มาร์ก เกิร์ตซ์ นักอาชญาวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ปืนเพื่อป้องกันตัว
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยอาชญาวิทยาและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา มหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตต
- ร่วมกับ Gary Kleck ทำงานวิจัยที่มีอิทธิพลในปี 1995 เกี่ยวกับความถี่ในการใช้ปืนเพื่อป้องกันตัว
- ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการทำฟาล์วในเกม NFL กับอัตราการถูกจับกุมของนักกีฬา
มาร์ก เกิร์ตซ์ (Marc G. Gertz) เป็นนักอาชญาวิทยาชาวอเมริกันและศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยอาชญาวิทยาและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (College of Criminology and Criminal Justice) แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตต (Florida State University)
งานวิจัยด้านการใช้ปืนเพื่อป้องกันตัว
เกิร์ตซ์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากงานวิจัยในปี ค.ศ. 1995 ซึ่งเขาได้ร่วมมือกับ แกรี่ เคล็ก (Gary Kleck) เพื่อนร่วมงานจากมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตต เพื่อทำการสำรวจความถี่ในการใช้ปืนเพื่อการป้องกันตัว (Defensive Gun Use - DGU) งานวิจัยชิ้นนี้ถือเป็นหนึ่งในงานศึกษาที่มีอิทธิพลอย่างมากในการถกเถียงเรื่องการครอบครองอาวุธปืนในสหรัฐอเมริกา โดยมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติว่าประชาชนใช้ปืนเพื่อป้องกันตนเองและทรัพย์สินบ่อยเพียงใด
การศึกษาพฤติกรรมอาชญากรรมในนักกีฬา NFL
นอกเหนือจากงานวิจัยด้านอาวุธปืน เกิร์ตซ์ยังได้ขยายขอบเขตการศึกษาไปยังกลุ่มประชากรเฉพาะ โดยเขาได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับอัตราการถูกจับกุมของนักกีฬาในลีกฟุตบอลแห่งชาติ (National Football League หรือ NFL) เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรทั่วไป
ประเด็นที่น่าสนใจในงานวิจัยของเขาคือการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง จำนวนการทำฟาล์ว (Penalties) ที่นักกีฬาได้รับระหว่างการแข่งขัน กับ จำนวนครั้งที่นักกีฬาคนนั้นถูกจับกุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาว่าพฤติกรรมก้าวร้าวหรือการละเมิดกฎเกณฑ์ในสนามแข่งขันมีความเชื่อมโยงกับแนวโน้มในการกระทำผิดกฎหมายนอกสนามหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
มาร์ก เกิร์ตซ์ คือใคร?
มาร์ก เกิร์ตซ์ เป็นนักอาชญาวิทยาชาวอเมริกันและศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตต ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมและพฤติกรรมทางสังคม
งานวิจัยที่โดดเด่นที่สุดของมาร์ก เกิร์ตซ์ คือเรื่องอะไร?
งานวิจัยในปี 1995 ที่ทำร่วมกับ Gary Kleck เกี่ยวกับความถี่ของการใช้ปืนเพื่อป้องกันตัว (Defensive Gun Use)
มาร์ก เกิร์ตซ์ ศึกษาเรื่องอะไรในนักกีฬา NFL?
เขาศึกษาอัตราการถูกจับกุมของนักกีฬา NFL และวิเคราะห์ว่าจำนวนการทำฟาล์วในสนามแข่งขันมีความสัมพันธ์กับจำนวนครั้งที่ถูกจับกุมหรือไม่

