สมาคมวิชาการแห่งเวลส์ (Learned Society of Wales) สถาบันวิชาการแห่งชาติ
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2010 ณ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเวลส์
- เป็นสถาบันวิชาการแห่งชาติเพียงแห่งเดียวของเวลส์ที่ครอบคลุมทุกสาขาวิชา (Pan-disciplinary)
- ได้รับพระราชทานกฎบัตร (Royal Charter) ในปี 2015
- สมาชิก (Fellows) สามารถใช้ตัวย่อ FLSW ต่อท้ายชื่อเพื่อแสดงวิทยฐานะ
สมาคมวิชาการแห่งเวลส์ (ภาษาเวลส์: Cymdeithas Ddysgedig Cymru) เป็นสถาบันวิชาการแห่งชาติ สมาคมวิชาการ และองค์กรการกุศลที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อ "เฉลิมฉลอง ยอมรับ อนุรักษ์ ปกป้อง และส่งเสริมความเป็นเลิศในทุกสาขาวิชาการ" เพื่อรับใช้ประชาชาติเวลส์
สมาคมนี้เป็นสถาบันวิชาการแห่งชาติเพียงแห่งเดียวของเวลส์ที่ครอบคลุมทุกสาขาวิชา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2010 ณ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเวลส์ และได้รับพระราชทานกฎบัตร (Royal Charter) ในปี 2015 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff)
วัตถุประสงค์และพันธกิจ
สมาคมวิชาการแห่งเวลส์มีพันธกิจหลักดังนี้:
- เฉลิมฉลอง ยอมรับ อนุรักษ์ ปกป้อง และส่งเสริมความเป็นเลิศในทุกสาขาวิชาการ รวมถึงในวิชาชีพ อุตสาหกรรม พาณิชย์ ศิลปะ และการบริการสาธารณะ
- ส่งเสริมความก้าวหน้าของการเรียนรู้ ทุนการศึกษา การเผยแพร่ และการประยุกต์ใช้ผลลัพธ์จากการสืบเสาะทางวิชาการและการวิจัย
- ทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระ เพื่อให้คำปรึกษาและแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการวิจัย ทุนการศึกษา และความเป็นอยู่ของเวลส์และประชาชน รวมถึงส่งเสริมการอภิปรายและการปฏิสัมพันธ์ในประเด็นที่มีความสำคัญระดับชาติและนานาชาติ
ประวัติความเป็นมา
สมาคมวิชาการแห่งเวลส์ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากสถาบันวิชาการในเมืองอื่นอย่าง Royal Society of Edinburgh หรือ Royal Society ในลอนดอนเป็นเวลานาน แนวคิดการสร้างสถาบันวิชาการแห่งชาติในเวลส์มีการพูดถึงมาหลายปี แต่เริ่มดำเนินการอย่างจริงจังในปี 2008 เมื่อกลุ่มนักวิชาการอิสระประมาณ 20 ท่านจากสาขาวิชาหลักๆ ได้รวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนสถาบันวิชาการในเวลส์
กลุ่มดังกล่าวได้จัดตั้ง "สภาเงา" (Shadow Council) และระบุตัวนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของ Royal Society หรือ British Academy เพื่อร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง (Founding Fellows) จำนวน 60 ท่าน
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 Sir John Cadogan ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานคนแรก และในวันที่ 25 พฤษภาคม 2010 สมาคมได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในพิธีที่จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติในคาร์ดิฟฟ์ โดยได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานจาก University of Wales และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั่วประเทศเพื่อให้สมาคมยังคงความเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์
ระบบสมาชิก (Fellowship)

ปัจจุบันสมาคมมีสมาชิก (Fellows) มากกว่า 700 ท่าน จากทุกสาขาวิชา ผู้ที่ได้รับเลือกสามารถใช้ตัวย่อ FLSW ต่อท้ายชื่อของตนได้
การเข้าเป็นสมาชิกเปิดกว้างสำหรับผู้ที่พำนักในเวลส์ ผู้ที่เกิดในเวลส์ หรือผู้ที่มีความเชื่อมโยงเป็นพิเศษกับเวลส์ ซึ่งมี "ประวัติความเป็นเลิศและความสำเร็จที่พิสูจน์ได้" ในทางวิชาการ หรือผู้ที่สร้างคุณูปการอันโดดเด่นต่อความรู้ในสาขาวิชาชีพของตน โดยผ่านกระบวนการพิจารณาจากเพื่อนร่วมวิชาชีพ (Peer Review) ที่เข้มงวด
คณะกรรมการตรวจสอบ (Scrutiny Committees)
การคัดเลือกสมาชิกจะดำเนินการผ่านคณะกรรมการตรวจสอบในสาขาต่างๆ ดังนี้:
- การแพทย์และวิทยาศาสตร์การแพทย์
- วิทยาศาสตร์ระดับเซลล์ โมเลกุล วิวัฒนาการ สิ่งมีชีวิต และระบบนิเวศ
- เคมี ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์โลก
- คอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ และสถิติ
- วิศวกรรมศาสตร์
- ภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และทฤษฎีของศิลปะสร้างสรรค์และการแสดง
- ประวัติศาสตร์ ปรัชญา และเทววิทยา
- เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ การศึกษา และกฎหมาย
- สาขาทั่วไป
เหรียญรางวัล Dillwyn Medals
เหรียญรางวัล Dillwyn Medals มีไว้เพื่อยกย่องความเป็นเลิศในการวิจัยของนักวิจัยรุ่นใหม่ โดยมีการมอบรางวัลใน 3 สาขาหลัก ได้แก่:
- วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม คณิตศาสตร์ และการแพทย์ (STEM & Medicine)
- มนุษยศาสตร์และศิลปะสร้างสรรค์ (Humanities & Creative Arts)
- สังคมศาสตร์ การศึกษา และธุรกิจ (Social Sciences, Education & Business)
คำถามที่พบบ่อย
Learned Society of Wales คืออะไร?
เป็นสถาบันวิชาการแห่งชาติและองค์กรการกุศลของเวลส์ ที่มุ่งส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการในทุกสาขาวิชาและให้คำปรึกษาทางวิชาการแก่ประเทศเวลส์
ใครสามารถสมัครเป็นสมาชิก (Fellow) ของสมาคมได้บ้าง?
ผู้ที่พำนักในเวลส์ เกิดในเวลส์ หรือมีความเชื่อมโยงกับเวลส์ และมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ในด้านวิชาการหรือวิชาชีพ โดยต้องผ่านการเสนอชื่อและพิจารณาโดยเพื่อนร่วมวิชาชีพ
เหรียญรางวัล Dillwyn Medals มอบให้ใคร?
มอบให้นักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีความเป็นเลิศในการวิจัย โดยแบ่งเป็นสาขา STEM และการแพทย์, มนุษยศาสตร์และศิลปะสร้างสรรค์, และสังคมศาสตร์ การศึกษา และธุรกิจ