LifeArc องค์กรวิจัยทางการแพทย์เพื่อโรคหายากและเชื้อดื้อยา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นองค์กรวิจัยทางการแพทย์ที่พึ่งพาตนเองทางการเงิน (Self-funded) โดยใช้รายได้จากค่าลิขสิทธิ์และการลงทุน
- มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา Keytruda ซึ่งเป็นหนึ่งในยารักษามะเร็งที่มียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์
- มุ่งเน้นการวิจัยในกลุ่มโรคหายาก (Rare Diseases) และการติดเชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance)
- ลงทุน 40 ล้านปอนด์ในศูนย์แปลผลเพื่อโรคหายาก (Translational Centres for Rare Disease)
LifeArc เป็นองค์กรวิจัยทางการแพทย์ของสหราชอาณาจักรที่พึ่งพาตนเองด้านเงินทุน โดยมุ่งเน้นไปที่การวิจัย โรคหายาก (Rare Diseases) และ การติดเชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance) โดยมีสถานะเป็นทั้งบริษัทจำกัดโดยการรับประกันและองค์กรการกุศลที่จดทะเบียน
ความเชี่ยวชาญในการเปลี่ยนงานวิจัยสู่การรักษา
LifeArc มีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านการวิจัยเชิงแปลผล (Research Translation) ซึ่งเป็นการนำนวัตกรรมทางการแพทย์จากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงกับผู้ป่วย ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการทำให้แอนติบอดีมีความเป็นมนุษย์ (Humanising the antibody) ซึ่งนำไปสู่การพัฒนายา Keytruda (pembrolizumab) ยารักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด รวมถึงยาที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานอีก 4 ชนิด
ความมั่นคงทางการเงินและการพึ่งพาตนเอง
ในปี 2019 LifeArc ได้ขายสิทธิในค่าลิขสิทธิ์บางส่วนของยา Keytruda ให้กับบริษัทลูกของ Canada Pension Plan Investment Board (CPPIB) เป็นมูลค่าประมาณ 1.297 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1 พันล้านปอนด์) เงินทุนนี้ถูกนำไปสร้างพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ซึ่งสร้างรายได้กลับมาเพื่อสนับสนุนงานวิทยาศาสตร์ที่มีผลกระทบสูง ทำให้ LifeArc กลายเป็นองค์กรที่พึ่งพาตนเองทางการเงินได้อย่างสมบูรณ์
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นขององค์กรเกิดขึ้นในปี 1984 ในรูปแบบของสวนวิทยาศาสตร์ (Science Park) แห่งเดียวที่เน้นการพัฒนาแอนติบอดี ต่อมาในปี 1999 ได้กลายเป็นหน่วยงานด้านการสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ของ Medical Research Council (MRC) ภายใต้ชื่อ Medical Research Council Technology (MRC-T) ก่อนจะรีแบรนด์เป็น LifeArc ในปี 2017
ยาสำคัญที่เกิดจากการสนับสนุนของ LifeArc
- Keytruda (pembrolizumab): ยารักษามะเร็งหลายชนิด
- Leqembi (lecanemab): สำหรับโรคอัลไซเมอร์
- Actemra (tocilizumab): สำหรับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และสภาวะอื่นๆ
- Tysabri (natalizumab): สำหรับโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis)
- Entyvio (vedolizumab): สำหรับโรคลำไส้อักเสบชนิด ulcerative colitis และ Crohn's disease
การดำเนินงานและกลยุทธ์การวิจัย
ภายใต้การนำของ Dr Sam Barrell, CBE (CEO) LifeArc มุ่งเน้นการวิจัยในพื้นที่ที่ผู้ป่วยมีความต้องการเร่งด่วนแต่ความคืบหน้าเป็นไปอย่างช้าๆ เช่น:
- โรคหายาก: มะเร็งในเด็ก, โรคทางเดินหายใจที่หายากและเรื้อรัง, โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MND) และโรคสมองเสื่อมที่หายาก
- การติดเชื้อดื้อยา: มุ่งเน้นในบริบทของสุขภาพระดับโลก
โมเดลการสนับสนุนแบบ "Value Add"
LifeArc ไม่เพียงแต่ให้เงินทุน แต่ยังให้การสนับสนุนเชิงกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญภายในองค์กร ทั้งในด้านการค้นหายา, การพัฒนาทางคลินิก, วิทยาศาสตร์ข้อมูล และการนำผลงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์
โครงการสำคัญ
- LifeArc Translational Centres for Rare Disease: การลงทุน 40 ล้านปอนด์ เพื่อสร้างศูนย์วิจัยเฉพาะทาง 4 แห่ง เพื่อเร่งการพัฒนาการทดสอบและการรักษาโรคหายาก
- Primer Fund: สนับสนุนเครื่องมือและแบบทดสอบในการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MND) ในระดับปฐมภูมิ
- PACE (Pathways to Antimicrobial Clinical Efficiency): ความร่วมมือกับ Innovate UK และ Medicines Discovery Catapult เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยา
แพลตฟอร์มทางวิทยาศาสตร์
LifeArc มีแพลตฟอร์มที่ทันสมัยเพื่อสนับสนุนพันธมิตร เช่น B-SMArT™ และ Kymouse สำหรับการสร้างแอนติบอดีบำบัดที่เป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ (iPSC), จุลชีววิทยา และการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
คำถามที่พบบ่อย
LifeArc คืออะไร?
LifeArc เป็นองค์กรวิจัยทางการแพทย์ของสหราชอาณาจักรที่เน้นการเปลี่ยนงานวิจัยพื้นฐานให้กลายเป็นนวัตกรรมการรักษาสำหรับโรคหายากและการติดเชื้อดื้อยา โดยเป็นองค์กรที่พึ่งพาตนเองทางการเงิน
LifeArc ได้เงินทุนมาจากไหน?
รายได้ของ LifeArc มาจากค่าลิขสิทธิ์ยา (เช่น Keytruda), การนำแพลตฟอร์มทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในเชิงพาณิชย์, และพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์
ยาตัวใดบ้างที่ได้รับอิทธิพลจากการวิจัยของ LifeArc?
ยาที่สำคัญ ได้แก่ Keytruda (มะเร็ง), Leqembi (อัลไซเมอร์), Actemra (รูมาตอยด์), Tysabri (MS) และ Entyvio (ลำไส้อักเสบ)

