← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เครื่องบินโจมตี AC-130 ป้อมปืนลอยฟ้าของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเครื่องบินโจมตีที่ดัดแปลงมาจากเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules
  • ติดตั้งอาวุธหนักไว้ที่ด้านซ้ายของเครื่องบิน และใช้เทคนิคการบินวนรอบเป้าหมาย (Pylon Turn) ในการโจมตี
  • ปฏิบัติการภายใต้กองบัญชาการปฏิบัติการพิเศษทางอากาศ (AFSOC) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ
  • เป็นเครื่องบินรุ่นเดียวที่ติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 105 มม. สำหรับการโจมตีทางอากาศ

Lockheed AC-130 เป็นเครื่องบินโจมตีภาคพื้นดินที่มีความทนทานสูงและติดตั้งอาวุธหนัก ซึ่งดัดแปลงมาจากเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี C-130 Hercules โดยถูกออกแบบมาเพื่อปฏิบัติภารกิจสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support - CAS) และการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินด้วยความแม่นยำสูง

เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดใหญ่และมักปฏิบัติการที่ระดับความสูงต่ำ (ประมาณ 7,000 ฟุต หรือ 2,100 เมตร) ทำให้ตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่าย ดังนั้น ภารกิจส่วนใหญ่ของ AC-130 จึงมักดำเนินการในเวลากลางคืน โดยใช้ระบบเซนเซอร์และอุปกรณ์ตรวจจับความร้อนขั้นสูงเพื่อระบุเป้าหมาย

เครื่องบิน AC-130 รุ่นต่างๆ ตั้งแต่ AC-130A จนถึง AC-130J
วิวัฒนาการของเครื่องบิน AC-130 จากรุ่นเริ่มต้นจนถึงรุ่น Ghostrider ในปัจจุบัน

บทบาทและภารกิจหลัก

กองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) เป็นผู้ใช้งานเพียงรายเดียว โดยปฏิบัติการภายใต้กองบัญชาการปฏิบัติการพิเศษทางอากาศ (Air Force Special Operations Command - AFSOC) โดยมีภารกิจหลักดังนี้:

  • การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support): ให้การสนับสนุนกองกำลังภาคพื้นดิน การคุ้มกันขบวนรถ และการปฏิบัติการในเขตเมือง
  • การสกัดกั้นทางอากาศ (Air Interdiction): โจมตีเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าหรือเป้าหมายที่พบโดยบังเอิญ
  • การป้องกันกองกำลัง (Force Protection): ป้องกันฐานทัพอากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร

ลักษณะทางเทคนิคและยุทธวิธีการโจมตี

AC-130 มีลักษณะเด่นคือห้องโดยสารแบบไม่ปรับความดัน และติดตั้งอาวุธทั้งหมดไว้ที่ ด้านซ้าย (Port side) ของลำตัวเครื่องบิน

เทคนิค Pylon Turn

ในการโจมตี AC-130 จะใช้เทคนิคที่เรียกว่า Pylon Turn คือการบินวนเป็นวงกลมขนาดใหญ่รอบเป้าหมาย ซึ่งช่วยให้เครื่องบินสามารถระดมยิงอาวุธเข้าใส่จุดเดียวบนพื้นดินได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่าการบินโฉบโจมตีแบบปกติ

แผนภาพการบินแบบ Pylon Turn ของ AC-130
การบินวนรอบเป้าหมายเพื่อให้ปืนด้านซ้ายสามารถยิงถล่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง

วิวัฒนาการของรุ่นต่างๆ

รุ่นลักษณะเด่นและอาวุธ
AC-130Aรุ่นบุกเบิก พัฒนาในช่วงสงครามเวียดนาม (Project Gunship II) เพื่อแทนที่ AC-47 Spooky
AC-130H Spectreติดตั้งปืนใหญ่ Bofors 40 มม. และปืนใหญ่ M102 105 มม. (ซึ่งเป็นปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยติดตั้งบนเครื่องบิน)
AC-130U Spookyปรับปรุงระบบควบคุมการยิง และติดตั้งปืน GAU-12 Equalizer ขนาด 25 มม.
AC-130W Stinger IIดัดแปลงจาก C-130H โดยเพิ่มชุดอุปกรณ์โจมตีที่มีความแม่นยำสูง
AC-130J Ghostriderรุ่นล่าสุด พัฒนาจาก MC-130J Commando II มีระบบเอวิโอนิกส์และอาวุธที่ทันสมัยที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม AC-130 ถึงต้องบินโจมตีในเวลากลางคืน?

เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดใหญ่และบินที่ระดับความสูงต่ำ ทำให้ตกเป็นเป้าโจมตีจากอาวุธต่อสู้อากาศยานภาคพื้นดินได้ง่าย การปฏิบัติการในเวลากลางคืนจึงช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความได้เปรียบในการตรวจจับเป้าหมายด้วยเซนเซอร์ความร้อน

เทคนิค Pylon Turn คืออะไร?

คือการบินวนเป็นวงกลมรอบเป้าหมาย โดยให้เป้าหมายอยู่จุดศูนย์กลางของวงกลม ทำให้ปืนที่ติดตั้งอยู่ด้านซ้ายของเครื่องบินสามารถยิงถล่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดพักหรือบินออกจากพื้นที่

AC-130 แตกต่างจาก C-130 อย่างไร?

C-130 เป็นเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีที่เน้นการขนส่งทหารและอุปกรณ์ แต่ AC-130 ถูกดัดแปลงให้เป็นเครื่องบินโจมตี โดยการติดตั้งระบบอาวุธหนัก เซนเซอร์ตรวจจับเป้าหมาย และระบบควบคุมการยิงที่ด้านซ้ายของลำตัวเครื่อง