← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติ มาฮามูด อาลี ยูซุฟ ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจิบูตียาวนานที่สุด (ค.ศ. 2005-2025)
  • ได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025
  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการจัดการจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล
  • มีความสามารถในการพูดและเขียนได้ถึง 5 ภาษา

มาฮามูด อาลี ยูซุฟ (Mahamoud Ali Youssouf เกิด 2 กันยายน ค.ศ. 1965) เป็นนักการทูตชาวจิบูตี ผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศของประเทศจิบูตี และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา (Chairperson of the African Union Commission) โดยเขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจิบูตีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 จนถึงปี ค.ศ. 2025

ภาพถ่ายของมาฮามูด อาลี ยูซุฟ
มาฮามูด อาลี ยูซุฟ นักการทูตและผู้นำระดับสูงของแอฟริกา

ประวัติการศึกษาและชีวิตช่วงต้น

มาฮามูด อาลี ยูซุฟ เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1965 ณ เมืองจิบูตี โดยเขาเป็นชาวอาฟาร์ (Afar) และได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศจิบูตี ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศ ทั้งในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และแคนาดา

เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการจัดการจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล (University of Liverpool) ในปี ค.ศ. 1990 และได้เขียนวิทยานิพนธ์ที่มหาวิทยาลัยเสรีแห่งบรัสเซลส์ (Free University of Brussels) ในช่วงทศวรรษ 1990

เส้นทางการทูตและการทำงานในรัฐบาล

ในช่วงทศวรรษ 1990 ยูซุฟเริ่มต้นการทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศของจิบูตี โดยได้รับมอบหมายให้ดูแลแผนกกิจการอาหรับ และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตจิบูตีประจำประเทศอียิปต์ระหว่างปี ค.ศ. 1997 ถึง 2001

มาฮามูด อาลี ยูซุฟ ในการปฏิบัติหน้าที่ทางการทูต
การทำงานในสายงานการทูตของมาฮามูด อาลี ยูซุฟ

วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2001 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความร่วมมือระหว่างประเทศ และในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2005 เขาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนานจนถึงปี ค.ศ. 2025

ในปี ค.ศ. 2008 ยูซุฟได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งประธานในการประชุมสมัชชารัฐมนตรีต่างประเทศของสันนิบาตอาหรับ (Arab League) สมัยสามัญครั้งที่ 129 นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของจิบูตี โดยเคยให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ว่าจิบูตีมีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านท่าเรือเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจได้เช่นเดียวกับดูไบ

การดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2024 ประเทศจิบูตีได้เสนอชื่อมาฮามูด อาลี ยูซุฟ ให้เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา (AUC) โดยเขามีวิสัยทัศน์ที่เน้นเรื่องสันติภาพและความมั่นคงเป็นลำดับแรก โดยเสนอว่าประเทศในแอฟริกาควรเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในทวีปด้วยตนเอง แทนการพึ่งพาประเทศนอกทวีป

มาฮามูด อาลี ยูซุฟ ในฐานะประธานสหภาพแอฟริกา
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำของสหภาพแอฟริกา

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025 ยูซุฟได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา ต่อจากมูสซา ฟากี (Moussa Faki) จากประเทศชาด หลังจากผ่านการลงคะแนนถึง 7 รอบ โดยเขาได้รับชัยชนะเหนือผู้สมัครจากมาดากัสการ์และเคนยา และได้รับการแสดงความยินดีจากเลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส รวมถึงผู้นำหลายประเทศในทวีปแอฟริกา

ภายหลังการเข้ารับตำแหน่ง ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2025 ยูซุฟได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมืองเอล ฟาเชอร์ ประเทศซูดาน ซึ่งมีการรายงานถึงอาชญากรรมสงครามและการสังหารพลเรือนตามเชื้อชาติ

ข้อมูลส่วนบุคคล

มาฮามูด อาลี ยูซุฟ มีความสามารถในการสื่อสารได้หลากหลายภาษา ได้แก่ ภาษาโซมาลี, ภาษาอาหรับ, ภาษาอาฟาร์, ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส นอกจากนี้ เขายังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประธานาธิบดี อิสมาอิล โอมาร์ กัลเลห์ ของจิบูตี

คำถามที่พบบ่อย

มาฮามูด อาลี ยูซุฟ คือใคร?

เขาเป็นนักการทูตชาวจิบูตี ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจิบูตีนานที่สุด และปัจจุบันเป็นประธานคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา

มาฮามูด อาลี ยูซุฟ ได้รับเลือกเป็นประธานสหภาพแอฟริกาเมื่อใด?

เขาได้รับเลือกเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025 หลังจากผ่านการลงคะแนนถึง 7 รอบ

วิสัยทัศน์หลักของเขาในการนำสหภาพแอฟริกาคืออะไร?

เขาให้ความสำคัญกับสันติภาพและความมั่นคง โดยเน้นให้ประเทศในแอฟริกาพึ่งพาตนเองในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงมากกว่าการพึ่งพาชาติภายนอก

เขามีความสามารถทางภาษาอย่างไรบ้าง?

เขาสามารถสื่อสารได้ 5 ภาษา ได้แก่ โซมาลี, อาหรับ, อาฟาร์, อังกฤษ และฝรั่งเศส