ลูอิส ไฮน์ ช่างภาพผู้เปลี่ยนแปลงสังคมและต่อต้านแรงงานเด็ก
สรุปใจความสำคัญ
- ลูอิส ไฮน์ เป็นช่างภาพสารคดีที่ใช้ภาพถ่ายเป็นเครื่องมือในการปฏิรูปสังคมและกฎหมายแรงงานเด็กในสหรัฐอเมริกา
- เขาต้องปลอมตัวเป็นหลายอาชีพเพื่อลอบเข้าไปถ่ายภาพสภาพการทำงานที่โหดร้ายในโรงงานและเหมือง
- ผลงานที่โดดเด่นของเขาประกอบด้วยการบันทึกภาพผู้อพยพที่เกาะเอลลิส และการก่อสร้างตึกเอ็มไพร์สเตต
ลูอิส วิกเกส ไฮน์ (Lewis Wickes Hine) (26 กันยายน 1874 – 3 พฤศจิกายน 1940) เป็นนักสังคมวิทยาและช่างภาพแนวเปิดโปงความจริง (muckraker) ชาวอเมริกัน ผลงานภาพถ่ายของเขาในช่วงยุคก้าวหน้า (Progressive Era) และช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ได้บันทึกภาพเด็กจำนวนมากที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดกฎหมายแรงงานเด็กฉบับแรกในสหรัฐอเมริกา
ชีวิตช่วงต้นและการเริ่มต้น
ไฮน์เกิดที่เมืองออชโคช รัฐวิสคอนซิน หลังจากบิดาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ไฮน์ในวัยรุ่นต้องทำงานหลายอย่างเพื่อเลี้ยงดูมารดาและพี่สาว เขาพยายามเก็บออมเงินเพื่อเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิคาโกในปี 1900 ต่อมาเขาได้รับคำชวนจาก แฟรงก์ แมนนี ให้ไปเป็นผู้ช่วยครูที่โรงเรียน Ethical Culture ในนิวยอร์กซิตี้ ซึ่งที่นั่นเขาได้ส่งเสริมให้นักเรียนใช้การถ่ายภาพเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้ นอกจากนี้เขายังได้ศึกษาด้านสังคมวิทยาที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียและมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

ไฮน์ได้นำนักเรียนวิชาสังคมวิทยาไปยังเกาะเอลลิส (Ellis Island) เพื่อถ่ายภาพผู้อพยพหลายพันคนที่เดินทางมาถึงในแต่ละวัน ระหว่างปี 1904 ถึง 1909 เขาถ่ายภาพไว้มากกว่า 200 ใบ และตระหนักว่า การถ่ายภาพสารคดี สามารถใช้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปสังคมได้
การถ่ายภาพสารคดีและการต่อสู้เพื่อสิทธิเด็ก
ในปี 1907 ไฮน์ได้ทำงานเป็นช่างภาพประจำมูลนิธิ Russell Sage โดยเขาได้ถ่ายภาพชีวิตในย่านอุตสาหกรรมเหล็กและผู้คนในเมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย สำหรับการศึกษาทางสังคมวิทยาที่มีอิทธิพลอย่างมาก

ในปี 1908 ไฮน์ลาออกจากตำแหน่งครูเพื่อมาเป็นช่างภาพให้กับคณะกรรมการแรงงานเด็กแห่งชาติ (National Child Labor Committee - NCLC) ตลอดทศวรรษต่อมา เขาได้บันทึกภาพการใช้แรงงานเด็ก โดยเฉพาะในแถบแคโรไลนา พีดมอนต์ เพื่อสนับสนุนการล็อบบี้ให้ยุติการใช้แรงงานเด็ก
การทำงานของไฮน์มีความเสี่ยงสูง เขามักถูกข่มขู่ด้วยความรุนแรงจากตำรวจโรงงานและหัวหน้างาน เนื่องจากในสมัยนั้น ความโหดร้ายของการใช้แรงงานเด็กถูกปกปิดจากสาธารณชน เพื่อให้เข้าถึงโรงงาน เหมือง และโรงทอผ้า ไฮน์ต้องปลอมตัวเป็นหลายอาชีพ เช่น ผู้ตรวจการด้านอัคคีภัย, คนขายโปสการ์ด, คนขายคัมภีร์ไบเบิล หรือแม้แต่ช่างภาพอุตสาหกรรมที่มาบันทึกภาพเครื่องจักร
การบันทึกประวัติศาสตร์และช่วงปลายชีวิต
ในช่วงและหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ไฮน์ได้ถ่ายภาพงานบรรเทาทุกข์ของสภากาชาดอเมริกันในยุโรป และในช่วงทศวรรษ 1920 ถึงต้น 1930 เขาได้สร้างชุดภาพ "ภาพพอร์ตเทรตของคนทำงาน" (work portraits) เพื่อเน้นย้ำถึงคุณค่าของมนุษย์ในอุตสาหกรรมสมัยใหม่
ในปี 1930 เขาได้รับมอบหมายให้บันทึกการก่อสร้างตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Building) โดยเขาถ่ายภาพคนงานในตำแหน่งที่อันตรายอย่างยิ่ง บางครั้งเขาต้องโหนตัวอยู่ในตะกร้าที่ออกแบบเป็นพิเศษสูงกว่า 1,000 ฟุตเหนือถนนฟิฟธ์อเวนิว เพื่อให้ได้มุมภาพที่ดีที่สุด

ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ไฮน์กลับมาทำงานกับสภากาชาดอีกครั้งเพื่อถ่ายภาพการบรรเทาทุกข์จากภัยแล้งในภาคใต้ของอเมริกา และทำงานให้กับหน่วยงาน Tennessee Valley Authority (TVA) เพื่อบันทึกชีวิตในภูเขาทางตะวันออกของรัฐเทนเนสซี
ในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต ไฮน์ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักเนื่องจากการขาดการสนับสนุนจากรัฐบาลและบริษัทเอกชน เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 1940 ในโรงพยาบาลด็อบส์ เฟอร์รี รัฐนิวยอร์ก ด้วยวัย 66 ปี
มรดกทางประวัติศาสตร์
ภาพถ่ายของลูอิส ไฮน์ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้เกิดการจัดตั้งสำนักงานเด็กและครอบครัว (Children's Bureau) ในปี 1912 และนำไปสู่การประกาศใช้กฎหมายมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม (Fair Labor Standards Act) ในปี 1938 ซึ่งในที่สุดก็ทำให้การใช้แรงงานเด็กในสหรัฐอเมริกาสิ้นสุดลง
คำถามที่พบบ่อย
ลูอิส ไฮน์ มีบทบาทอย่างไรในการยกเลิกแรงงานเด็ก?
เขาใช้ภาพถ่ายสารคดีเพื่อเปิดโปงสภาพการทำงานที่ยากลำบากและอันตรายของเด็กๆ ซึ่งสร้างแรงกดดันทางสังคมและสนับสนุนการล็อบบี้ของคณะกรรมการแรงงานเด็กแห่งชาติ จนนำไปสู่การออกกฎหมายห้ามใช้แรงงานเด็กในที่สุด
ไฮน์ใช้วิธีการใดในการเข้าถึงโรงงานเพื่อถ่ายภาพ?
เนื่องจากการถ่ายภาพถูกสั่งห้ามในโรงงาน เขาจึงต้องปลอมตัวเป็นผู้ตรวจการอัคคีภัย คนขายคัมภีร์ไบเบิล หรือคนขายโปสการ์ด เพื่อลอบเข้าไปบันทึกภาพ
นอกจากเรื่องแรงงานเด็ก ไฮน์ถ่ายภาพอะไรอีกบ้าง?
เขาถ่ายภาพผู้อพยพที่เกาะเอลลิส, งานบรรเทาทุกข์ของสภากาชาด, และภาพคนงานก่อสร้างตึกเอ็มไพร์สเตตในตำแหน่งที่สูงและอันตราย


