← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติ Lawrence W. Pierce ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนที่ 3 ที่ได้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ เขตที่ 2
  • เคยดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจนครนิวยอร์กและประธานคณะกรรมการควบคุมการติดยาเสพติดแห่งรัฐนิวยอร์ก
  • หลังเกษียณได้ช่วยพัฒนาด้านกฎหมายในกัมพูชาผ่านโครงการ USAID-funded Cambodian Court Training Project

Lawrence Warren Pierce (31 ธันวาคม 1924 – 5 กุมภาพันธ์ 2020) เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ (United States Court of Appeals) ประจำเขตที่ 2 และอดีตผู้พิพากษาศาลเขตสหรัฐฯ (United States District Court) ประจำเขตใต้ของนิวยอร์ก ท่านเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในวงการกฎหมายของสหรัฐฯ และเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนที่สามที่ได้ดำรงตำแหน่งในศาลอุทธรณ์เขตที่ 2

Lawrence W. Pierce
Lawrence W. Pierce ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ

การศึกษาและเส้นทางอาชีพ

Pierce เกิดที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์จาก St. Joseph's University ในปี 1948 และปริญญาทางกฎหมาย (Bachelor of Laws) จาก Fordham University School of Law ในปี 1951

ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางตุลาการ Pierce มีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ดังนี้:

  • 1943–1946: รับราชการในกองทัพบกสหรัฐฯ สังกัดกองพลทหารราบที่ 92 ในประเทศอิตาลี โดยดำรงยศจ่าสิบเอก
  • 1951–1953: ทนายความประจำ Legal Aid Society แห่งนครนิวยอร์ก
  • 1954–1961: ผู้ช่วยอัยการเขต Kings County รัฐนิวยอร์ก
  • 1961–1963: รองผู้บัญชาการตำรวจนครนิวยอร์ก
  • 1963–1966: ผู้อำนวยการกองงานเยาวชนแห่งรัฐนิวยอร์ก (New York State Division for Youth)
  • 1966–1970: ประธานคณะกรรมการควบคุมการติดยาเสพติดแห่งรัฐนิวยอร์ก
  • 1970–1971: อาจารย์พิเศษที่ Graduate School of Criminal Justice มหาวิทยาลัย Albany, SUNY

การดำรงตำแหน่งทางตุลาการระดับสหพันธรัฐ

ในปี 1971 ประธานาธิบดี Richard Nixon ได้เสนอชื่อ Pierce ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลเขตสหรัฐฯ ประจำเขตใต้ของนิวยอร์ก ซึ่งเขาได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาในวันที่ 20 พฤษภาคม 1971 และปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 1981

ต่อมาในวันที่ 8 กันยายน 1981 ประธานาธิบดี Ronald Reagan ได้เสนอชื่อเขาให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ประจำเขตที่ 2 ซึ่งเขาได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาในวันที่ 18 พฤศจิกายน 1981 ทำให้เขากลายเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนที่สามที่ได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งนี้ ต่อจาก Thurgood Marshall และ Amalya Lyle Kearse

นอกจากนี้ ในปี 1978 ประธานศาลฎีกา Warren Burger ยังได้แต่งตั้งให้ Pierce ปฏิบัติหน้าที่ในศาลสอดแนมข้อมูลต่างประเทศ (Foreign Intelligence Surveillance Court) และเขาเคยดำรงตำแหน่งผู้สังเกตการณ์สำรองของสมาคมเนติบัณฑิตยสภาอเมริกัน (ABA) ประจำสหประชาชาติอีกด้วย

ชีวิตหลังเกษียณและครอบครัว

Pierce เกษียณจากตำแหน่งตุลาการในปี 1995 เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ และได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการฝึกอบรมศาลกัมพูชา (Cambodian Court Training Project) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก USAID

ในด้านครอบครัว เขาแต่งงานสองครั้ง ครั้งแรกกับ Wilma Verenia Taylor มีบุตรชาย 3 คน และครั้งที่สองกับ Cynthia Straker อดีตทนายความรัฐบาลกลางและศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย

การค้นคว้าลำดับวงศ์ตระกูล

Pierce ใช้เวลาหลายปีในการศึกษาประวัติครอบครัวและพบว่าเขามีบรรพบุรุษเป็นชาวผิวดำสองคนที่ชื่อ Richard และ Anthony Pierce ซึ่งเป็นลูกเรือที่ซื้ออิสรภาพของตนเองและแต่งงานกับหญิงชาวดัตช์ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ความภูมิใจในรากเหง้าทำให้เขาเข้าร่วมสมาคม S.A.R. และ Sons of the Revolution โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งรองประธาน และนิตยสาร Ebony ยังเคยจัดให้เขาเป็นหนึ่งในชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่มีอิทธิพลที่สุดในสหรัฐอเมริกาติดต่อกันหลายปี

คำถามที่พบบ่อย

Lawrence W. Pierce ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลใดบ้าง?

ท่านดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลเขตสหรัฐฯ ประจำเขตใต้ของนิวยอร์ก และต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ประจำเขตที่ 2

ใครเป็นผู้เสนอชื่อ Lawrence W. Pierce ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา?

ประธานาธิบดี Richard Nixon เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งศาลเขตในปี 1971 และประธานาธิบดี Ronald Reagan เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งศาลอุทธรณ์ในปี 1981

บทบาทของ Lawrence W. Pierce ในกัมพูชาคืออะไร?

หลังเกษียณในปี 1995 ท่านได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการฝึกอบรมศาลกัมพูชา (Cambodian Court Training Project) ซึ่งสนับสนุนโดย USAID