← กลับไปยังบทความทั้งหมด

หลิน อี้-ซยุง นักกฎหมายและสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในไต้หวัน

สรุปใจความสำคัญ

  • หลิน อี้-ซยุง เป็นผู้นำคนสำคัญในขบวนการสร้างประชาธิปไตยของไต้หวัน
  • โศกนาฏกรรมครอบครัวหลินเกิดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1980 โดยมารดาและลูกสาวฝาแฝดของเขาเสียชีวิตจากการถูกแทง
  • คดีสังหารครอบครัวหลินยังคงเป็นคดีที่ไม่มีผู้ต้องหาถูกลงโทษจนถึงปัจจุบัน และถูกเชื่อว่าเป็นการกระทำของหน่วยงานความมั่นคงในสมัยนั้น

หลิน อี้-ซยุง (Lin Yi-hsiung) เป็นนักการเมืองและนักกฎหมายชาวไต้หวัน ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนขบวนการสร้างประชาธิปไตยในไต้หวัน เขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองในปี 1976 ในฐานะทนายความให้กับ กัว ยู่-ซิน (Kuo Yu-hsin) ซึ่งได้ยื่นฟ้องพรรคก๊กมินตั๋ง (Kuomintang) ในข้อหาทุจริตการเลือกตั้ง ส่งผลให้หลินได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาประจำมณฑลไต้หวันในปี 1977

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

หลินเกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 1941 ในจังหวัดไทโฮกุ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันในปี 1964 และต่อมาในปี 1987 เขาได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการบริหารรัฐกิจ (M.P.A.) จากโรงเรียนรัฐบาลเคนเนดี มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา

โศกนาฏกรรมครอบครัวหลิน

ในวันที่ 13 ธันวาคม 1979 หลินถูกจับกุมในข้อหาเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์เกาสง (Kaohsiung Incident) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองครั้งใหญ่ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1980 ภรรยาและมารดาของเขาได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมเขาในเรือนจำ ซึ่งหลินถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงโดยตำรวจไต้หวัน หลังจากนั้น มารดาของเขา ยู อามี (Yu A-mei) ได้ติดต่อสำนักงานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หลิน อี้-ซยุง
หลิน อี้-ซยุง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในไต้หวัน

ในช่วงเที่ยงของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1980 ผู้บุกรุกไม่ทราบชื่อได้บุกเข้าไปในบ้านของหลินบนถนนซินอี้ในไทเป และใช้มีดแทงมารดาและลูกสาวทั้งสามคนของเขา ยู อามี และลูกสาวฝาแฝดวัย 6 ขวบ คือ หลิน เหลียง-ชุน และ หลิน ทิง-ชุน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนลูกสาวคนโตวัย 9 ขวบ คือ จูดี้ ลินตัน (หลิน ฮวน-ชุน) ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่รอดชีวิตมาได้เพียงคนเดียว

เหตุการณ์สังหารครอบครัวหลิน
ภาพที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมครอบครัวหลิน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่บ้านของหลินถูกเฝ้าระวังโดยตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าเป็นการสังหารเพื่อข่มขู่เหล่านักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย โดยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ยังเป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ 228 ในปี 1947 อีกด้วย

ผลกระทบและการก้าวเดินต่อ

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ภรรยาของเขา ฟาง ซู-มิน ได้ย้ายไปสหรัฐอเมริกากับลูกสาวคนโตในปี 1981 ต่อมา หลิน ฮวน-ชุน ได้กลายเป็นนักเปียโนและนักร้องเพลงกอสเปลที่มีชื่อเสียงในไต้หวัน ส่วน ฟาง ซู-มิน ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติในปี 1983

หลิน อี้-ซยุง ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในปี 1984 และต่อมาในปี 2007 เขาได้พบกับ เดสมอนด์ ตูตู ซึ่งสนับสนุนให้เขาให้อภัยผู้กระทำผิดและเผยแพร่เรื่องราวของเขาเพื่อเป็นบทเรียน

โบสถ์กิคง
โบสถ์กิคง (Yi-Kwang Presbyterian Church) ซึ่งสร้างขึ้นบนพื้นที่บ้านเดิมของครอบครัวหลิน

โบสถ์กิคง (Yi-Kwang Presbyterian Church) ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่บ้านเดิมของครอบครัวหลิน เพื่อเป็นสถานที่ให้คำปรึกษาและปลอบประโลมครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เกาสง และต่อมาได้ขยายพันธกิจไปยังเหยื่อทางการเมืองทุกคน

การรื้อฟื้นคดี

ในปี 2009 สำนักงานอัยการสูงสุดของไต้หวันได้รื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง แต่การสืบสวนกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการทำแบบขอไปที เนื่องจากไม่มีการสัมภาษณ์พยานใหม่ๆ และคดีถูกปิดลงหลังจากผ่านไปเพียงสี่เดือน โดยสรุปว่าไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพียงพอที่จะเชื่อมโยงหน่วยงานความมั่นคงของไต้หวันกับอาชญากรรมครั้งนี้

คำถามที่พบบ่อย

หลิน อี้-ซยุง คือใคร?

เขาเป็นนักกฎหมายและนักการเมืองชาวไต้หวัน ผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและเป็นสัญลักษณ์ของการให้อภัยในไต้หวัน

เหตุการณ์สังหารครอบครัวหลิน คืออะไร?

เป็นเหตุการณ์ที่ผู้บุกรุกบุกเข้าแทงมารดาและลูกสาวของหลิน อี้-ซยุง ในขณะที่เขาถูกจำคุกทางการเมือง ทำให้มารดาและลูกสาวฝาแฝดเสียชีวิต และลูกสาวคนโตได้รับบาดเจ็บสาหัส

โบสถ์กิคงมีความสำคัญอย่างไร?

เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่บ้านเดิมของครอบครัวหลิน เพื่อเป็นสถานที่เยียวยาและปลอบประโลมครอบครัวของผู้ที่ถูกกดขี่ทางการเมืองในไต้หวัน