การนำวิถีแบบสั่งการด้วยสายตาด้วยมือ
สรุปใจความสำคัญ
- ผู้ควบคุมต้องติดตามทั้งขีปนาวุธและเป้าหมายพร้อมกันและบังคับทิศทางด้วยคันบังคับ (Joystick)
- ใช้พลุแมกนีเซียมที่ส่วนท้ายขีปนาวุธเพื่อให้ผู้ควบคุมมองเห็นวิถีการบินได้ด้วยตาเปล่า
- มีความแม่นยำต่ำกว่าระบบ SACLOS อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อผู้ควบคุมอยู่ภายใต้การยิงกดดัน
- ถูกแทนที่ด้วยระบบ SACLOS ซึ่งผู้ควบคุมเพียงแค่เล็งเป้าหมายและระบบจะนำวิถีให้อัตโนมัติ
การนำวิถีแบบสั่งการด้วยสายตาด้วยมือ (Manual Command to Line of Sight หรือ MCLOS) คือวิธีการนำวิถีขีปนาวุธรูปแบบหนึ่งที่ผู้ควบคุมต้องทำหน้าที่ติดตามทั้งตัวขีปนาวุธและเป้าหมายไปพร้อมๆ กัน เพื่อบังคับให้ขีปนาวุธเคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
กลไกการทำงาน
ในระบบ MCLOS ผู้ควบคุมจะใช้เครื่องช่วยเล็งประเภทกล้องส่องทางไกลหรือกล้องเพริสโคปเพื่อสังเกตเส้นทางการบินของขีปนาวุธ และใช้คันบังคับ (Joystick) ในการปรับทิศทางของขีปนาวุธในระหว่างการบิน โดยทั่วไปขีปนาวุธประเภทนี้จะติดตั้งพลุแมกนีเซียม (Magnesium Flare) ไว้ที่ส่วนท้าย ซึ่งจะจุดติดโดยอัตโนมัติเมื่อมีการปล่อยตัว เพื่อให้ผู้ควบคุมสามารถมองเห็นตำแหน่งของขีปนาวุธที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้ชัดเจน เช่นเดียวกับหลักการของกระสุนส่องวิถี
ข้อจำกัดและประสิทธิภาพในการใช้งาน
การใช้งานระบบ MCLOS จำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนักและทักษะความชำนาญสูง เนื่องจากความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยหรือการเสียสมาธิของผู้ควบคุมอาจส่งผลให้ขีปนาวุธพลาดเป้าได้ทันที นอกจากนี้ ระบบนี้ยังมีความแม่นยำต่ำเมื่อใช้กับเป้าหมายที่มีขนาดเท่ารถถัง แม้ว่าผู้ควบคุมจะมีทัศนวิสัยที่ชัดเจนก็ตาม เนื่องจากวิถีการบินของขีปนาวุธมักมีความไม่แน่นอน ซึ่งต้องอาศัยการแก้ไขทิศทางด้วยมืออย่างต่อเนื่อง
ในสถานการณ์การรบจริง ประสิทธิภาพของ MCLOS จะลดลงอย่างมากเมื่อผู้ควบคุมตกอยู่ภายใต้การยิงกดดัน หรือเมื่อเป้าหมายมีการเคลื่อนที่หลบหลีกอย่างรวดเร็วหลังจากเห็นกลุ่มควันจากการปล่อยขีปนาวุธ ซึ่งทำให้ผู้ควบคุมรักษาสมาธิในการบังคับขีปนาวุธได้ยาก
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ SACLOS
ปัจจุบันระบบ MCLOS ส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วยระบบ การนำวิถีแบบสั่งการด้วยสายตากึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic Command to Line of Sight หรือ SACLOS) ซึ่งใช้งานได้ง่ายกว่า เนื่องจากผู้ควบคุมมีหน้าที่เพียงแค่ติดตามเป้าหมายผ่านกล้องเล็ง โดยระบบจะคำนวณและส่งคำสั่งนำวิถีขีปนาวุธให้เข้าหาเส้นสายตาโดยอัตโนมัติ แทนที่จะต้องบังคับทิศทางขีปนาวุธด้วยมือตลอดเวลา
สถิติความแม่นยำในปฏิบัติการทางทหาร
ความแม่นยำของขีปนาวุธระบบ MCLOS ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ปฏิบัติงานและสภาพแวดล้อมเป็นหลัก ข้อมูลจากปฏิบัติการทางทหารแสดงให้เห็นว่ามีอัตราการยิงถูกเป้าหมายต่ำกว่าระบบ SACLOS อย่างเห็นได้ชัด ดังนี้:
| เหตุการณ์/สงคราม | รุ่นขีปนาวุธ | อัตราการยิงถูกเป้าหมาย (โดยประมาณ) |
|---|---|---|
| สงคราม 6 วัน (1967) | AT-1 Snapper | ต่ำกว่า 25% (มีการทำลายรถถังได้เพียงคันเดียว) |
| สงครามเวียดนาม (1972) | SS.11 | ประมาณ 10% (เทียบกับ BGM-71 TOW ระบบ SACLOS ที่สูงกว่า 50%) |
| สงครามยมคิปปูร์ (1973) | AT-3 Sagger | 25% (ในช่วงแรกโดยกองทัพอียิปต์ที่ฝึกฝนมาดี) ลดลงเหลือ 2% (ในช่วงท้ายโดยกองทัพซีเรียที่ขาดการฝึกฝน) |
ตัวอย่างอาวุธที่ใช้ระบบนำวิถี MCLOS
- ขีปนาวุธ: AGM-12 Bullpup, SS.11, ENTAC, Malkara, Blowpipe, 9M14 Malyutka, Vickers Vigilant, Saab Rb 05
- ระเบิดนำวิถี: Azon, Fritz X, Henschel Hs 293, Ruhrstahl X-4
- อื่นๆ: Wasserfall, SSM-A-23 Dart, Swingfire (รุ่นแรกๆ)
คำถามที่พบบ่อย
MCLOS แตกต่างจาก SACLOS อย่างไร?
MCLOS ผู้ควบคุมต้องบังคับทิศทางขีปนาวุธด้วยมือตลอดเวลาเพื่อให้เข้าหาเป้าหมาย ส่วน SACLOS ผู้ควบคุมเพียงแค่ติดตามเป้าหมายผ่านกล้องเล็ง และระบบจะนำวิถีขีปนาวุธให้เข้าหาเส้นสายตาโดยอัตโนมัติ
ทำไมระบบ MCLOS ถึงมีความแม่นยำต่ำในสถานการณ์รบจริง?
เพราะต้องอาศัยสมาธิสูงมากในการบังคับทิศทางขีปนาวุธด้วยมือ หากผู้ควบคุมถูกยิงกดดันหรือเป้าหมายเคลื่อนที่หลบหลีก จะทำให้การควบคุมทำได้ยากและพลาดเป้าได้ง่าย
พลุแมกนีเซียมที่ท้ายขีปนาวุธ MCLOS มีไว้เพื่ออะไร?
เพื่อให้ผู้ควบคุมสามารถมองเห็นตำแหน่งของขีปนาวุธที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้ชัดเจนในขณะที่กำลังบังคับทิศทาง
