ลินดา อาร์ริโก นักกิจกรรมสิทธิมนุษยชนชาวอเมริกันผู้ทุ่มเทเพื่อไต้หวัน
สรุปใจความสำคัญ
- ลินดา อาร์ริโก เป็นนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชนชาวอเมริกันที่อุทิศตนเพื่อประชาธิปไตยในไต้หวัน
- เธอเคยถูกรัฐบาลไต้หวันเนรเทศและขึ้นบัญชีดำในปี 1979 เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เกาสง
- เธอเป็นอดีตภรรยาของสื่อหมิงเต๋อ อดีตประธานพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) และเป็นนักวิชาการที่เคยสอนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของไต้หวัน
ลินดา อาร์ริโก (Linda Gail Arrigo) เป็นนักกิจกรรมทางการเมือง นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน และนักวิจัยทางวิชาการชาวอเมริกันที่ใช้ชีวิตและทำงานในไต้หวัน เธอเป็นที่รู้จักในฐานะอดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของพรรคกรีนไต้หวัน (Green Party Taiwan) และอดีตภรรยาของสื่อหมิงเต๋อ (Shih Ming-teh) อดีตประธานพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP)

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
ลินดาเกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 1949 ที่รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เธอเดินทางมายังไต้หวันครั้งแรกในฐานะวัยรุ่นในปี 1963 พร้อมกับบิดาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ส่งกำลังบำรุงของกองทัพสหรัฐฯ ที่ประจำการในกลุ่มที่ปรึกษาทางทหาร (MAAG) ในไต้หวัน
เธอเข้าเรียนที่โรงเรียนอเมริกันในไทเป (Taipei American School) และจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปี 1966 จากนั้นเธอได้ย้ายกลับไปยังสหรัฐอเมริกาและสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แซนดิเอโก (UC San Diego) ในปี 1972 และปริญญาโทด้านมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ในปี 1976
เส้นทางการทำงานและการเคลื่อนไหวทางการเมือง
การลงพื้นที่วิจัยในไต้หวัน
ในปี 1975 ลินดากลับมายังไต้หวันเพื่อทำวิจัยระดับปริญญาเอก โดยศึกษาเรื่องการแต่งงานและปัญหาแรงงานของสตรีไต้หวัน ซึ่งการทำงานใกล้ชิดกับผู้หญิงและครอบครัวเหล่านี้ทำให้เธอเริ่มมองเห็นปัญหาทางสังคมและเข้าสู่เส้นทางการเมืองฝ่ายค้านในช่วงปลายทศวรรษ 1970
เธอได้เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรแคมเปญปี 1978 ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) และในปีเดียวกันนั้นเธอได้แต่งงานกับสื่อหมิงเต๋อ อดีตนักโทษการเมือง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นประธานพรรค DPP ในปี 1991
การถูกเนรเทศและการเคลื่อนไหวในสหรัฐฯ
วันที่ 15 ธันวาคม 1979 ลินดาถูกเนรเทศออกจากไต้หวันและถูกขึ้นบัญชีดำโดยรัฐบาลไต้หวันในขณะนั้น เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์เกาสง (Kaohsiung Incident) โดยรัฐบาลกล่าวหาว่าเธอเป็นสายลับให้กับ CIA ซึ่งทำให้เธอต้องกลับไปยังแคลิฟอร์เนีย
ในระหว่างที่ถูกเนรเทศ ลินดาและมารดาของเธอได้ใช้สื่อต่างประเทศเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์เกาสงและการพิจารณาคดีนักโทษการเมืองในไต้หวัน นอกจากนี้ ในปี 1985 เธอยังได้อดอาหารประท้วงเพื่อสนับสนุนสื่อหมิงเต๋อที่กำลังอดอาหารประท้วงในเรือนจำเพื่อเรียกร้องให้มีการจัดตั้งพรรคฝ่ายค้านในไต้หวัน
การกลับมายังไต้หวันและบทบาททางวิชาการ
ในเดือนพฤษภาคม 1990 ลินดาได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสู่ไต้หวันอีกครั้งหลังจากสื่อหมิงเต๋อได้รับการปล่อยตัว เธอได้เข้าเป็นสมาชิกที่กระตือรือร้นของพรรคกรีนไต้หวันและสหภาพคุ้มครองสิ่งแวดล้อมไต้หวัน (Taiwan Environmental Protection Union)
ในด้านวิชาการ เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (PhD) จากมหาวิทยาลัยบิงแฮมตัน (Binghamton University) ในปี 1996 โดยวิทยานิพนธ์ของเธอเน้นเรื่องเศรษฐศาสตร์ของความเหลื่อมล้ำในสังคมเกษตรกรรมของจีนในช่วงทศวรรษ 1930
ลินดาเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยสื่อซิน (Shih Hsin University) และมหาวิทยาลัยการแพทย์ไทเป (Taipei Medical University) ระหว่างปี 2007 ถึง 2012
ผลงานเขียนที่สำคัญ
- Muckraker! An Overall Critique of the Opposition Movement in Taiwan (1997): หนังสือรวบรวมบทความทางการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านในไต้หวัน
- A Borrowed Voice: Taiwan Human Rights through International Networks, 1960-1980 (2008): หนังสือที่รวบรวมประสบการณ์ของนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชนชาวต่างชาติในไต้หวัน
คำถามที่พบบ่อย
ลินดา อาร์ริโก คือใคร?
เธอเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองและนักวิชาการชาวอเมริกันที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและการขับเคลื่อนประชาธิปไตยในไต้หวัน
ทำไมเธอถึงถูกเนรเทศออกจากไต้หวันในปี 1979?
เธอถูกเนรเทศเนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เกาสง (Kaohsiung Incident) และถูกรัฐบาลในขณะนั้นกล่าวหาว่าเป็นสายลับ CIA
ลินดา อาร์ริโก มีผลงานทางวิชาการอะไรบ้าง?
เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยบิงแฮมตัน และเขียนหนังสือเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในไต้หวันและการวิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน


