เลดี้ ไวล์ด กวีหญิงและนักเคลื่อนไหวชาตินิยมชาวไอริช
สรุปใจความสำคัญ
- ใช้นามปากกาว่า Speranza ในการเขียนบทกวีแนวชาตินิยมไอริช
- เป็นมารดาของ ออสการ์ ไวล์ด นักเขียนและกวีชื่อดัง
- มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและเผยแพร่คติชนวิทยาและนิทานพื้นบ้านของไอร์แลนด์
- เชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศถึง 10 ภาษาตั้งแต่อายุ 18 ปี
เลดี้ ไวล์ด (Lady Wilde) หรือชื่อเดิม เจน ฟรานเซสกา แอกเนส เอลจี (Jane Francesca Agnes Elgee; 27 ธันวาคม 1821 – 3 กุมภาพันธ์ 1896) เป็นกวีชาวไอริชผู้มีชื่อเสียงจากการใช้นามปากกาว่า Speranza และเป็นผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวทางชาตินิยมของไอร์แลนด์ นอกจากบทบาทด้านวรรณกรรมแล้ว เธอยังมีความสนใจอย่างลึกซึ้งในด้านคติชนวิทยา (Folklore) โดยได้ช่วยรวบรวมนิทานพื้นบ้านของไอร์แลนด์ และเป็นมารดาของนักเขียนชื่อดังระดับโลกอย่าง ออสการ์ ไวล์ด (Oscar Wilde) และวิลลี ไวล์ด (Willie Wilde)

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
เจนเป็นบุตรสาวคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 4 คน ของชาร์ลส์ เอลจี (Charles Elgee) และซาร่า (Sarah) โดยครอบครัวของเธอเป็นชาวโปรเตสแตนต์ที่มีฐานะในดับลิน แม้ว่าเจนจะอ้างว่าบรรพบุรุษของเธอเป็นชาวอิตาลีที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูล Alighieri (ซึ่งเชื่อมโยงกับกวีชื่อดัง ดันเต อลิกีเอรี) แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่าตระกูลเอลจีสืบเชื้อสายมาจากแรงงานชาวเดอรัม (Durham) ที่สร้างฐานะจนกลายเป็นชนชั้นผู้ดีในเวลาต่อมา
เจนได้รับความรู้จากการศึกษาโดยครูสอนพิเศษและครูพี่เลี้ยงหลายท่าน โดยมีริชาร์ด วัดดี เอลจี ผู้เป็นลุงเป็นผู้สอน จนเธอสามารถเชี่ยวชาญภาษาต่างๆ ได้ถึง 10 ภาษาเมื่ออายุเพียง 18 ปี
ชีวิตสมรสและครอบครัว
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 1851 เจนได้สมรสกับ เซอร์ วิลเลียม ไวล์ด (Sir William Wilde) ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหูและตา รวมถึงเป็นนักวิจัยด้านคติชนวิทยา ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 3 คน ได้แก่ วิลเลียม ชาร์ลส์ คิงส์เบอรี ไวล์ด, ออสการ์ ฟิงกัล โอฟลาเฮอร์ตี วิลส์ ไวล์ด และไอโซลา ฟรานเซสกา เอมิลี ไวล์ด ซึ่งบุตรสาวเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็กด้วยโรคไข้
ครอบครัวไวล์ดอาศัยอยู่ในย่านเมอร์เรียนสแควร์ (Merrion Square) ซึ่งเป็นย่านหรูหราในดับลิน ในช่วงเวลานี้เจนได้สร้างความสัมพันธ์กับชาร์ลอตต์ ฟอน เครเมอร์ (Charlotte von Krämer) ขุนนางหญิงชาวสวีเดน ซึ่งทั้งคู่มีความสนใจร่วมกันในด้านวรรณกรรม วัฒนธรรม และสิทธิสตรี ความสัมพันธ์นี้ทำให้เจนสนใจเรียนภาษาภาษาสวีเดนและเดินทางท่องเที่ยวในสแกนดิเนเวีย ซึ่งต่อมาเธอได้เขียนบันทึกการเดินทางในชื่อ Driftwood from Scandinavia (1884)

บทบาททางวรรณกรรมและการเมือง
เลดี้ ไวล์ด เขียนบทกวีภายใต้นามปากกา Speranza โดยผลงานของเธอมักสะท้อนถึงความรักชาติและการต่อสู้เพื่อเอกราชของไอร์แลนด์ บทกวีของเธอมีอิทธิพลอย่างมากต่อออสการ์ ไวล์ด โดยเฉพาะในด้านการใช้ภาษาและการสร้างสรรค์งานเขียน เช่น บทกวี Ballad of Reading Gaol ของออสการ์ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับบทกวี The Brothers ของเลดี้ ไวล์ด ซึ่งเขียนขึ้นจากเรื่องจริงของการพิจารณาคดีและการประหารชีวิตในช่วงการกบฏปี 1798
หลังจากเซอร์ วิลเลียม ไวล์ด เสียชีวิตในปี 1876 เลดี้ ไวล์ดต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเงินเนื่องจากสามีทิ้งหนี้สินไว้จำนวนมาก เธอจึงย้ายไปลอนดอนในปี 1879 และหารายได้จากการเขียนบทความลงในนิตยสารแฟชั่น รวมถึงการนำงานวิจัยด้านคติชนวิทยาของสามีมาเรียบเรียงเป็นหนังสือ เช่น Ancient legends, mystic charms, and superstitions of Ireland (1887)
คำถามที่พบบ่อย
เลดี้ ไวล์ด คือใคร?
เลดี้ ไวล์ด (Jane Wilde) เป็นกวีหญิงและนักเคลื่อนไหวชาตินิยมชาวไอริช ผู้ใช้นามปากกาว่า Speranza และเป็นมารดาของ ออสการ์ ไวล์ด
นามปากกาของเลดี้ ไวล์ด คืออะไร?
เธอใช้นามปากกาว่า Speranza ในการเขียนบทกวีที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชของไอร์แลนด์
เลดี้ ไวล์ด มีอิทธิพลต่อ ออสการ์ ไวล์ด อย่างไร?
บทกวีและแนวคิดด้านชาตินิยมของเธอมีอิทธิพลต่อการเขียนของออสการ์ ไวล์ด โดยเฉพาะในด้านการใช้ภาษาและการนำเสนอเรื่องราวความอยุติธรรมในสังคม
เลดี้ ไวล์ด สนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ?
เธอมีความสนใจอย่างมากในด้านคติชนวิทยา (Folklore) และนิทานพื้นบ้านของไอร์แลนด์ ซึ่งเธอได้ช่วยรวบรวมและเผยแพร่ผ่านผลงานเขียนของเธอ
เลดี้ ไวล์ด เขียนหนังสือเล่มใดบ้าง?
ผลงานที่โดดเด่น ได้แก่ Driftwood from Scandinavia (บันทึกการเดินทาง) และ Ancient legends, mystic charms, and superstitions of Ireland (รวบรวมคติชนวิทยา)