← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กบฏมาริตซ์ การลุกฮือของชาวโบเออร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

สรุปใจความสำคัญ

  • กบฏมาริตซ์เกิดขึ้นในปี 1914 ช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1
  • เป็นการลุกฮือของชาวโบเออร์ที่ต้องการแยกตัวจากอังกฤษและสนับสนุนเยอรมนี
  • ผลของการกบฏนำไปสู่การเพิ่มอำนาจของพรรค National Party ในแอฟริกาใต้

กบฏมาริตซ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ สงครามโบเออร์ครั้งที่สาม หรือ กบฏห้าชิลลิง เป็นการลุกฮือด้วยอาวุธที่สนับสนุนเยอรมนีในแอฟริกาใต้เมื่อปี ค.ศ. 1914 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1 การลุกฮือครั้งนี้นำโดยชาวโบเออร์ที่ต้องการสถาปนาสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ในทรานสวาลขึ้นมาใหม่

แผนที่ตำแหน่งของกบฏมาริตซ์ในแอฟริกาใต้
ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของการเกิดกบฏมาริตซ์ในแอฟริกาใต้

ภูมิหลังและความขัดแย้ง

หลังสิ้นสุดสงครามโบเออร์ครั้งที่สองเมื่อ 12 ปีก่อนหน้า นักรบโบเออร์จำนวนมากที่ถูกเรียกว่า Bittereinders (ผู้ที่สู้จนถึงที่สุด) ยังคงมีความแค้นต่ออังกฤษ พวกเขามองว่าการที่อังกฤษเข้าสู่สงครามกับมหาอำนาจในยุโรปเป็นโอกาสอันดีที่จะกอบกู้เอกราชคืนมา โดยมีเยอรมนีซึ่งเป็นศัตรูของอังกฤษเป็นผู้สนับสนุน

แผนที่ตำแหน่งของกบฏมาริตซ์ในแอฟริกา
พื้นที่ความขัดแย้งของกบฏมาริตซ์ในบริบทของทวีปแอฟริกา

การเริ่มต้นของการลุกฮือ

เมื่อรัฐบาลสหภาพแอฟริกาใต้ตัดสินใจบุกอาณานิคมแอฟริกาตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนีตามคำขอของอังกฤษ นายพล Christiaan Frederick Beyers ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันสหภาพได้คัดค้านการตัดสินใจนี้และลาออก โดยระบุว่าเขายังไม่ลืมความโหดร้ายที่อังกฤษเคยกระทำต่อชาวโบเออร์ในสงครามครั้งก่อน

สถานการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อนายพล Koos de la Rey ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง ซึ่งทำให้ชาวแอฟริกานเนอร์จำนวนมากเชื่อว่าเป็นแผนลอบสังหารโดยรัฐบาล ส่งผลให้ความโกรธแค้นแพร่กระจายไปทั่ว

บทบาทของ Manie Maritz

พันโท Manie Maritz ซึ่งนำกองกำลังอยู่ที่ชายแดนแอฟริกาตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ได้ตัดสินใจแปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายเยอรมัน และประกาศจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อประกาศเอกราชจากอังกฤษ โดยเรียกร้องให้ชาวผิวขาวในพื้นที่เข้าร่วมการต่อสู้

บทสรุปและผลลัพธ์

การกบฏครั้งนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง โดยมีรายละเอียดความสูญเสียดังนี้:

  • มีกบฏเสียชีวิตในการรบอย่างน้อย 124 คน จากทั้งหมด 12,000 คน
  • อีกประมาณ 300 คนเสียชีวิตระหว่างการถอยทัพเข้าสู่ทะเลทรายคาลาฮารี
  • มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 229 คน

ผู้นำการกบฏที่รอดชีวิตถูกปรับเป็นเงินจำนวนมากและจำคุก ส่วน Jopie Fourie หนึ่งในผู้นำการลุกฮือถูกตัดสินประหารชีวิต

ผลลัพธ์รายละเอียด
ชัยชนะรัฐบาลสหภาพแอฟริกาใต้
ผลกระทบทางการเมืองการผงาดขึ้นของพรรค National Party
ผลทางยุทธศาสตร์แอฟริกาใต้เข้ายึดครองแอฟริกาตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี

คำถามที่พบบ่อย

กบฏมาริตซ์คืออะไร?

คือการลุกฮือด้วยอาวุธของชาวโบเออร์ในแอฟริกาใต้ปี 1914 เพื่อต่อต้านการปกครองของอังกฤษและพยายามสถาปนาสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ขึ้นมาใหม่

ทำไมชาวโบเออร์ถึงสนับสนุนเยอรมนี?

เพราะเยอรมนีเป็นศัตรูของอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่ชาวโบเออร์เคยต่อสู้ด้วยในสงครามโบเออร์ครั้งที่สอง

ผลลัพธ์สุดท้ายของการกบฏเป็นอย่างไร?

การกบฏล้มเหลว ผู้นำหลายคนถูกจำคุกหรือประหารชีวิต และรัฐบาลแอฟริกาใต้สามารถยึดครองแอฟริกาตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนีได้สำเร็จ