← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ลาบา โซสเซห์ ตำนานนักร้องซัลซ่าแห่งเซเนแกมเบีย

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวแกมเบียผู้เชี่ยวชาญดนตรีแนวซอนและซัลซ่า
  • ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักร้องซัลซ่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเซเนแกมเบีย
  • มีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงดนตรีแอฟริกันเข้ากับดนตรีคิวบันผ่านผลงานในนิวยอร์กและปารีส
  • เป็นสมาชิกของวงดนตรีที่มีอิทธิพลอย่าง Star Band และร่วมงานกับวง Africando

ลาบา โซสเซห์ (Laba Sosseh; 12 มีนาคม พ.ศ. 2486 – 20 กันยายน พ.ศ. 2550) เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวแกมเบีย ผู้เชี่ยวชาญในดนตรีแนวซอน (Son) และซัลซ่า (Salsa) โดยได้รับการยกย่องจากนักวิชาการด้านดนตรีว่า เป็นหนึ่งในนักร้องซัลซ่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเขาและอาจจะยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลในภูมิภาคเซเนแกมเบีย (Senegambia Major)

ภูมิหลังและครอบครัว

โซสเซห์เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ เมืองแบธเฮิร์สต์ (Bathurst) ในประเทศแกมเบีย (ปัจจุบันคือเมืองบันจูล) เขาเกิดในตระกูลกริโอต์ (Griot) ซึ่งเป็นตระกูลนักเล่าเรื่องและนักดนตรีพื้นเมือง โดยมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับ มูซา อึงกุม (Musa Ngum) นักดนตรีชาวเซเนแกมเบีย และ อาลีอู เอบริมา แชม จูฟ (Alieu Ebrima Cham Joof) นักประวัติศาสตร์ชาวแกมเบีย

ทางด้านชาติพันธุ์ โซสเซห์เป็นชาวเซเรอร์ (Serer) แต่เขามักจะร้องเพลงในภาษาโวโลฟ (Wolof) ซึ่งเป็นภาษาที่แพร่หลายในภูมิภาค บิดาของเขาเป็นชาวเซเนกัล ส่วนมารดาเกิดในแกมเบียแต่สืบเชื้อสายมาจากอาณาจักรซาลูม (Kingdom of Saloum) ในเซเนกัล

เมื่ออายุได้ 10 ปี โซสเซห์ได้ย้ายตามบิดาซึ่งได้รับตำแหน่งใหม่ไปพำนักที่เมืองดากา ประเทศเซเนกัล ที่นั่นเขาได้รับการศึกษาในระบบภาษาฝรั่งเศสจนจบระดับมัธยมศึกษา

เส้นทางอาชีพและผลงานดนตรี

หลังจากจบการศึกษา โซสเซห์กลับมายังแกมเบียและเริ่มเข้าสู่แวดวงดนตรีผ่านการร่วมกิจกรรมดนตรีในยามค่ำคืนที่ Banjul ก่อนจะเข้าร่วมกับวง "African band" ร่วมกับนักดนตรีชื่อดังอย่าง บาดู โจบ (Badou Jobe) และ อูเซนู เซงโฮร์ (Ousainou Senghore)

การบุกเบิกดนตรีคิวบันในเซเนกัล

ในช่วงที่พำนักในดากา โซสเซห์ได้ซึมซับกระแสดนตรีจากคิวบาที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนั้น โดยเฉพาะแนวซอน และรุมบ้า เขาได้เริ่มต้นอาชีพกับวง Star Band ซึ่งเป็นวงดนตรีที่มีอิทธิพลอย่างมากในดากา ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 เขาได้แยกตัวออกมาพร้อมกับ เดกซ์เตอร์ จอห์นสัน (Dexter Johnson) เพื่อก่อตั้งวง Super Star de Dakar และร่วมงานกับวงนี้จนถึงปลายทศวรรษ 1960

การขยายชื่อเสียงสู่ระดับสากล

ในช่วงปี พ.ศ. 2515 โซสเซห์ได้ร่วมงานกับกลุ่มนักดนตรีในเมืองอาบิดจัน ประเทศโกตดิวัวร์ และต่อมาได้มีโอกาสเดินทางไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของดนตรีซัลซ่าในขณะนั้น เขาได้บันทึกเสียงอัลบั้มชุด "Salsa Africana" ภายใต้การกำกับของ Monguito "El Unico" นักร้องซอนเนโรชาวคิวบา

โซสเซห์มีความสัมพันธ์อันดีกับวงการซัลซ่าในนิวยอร์กยาวนานถึง 30 ปี และได้ร่วมงานกับวง Orquesta Aragón ในปารีส นอกจากนี้ เพลง "Diamoule Mawo" ของเขายังถูกนำไปขับร้องใหม่โดย โจ อาร์โรโย (Joe Arroyo) ศิลปินชื่อดัง โดยร้องเป็นภาษาโวโลฟตามคำอ่านทางสัทศาสตร์

ผลงานในช่วงปลายชีวิต

ในปี พ.ศ. 2541 โซสเซห์ได้เข้าร่วมกับวง Africando วงดนตรีแอฟโร-ซัลซ่าชื่อดัง โดยมีผลงานในอัลบั้ม Baloba! ซึ่งเขาร้องเพลง "Ayo Nene" และเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาอย่าง "Aminata" นอกจากนี้ เขายังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "Afro-salseros de Senegal" เพื่อเฉลิมฉลองการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเซเนกัลและคิวบา

บั้นปลายชีวิต

ลาบา โซสเซห์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550 ณ เมืองดากา ประเทศเซเนกัล หลังจากล้มป่วยเป็นเวลานาน โดยร่างของเขาถูกฝังที่สุสานมุสลิมในยอฟฟ์ (Yoff) เมืองดากา

คำถามที่พบบ่อย

ลาบา โซสเซห์ มีความสำคัญอย่างไรต่อดนตรีซัลซ่า?

เขาเป็นผู้บุกเบิกและนำดนตรีซัลซ่าและซอนจากคิวบามาผสมผสานกับอัตลักษณ์ของแอฟริกาตะวันตก โดยสร้างชื่อเสียงทั้งในแอฟริกาและในระดับสากล โดยเฉพาะในนิวยอร์ก

ลาบา โซสเซห์ ร้องเพลงในภาษาใดบ้าง?

แม้ว่าเขาจะมีเชื้อสายเซเรอร์ (Serer) แต่เขามักจะร้องเพลงในภาษาโวโลฟ (Wolof) ซึ่งเป็นภาษาหลักในเซเนกัลและแกมเบีย

ผลงานที่โดดเด่นของ ลาบา โซสเซห์ คืออะไร?

เพลง "Aminata" เป็นเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา และเขายังมีผลงานในอัลบั้ม Salsa Africana รวมถึงการร่วมงานกับวง Africando ในอัลบั้ม Baloba!