แหล่งก๊าซธรรมชาติเลเวียธาน
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกชายฝั่งอิสราเอล
- เริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2019
- ส่งออกก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่ไปยังอียิปต์และจอร์แดน
- ดำเนินการโดย Chevron Corporation ร่วมกับพันธมิตรบริษัทพลังงานของอิสราเอล
แหล่งก๊าซธรรมชาติเลเวียธาน (Leviathan gas field) เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกชายฝั่งประเทศอิสราเอล โดยอยู่ห่างจากแหล่งก๊าซทามาร์ (Tamar gas field) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 47 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองไฮฟา (Haifa) ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 130 กิโลเมตร แหล่งก๊าซนี้ตั้งอยู่ในแอ่งเลแวนไทน์ (Levantine basin) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีไฮโดรคาร์บอนสะสมอยู่หนาแน่น ในระดับความลึกของน้ำประมาณ 1,500 เมตร

การค้นพบแหล่งก๊าซเลเวียธานร่วมกับแหล่งก๊าซทามาร์ ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้อิสราเอลสามารถบรรลุความมั่นคงทางพลังงานและพึ่งพาตนเองได้ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงมีศักยภาพในการปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของอิสราเอลกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อียิปต์และตุรกี
ปริมาณสำรองและการผลิต
ในปี 2017 มีการประมาณการว่าแหล่งก๊าซเลเวียธานมีก๊าซธรรมชาติที่สามารถนำขึ้นมาใช้ได้ประมาณ 22 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ก๊าซภายในประเทศอิสราเอลเป็นเวลาถึง 40 ปี โดยแหล่งก๊าซนี้เริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2019 และข้อมูล ณ ปี 2024 ระบุว่าร้อยละ 90 ของผลผลิตจากแหล่งก๊าซนี้ถูกส่งออกไปยังประเทศอียิปต์และจอร์แดน
ประวัติการสำรวจและการพัฒนา
ความเป็นไปได้ในการพบก๊าซธรรมชาติในบริเวณนี้ถูกระบุโดย Eitan Aizenberg นักธรณีวิทยาและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Ratio ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจน้ำมันขนาดเล็กของอิสราเอล โดย Ratio ได้ร่วมมือกับบริษัท Delek และ Noble Energy จากรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ในการสำรวจครั้งนี้

ในเดือนกรกฎาคม 2010 Noble Energy ประกาศว่าผลการศึกษาทางธรณีฟิสิกส์ชี้ให้เห็นว่ามีโอกาสร้อยละ 50 ที่จะพบก๊าซธรรมชาติ โดยคาดการณ์ปริมาณสำรองเบื้องต้นที่ 16 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ต่อมามีการขุดเจาะหลุมสำรวจแรกชื่อ Leviathan 1 ลงไปถึงความลึก 5,170 เมตร และประกาศการค้นพบก๊าซธรรมชาติอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2010 โดยใช้ค่าใช้จ่ายในการขุดเจาะหลุมสำรวจนี้ 92.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความท้าทายทางเทคนิค
ในระยะที่สองของการขุดเจาะหลุม Leviathan 1 มีเป้าหมายที่จะลงไปให้ถึงความลึก 7,200 เมตร เพื่อค้นหาแหล่งก๊าซเพิ่มเติมและน้ำมันดิบที่อาจมีปริมาณถึง 600 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม Noble Energy ประสบปัญหาทางเทคนิคในการขุดเจาะระดับความลึกที่สูงมาก ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงชั้นหินลึกดังกล่าวได้ แม้จะมีการตรวจพบก๊าซบางส่วนในระหว่างการขุดเจาะก็ตาม
การถือหุ้นและการดำเนินงาน
ปัจจุบัน Chevron Corporation (ซึ่งเข้าซื้อกิจการ Noble Energy ในเดือนตุลาคม 2020) เป็นผู้ดำเนินการหลักโดยถือหุ้นร้อยละ 39.66 ร่วมกับบริษัทอื่น ๆ ได้แก่ Delek (ร้อยละ 22.67), Avner Oil Exploration (ร้อยละ 22.67) และ Ratio Oil Exploration (ร้อยละ 15)
ข้อตกลงการส่งออกและเศรษฐกิจ
แหล่งก๊าซเลเวียธานมีบทบาทสำคัญในการส่งออกพลังงานของอิสราเอล โดยมีข้อตกลงที่สำคัญดังนี้:
- อียิปต์: ในปี 2018 มีการลงนามข้อตกลงมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งออกก๊าซธรรมชาติไปยังอียิปต์เป็นเวลา 10 ปี โดยมีการส่งก๊าซจากแหล่งเลเวียธานปีละ 3.5 พันล้านลูกบาศก์เมตร
- การขยายกำลังการผลิต: ในช่วงต้นปี 2023 มีการประกาศลงทุน 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเตรียมสถานี LNG ลอยน้ำ (Floating LNG terminal) และลงทุนอีก 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายการผลิต ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2.1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีในอนาคต
- ข้อตกลงประวัติศาสตร์: เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2025 มีการลงนามข้อตกลงส่งออกก๊าซไปยังอียิปต์มูลค่าประมาณ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นข้อตกลงการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล
คำถามที่พบบ่อย
แหล่งก๊าซเลเวียธานตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกชายฝั่งประเทศอิสราเอล ในแอ่งเลแวนไทน์ ห่างจากเมืองไฮฟาไปทางทิศตะวันตกประมาณ 130 กิโลเมตร
แหล่งก๊าซนี้มีความสำคัญต่ออิสราเอลอย่างไร?
ช่วยให้อิสราเอลบรรลุความมั่นคงทางพลังงาน พึ่งพาตนเองได้ และสร้างรายได้มหาศาลจากการส่งออกก๊าซธรรมชาติไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อียิปต์และจอร์แดน
ใครเป็นผู้ดำเนินการหลักในปัจจุบัน?
Chevron Corporation เป็นผู้ดำเนินการหลักหลังจากเข้าซื้อกิจการ Noble Energy ในปี 2020
ปริมาณสำรองของแหล่งก๊าซเลเวียธานมีมากน้อยเพียงใด?
มีการประมาณการในปี 2017 ว่ามีก๊าซธรรมชาติที่นำขึ้นมาใช้ได้ประมาณ 22 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการในประเทศเป็นเวลา 40 ปี

