← กลับไปยังบทความทั้งหมด

La Brea Tar Pits ประวัติศาสตร์และฟอสซิลแห่งลอสแอนเจลิส

สรุปใจความสำคัญ

  • บ่อยางมะตอย La Brea เกิดจากการซึมของน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมัน Salt Lake Oil Field ตามแนวรอยเลื่อน 6th Street Fault
  • เกิดปรากฏการณ์ "predator trap" ซึ่งทำให้มีฟอสซิลของสัตว์นักล่าจำนวนมากถูกเก็บรักษาไว้
  • วัสดุที่เก่าแก่ที่สุดที่พบในบ่อยางมะตอยมีอายุประมาณ 38,000 ปี
  • เป็นสถานที่สำคัญทางธรรมชาติระดับชาติ (National Natural Landmark) ของสหรัฐอเมริกา

La Brea Tar Pits เป็นแหล่งวิจัยทางบรรพชีวินวิทยาที่ยังคงมีการดำเนินงานอยู่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยพื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะ Hancock Park ซึ่งเกิดจากยางมะตอยธรรมชาติ (หรือที่เรียกว่า asphaltum, bitumen หรือ pitch และในภาษาสเปนเรียกว่า brea) ที่ซึมขึ้นมาจากใต้ดินเป็นเวลาหลายหมื่นปี

ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา กระดูกของสัตว์ที่ติดกับดักในบ่อยางมะตอยเหล่านี้ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม โดยมีพิพิธภัณฑ์ George C. Page Museum ทำหน้าที่วิจัยและจัดแสดงตัวอย่างสัตว์ที่เสียชีวิตในบริเวณนี้ นอกจากนี้ La Brea Tar Pits ยังได้รับการจดทะเบียนเป็นสถานที่สำคัญทางธรรมชาติระดับชาติ (National Natural Landmark) อีกด้วย

La Brea Tar Pits in California
La Brea Tar Pits ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

การก่อตัวของบ่อยางมะตอย

บ่อยางมะตอยเหล่านี้ประกอบด้วยส่วนประกอบของน้ำมันหนักที่เรียกว่า gilsonite ซึ่งซึมขึ้นมาจากพื้นดินในรูปแบบของน้ำมันดิบ โดยน้ำมันดิบจะซึมขึ้นมาตามแนวรอยเลื่อน 6th Street Fault จากแหล่งน้ำมัน Salt Lake Oil Field ซึ่งอยู่ใต้เขต Fairfax ทางเหนือของ Hancock Park

เมื่อน้ำมันดิบขึ้นมาถึงพื้นผิว จะกลายเป็นแอ่งน้ำมัน และกลายเป็นยางมะตอยเมื่อส่วนประกอบที่เบากว่าของปิโตรเลียมระเหยหรือย่อยสลายทางชีวภาพ ยางมะตอยเหล่านี้มักจะแข็งตัวเป็นเนินเตี้ยๆ ซึ่งสามารถพบเห็นได้ในหลายพื้นที่ของสวนสาธารณะ

Formation of Tar Pits
กระบวนการก่อตัวของบ่อยางมะตอยธรรมชาติ

กลไกการดักจับสัตว์

การซึมของยางมะตอยเกิดขึ้นมานานหลายหมื่นปี โดยในบางครั้งยางมะตอยจะสะสมตัวจนหนาพอที่จะดักจับสัตว์ได้ เมื่อแอ่งยางมะตอยถูกปกคลุมด้วยน้ำ ฝุ่น และใบไม้ สัตว์ที่หลงเข้ามาจะติดกับดักและเสียชีวิต ในขณะเดียวกัน สัตว์นักล่าที่พยายามจะกินสัตว์ที่ติดกับดักอยู่ ก็จะติดกับดักไปด้วยเช่นกัน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "predator trap" (กับดักนักล่า)

เมื่อกระดูกของสัตว์ที่ตายลงจมลงไปในยางมะตอย ยางมะตอยจะซึมเข้าไปในกระดูก ทำให้กระดูกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ และเมื่อส่วนประกอบที่เบาของปิโตรเลียมระเหยออกไป ยางมะตอยจะแข็งตัวหุ้มกระดูกไว้ ทำให้เกิดการอนุรักษ์ฟอสซิลที่สมบูรณ์

La Brea Tar Pits in the United States
ตำแหน่งที่ตั้งของ La Brea Tar Pits ในสหรัฐอเมริกา

การค้นพบฟอสซิล

มีการขุดค้นพบฟอสซิลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ และยังมีการอนุรักษ์ไมโครฟอสซิล (microfossils) เช่น เศษไม้และซากพืช, กระดูกสัตว์ฟันแทะ, แมลง, หอย, ฝุ่น, เมล็ดพืช, ใบไม้ และละอองเรณู ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้ถูกจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ George C. Page Museum โดยการหาอายุด้วยวิธีทางรังสี (radiometric dating) พบว่าวัสดุที่เก่าแก่ที่สุดจากแหล่งซึมยางมะตอย La Brea มีอายุประมาณ 38,000 ปี

คำถามที่พบบ่อย

La Brea Tar Pits คืออะไร?

เป็นแหล่งวิจัยทางบรรพชีวินวิทยาในลอสแอนเจลิสที่เกิดจากยางมะตอยธรรมชาติซึมขึ้นมาจากใต้ดิน ซึ่งดักจับและอนุรักษ์ฟอสซิลของสัตว์จากยุคไพลสโตซีนไว้เป็นจำนวนมาก

ทำไมสัตว์ถึงติดกับดักในบ่อยางมะตอย?

เพราะยางมะตอยมักถูกปกคลุมด้วยน้ำ ฝุ่น และใบไม้ ทำให้สัตว์มองไม่เห็นและหลงเข้าไปติดกับดักจนไม่สามารถหลงออกมาได้

สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ George C. Page Museum ได้หรือไม่?

พิพิธภัณฑ์ปิดปรับปรุงเป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2026