← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มัลคอล์ม บราวน์ ช่างภาพผู้บันทึกประวัติศาสตร์การเผาตัวตายในเวียดนาม

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นช่างภาพผู้บันทึกภาพการเผาตัวตายของพระทิก กว๋าง ดึ๊ก ในปี 1963 ซึ่งเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่โด่งดังที่สุดภาพหนึ่งของโลก
  • ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) สาขาการรายงานข่าวต่างประเทศในปี 1964
  • มีพื้นฐานการศึกษาด้านเคมีและเคยทำงานเป็นนักเขียนด้านวิทยาศาสตร์และบรรณาธิการอาวุโสของนิตยสาร Discover

มัลคอล์ม ไวล์ด บราวน์ (17 เมษายน 1931 – 27 สิงหาคม 2012) เป็นนักข่าวและช่างภาพชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการถ่ายภาพเหตุการณ์การเผาตัวตายของพระทิก กว๋าง ดึ๊ก (Thích Quảng Đức) พระสงฆ์ชาวเวียดนามในปี 1963 ซึ่งเป็นภาพที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

บราวน์เกิดและเติบโตในนครนิวยอร์ก เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีความเชื่อแตกต่างกัน โดยมารดาเป็นชาวเควกเกอร์ (Quaker) ผู้ยึดมั่นในแนวทางสันตินิยมและต่อต้านสงครามอย่างรุนแรง ส่วนบิดาเป็นสถาปนิกชาวคาทอลิก บราวน์เข้าเรียนที่โรงเรียน Friends Seminary ในแมนแฮตตัน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมปลาย และต่อมาได้เข้าศึกษาที่วิทยาลัยสวาร์ธมอร์ (Swarthmore College) ในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเลือกเรียนในสาขาเคมี

เส้นทางอาชีพในสายงานวารสารศาสตร์

อาชีพนักข่าวของบราวน์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาถูกเกณฑ์เข้ากองทัพบกสหรัฐฯ ในช่วงสงครามเกาหลี เขาได้รับมอบหมายให้ทำงานกับหนังสือพิมพ์ Stars and Stripes ฉบับแปซิฟิกเป็นเวลาสองปี หลังจากนั้นเขาได้ทำงานกับ Middletown Times Herald-Record ก่อนจะเข้าร่วมกับสำนักข่าว Associated Press (AP)

ในปี 1961 บราวน์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้สื่อข่าวหลักประจำอินโดจีน และในวันที่ 11 มิถุนายน 1963 เขาได้บันทึกภาพประวัติศาสตร์การเสียชีวิตของพระทิก กว๋าง ดึ๊ก พระสงฆ์นิกายมหายานชาวเวียดนามที่เผาตัวตายบริเวณสี่แยกที่พลุกพล่านในไซง่อน เพื่อประท้วงการกดขี่ชาวพุทธโดยรัฐบาลเวียดนามใต้ภายใต้การนำของโง ดินห์ เดี๋ยม

ผลงานชิ้นนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) สาขาการรายงานข่าวต่างประเทศ และได้รับข้อเสนอเข้าทำงานมากมาย จนกระทั่งเขาลาออกจาก AP ในปี 1965

การทำงานที่หลากหลายและบทบาทนักเขียนวิทยาศาสตร์

หลังจากออกจาก AP บราวน์ได้ทำงานกับ ABC TV ประมาณหนึ่งปี แต่เขารู้สึกไม่พอใจกับรูปแบบการนำเสนอข่าวทางโทรทัศน์ จึงหันไปทำงานอิสระอยู่หลายปี และได้รับทุนการศึกษาหนึ่งปีที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียร่วมกับสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council on Foreign Relations)

ในปี 1968 เขาเข้าร่วมงานกับ The New York Times และได้เป็นผู้สื่อข่าวประจำอเมริกาใต้ในปี 1972 ด้วยพื้นฐานการศึกษาด้านเคมี บราวน์จึงผันตัวมาเป็นนักเขียนด้านวิทยาศาสตร์ในปี 1977 โดยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการอาวุโสของนิตยสาร Discover ก่อนจะกลับมาทำงานที่ The New York Times อีกครั้งในปี 1985 และได้ทำหน้าที่รายงานข่าวสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1991

รางวัลและเกียรติยศของมัลคอล์ม บราวน์
รางวัลและเกียรติยศที่มัลคอล์ม บราวน์ ได้รับตลอดชีวิตการทำงาน

ชีวิตส่วนตัวและการเสียชีวิต

มัลคอล์ม บราวน์ เป็นญาติห่างๆ ของ ออสการ์ ไวล์ด นักเขียนชื่อดังชาวไอริช โดยคุณปู่ของเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับออสการ์ ไวล์ด บราวน์แต่งงานสามครั้ง โดยพบกับภรรยาคนที่สามในปี 1961 ขณะที่เธอทำงานให้กับกระทรวงสารสนเทศของรัฐบาลไซง่อน ทั้งคู่แต่งงานกันในอีกห้าปีต่อมาและมีบุตรด้วยกันสองคน

บราวน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2012 ที่เมืองฮันโนเวอร์ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคพาร์กินสัน ในวัย 81 ปี

รางวัลและความสำเร็จ

  • รางวัล World Press Photo of the Year (1963)
  • รางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) สาขาการรายงานข่าวต่างประเทศ (1964)
  • รางวัล George Polk สำหรับความกล้าหาญในงานวารสารศาสตร์
  • รางวัล Overseas Press Club Award
  • รางวัล James T. Grady-James H. Stack จากสมาคมเคมีอเมริกัน (1992) สำหรับการถ่ายทอดความรู้ด้านเคมีสู่สาธารณะ
  • สมาชิกกิตติมศักดิ์ของ Sigma Xi (2002)

คำถามที่พบบ่อย

มัลคอล์ม บราวน์ มีชื่อเสียงจากผลงานอะไรมากที่สุด?

เขามีชื่อเสียงจากการถ่ายภาพเหตุการณ์การเผาตัวตายของพระทิก กว๋าง ดึ๊ก พระสงฆ์ชาวเวียดนามในปี 1963 เพื่อประท้วงรัฐบาลเวียดนามใต้

บราวน์เคยทำงานให้กับสำนักข่าวใดบ้าง?

เขาเคยทำงานให้กับ Stars and Stripes, Middletown Times Herald-Record, Associated Press (AP), ABC TV และ The New York Times

นอกจากงานข่าวการเมืองและสงคราม บราวน์มีความเชี่ยวชาญด้านใดอีก?

เขามีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เนื่องจากจบการศึกษาด้านเคมี และเคยเป็นนักเขียนด้านวิทยาศาสตร์และบรรณาธิการอาวุโสของนิตยสาร Discover