← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติ L. G. Pine บรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญด้านลำดับวงศ์ตระกูลชาวอังกฤษ

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการและผู้อำนวยการบริหารของ Burke's Peerage ระหว่างปี 1946-1960
  • เขียนหนังสือมากกว่า 30 เล่ม และบทความมากกว่า 2,000 ชิ้นเกี่ยวกับลำดับวงศ์ตระกูลและตราประจำตระกูล
  • เคยรับราชการในหน่วยข่าวกรองของกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF Intelligence) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
  • ลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ Shooting Times เนื่องจากคัดค้านการกีฬาที่ทารุณสัตว์

เลสลี กิลเบิร์ต ไพน์ (Leslie Gilbert Pine) (22 ธันวาคม 1907 – 15 พฤษภาคม 1987) เป็นบรรณาธิการ นักลำดับวงศ์ตระกูล นักตราสัญลักษณ์ (Heraldist) และนักเขียนชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียง โดยเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการดำรงตำแหน่งบรรณาธิการและผู้อำนวยการบริหารของ Burke's Peerage ระหว่างปี 1946 ถึง 1960 เขาได้เขียนผลงานมากมายเกี่ยวกับประวัติครอบครัว บรรดาศักดิ์ ตราประจำตระกูล และประเพณีทางสังคมของอังกฤษ โดยตีพิมพ์หนังสือมากกว่า 30 เล่ม และเขียนบทความนับร้อยชิ้นในงานอ้างอิง หนังสือพิมพ์ และวารสารต่างๆ

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

ไพน์เกิดที่เมืองบริสตอล เป็นบุตรของเฮนรี มัวร์สเฮด ไพน์ พ่อค้าของชำ และลิลเลียน เกรซ เบสเวเธอร์ริก เขาได้รับการศึกษาที่ Tellisford House School ในบริสตอล, South West London College ที่ Barnes และมหาวิทยาลัยลอนดอน ซึ่งเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยม ไพน์มีความสามารถทางด้านภาษาที่หลากหลาย โดยสามารถอ่านภาษาละติน กรีก ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี และมีความสนใจในประวัติศาสตร์โรมัน ศาสนา ตราประจำตระกูล และลำดับวงศ์ตระกูลมาตั้งแต่เยาว์วัย

การรับราชการทหาร

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ไพน์รับราชการในหน่วยข่าวกรองของกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF Intelligence) โดยปฏิบัติหน้าที่ในแอฟริกาเหนือ อิตาลี กรีซ และอินเดีย เขาได้รับเหรียญตราเกียรติยศ ได้แก่ Africa Star, Italy Star และ Defence Medal ก่อนจะเกษียณอายุราชการจาก RAF ในปี 1946 ในยศ Squadron Leader

เส้นทางอาชีพด้านการบรรณาธิการและการเขียน

บทบาทบรรณาธิการ

ไพน์เริ่มต้นอาชีพที่ Burke's Peerage Ltd โดยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยบรรณาธิการตั้งแต่ปี 1935 ถึง 1940 และกลับมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารในปี 1946 ถึง 1960 ในช่วงเวลานี้เขาได้ดูแลและแก้ไขผลงานอ้างอิงทางลำดับวงศ์ตระกูลและตราสัญลักษณ์ที่สำคัญ เช่น Burke's Peerage, Baronetage and Knightage และ Burke's Landed Gentry

ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 ไพน์ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ Shooting Times นิตยสารกีฬาภาคสนามของอังกฤษ อย่างไรก็ตาม เขาได้ลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลทางจริยธรรม เนื่องจากเขาคัดค้านวัฒนธรรมการกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการนองเลือด ซึ่งขัดกับความเชื่อทางศาสนาและจริยธรรมของเขา

นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทสำคัญใน Augustan Society โดยดำรงตำแหน่งสมาชิก ผู้อำนวยการ และคณะกรรมการบริหาร รวมถึงเป็นบรรณาธิการสิ่งพิมพ์ด้านลำดับวงศ์ตระกูลและตราสัญลักษณ์หลายฉบับ และระหว่างปี 1975 ถึง 1980 เขาได้ทำงานบรรณาธิการให้กับ The National Message วารสารของ British-Israel-World Federation

บทบาทนักเขียน

ไพน์เขียนหนังสือและบทความจำนวนมากเกี่ยวกับประวัติครอบครัว บรรดาศักดิ์ การศึกษาชื่อสกุล ตราประจำตระกูล สถาบันกษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร และประเพณีทางสังคมของอังกฤษ ผลงานของเขามีตั้งแต่คู่มือการลำดับวงศ์ตระกูลเชิงปฏิบัติไปจนถึงการศึกษาเชิงตีความเกี่ยวกับสถาบันขุนนางและโครงสร้างทางสังคม

นอกจากหนังสือกว่า 30 เล่มแล้ว เขายังเขียนบทความมากกว่า 2,000 ชิ้นให้กับหนังสือพิมพ์และวารสารทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา รวมถึงผลงานใน Encyclopædia Britannica, The Times และ The Washington Post

เกียรติยศและความเชื่อส่วนบุคคล

การเมืองและศาสนา

ในด้านการเมือง ไพน์เคยมีความเกี่ยวข้องกับพรรคอนุรักษนิยมและเคยลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต Bristol Central ปี 1959 ต่อมาเขาได้ย้ายไปเข้าร่วมกับพรรคลิเบอรัลในปี 1962 และลงสมัครในเขต South Croydon ปี 1963 ก่อนจะลาออกในเวลาต่อมา

ในด้านศาสนา ไพน์เคยเปลี่ยนไปนับถือคาทอลิกในปี 1964 ก่อนจะกลับมานับถือศาสนาคริสต์นิกายแองกลิกันในปี 1971 เขาทำหน้าที่เป็นผู้อ่านฆราวาส (Lay Reader) ในหลายเขตสังฆมณฑล และเป็นผู้สนับสนุนหนังสือสวดมนต์ (Book of Common Prayer) อย่างเคร่งครัด

การรณรงค์เพื่อสวัสดิภาพสัตว์

ในช่วงกลางของชีวิต ไพน์ได้เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์ โดยหันมาต่อต้านกีฬาที่มีการนองเลือด ในหนังสือ After Their Blood (1966) เขาประณามการล่าสัตว์ว่าเป็นการทารุณกรรมที่ขัดต่อหน้าที่ของคริสต์ศาสนิกชน โดยระบุว่ามนุษย์ควรลดความทุกข์ทรมานของโลกให้เหลือน้อยที่สุด

ชีวิตครอบครัวและบั้นปลายชีวิต

ไพน์แต่งงานกับเกรซ ไวโอเล็ต กริฟฟิน ในปี 1948 และมีบุตรชายหนึ่งคนคือ ริชาร์ด ไพน์ ในช่วงทศวรรษ 1980 เขาอาศัยอยู่ที่ Hall Lodge Cottage ในเมืองเบรตเทนแฮม ใกล้กับเมืองอิปสวิช และเป็นสมาชิกของสโมสรผู้สื่อข่าว (Press Club) และ Wig and Pen Club ในลอนดอน

L. G. Pine เสียชีวิตที่เมืองเบอรีเซนต์เอ็ดมันด์ส มณฑลซัฟฟอล์ก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 1987 ทิ้งมรดกทางความรู้ที่ช่วยให้การศึกษาประวัติครอบครัวเป็นที่นิยมมากขึ้นในสหราชอาณาจักร

คำถามที่พบบ่อย

L. G. Pine มีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านใด?

เขามีชื่อเสียงในฐานะบรรณาธิการของ Burke's Peerage และเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านลำดับวงศ์ตระกูล (Genealogy) และตราประจำตระกูล (Heraldry) ของอังกฤษ

ทำไม L. G. Pine ถึงลาออกจากนิตยสาร Shooting Times?

เขาลาออกด้วยเหตุผลทางจริยธรรม เนื่องจากเขาคัดค้านการกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการนองเลือดและการทารุณสัตว์ ซึ่งขัดกับความเชื่อทางศาสนาของเขา

ผลงานการเขียนของ L. G. Pine ครอบคลุมเรื่องใดบ้าง?

ผลงานของเขาครอบคลุมเรื่องประวัติครอบครัว, บรรดาศักดิ์ขุนนาง, การศึกษาชื่อสกุล, ตราประจำตระกูล, สถาบันกษัตริย์ และประเพณีทางสังคมของอังกฤษ