระดับลึก 6 กิโลเมตร