มาร์ตินา นาวราติโลวา ตำนานนักเทนนิสหญิงผู้สร้างประวัติศาสตร์โลก
สรุปใจความสำคัญ
- ครองอันดับ 1 ของโลกประเภทหญิงเดี่ยว 332 สัปดาห์ และหญิงคู่ 237 สัปดาห์
- คว้าแชมป์เมเจอร์รวม 59 รายการ (เดี่ยว 18, หญิงคู่ 31, คู่ผสม 10)
- ครองสถิติแชมป์วิมเบิลดันประเภทเดี่ยว 9 สมัย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของนักเทนนิสหญิง
- เป็นหนึ่งในสามนักเทนนิสที่ทำ Career Grand Slam ได้ครบทั้งประเภทเดี่ยว หญิงคู่ และคู่ผสม
มาร์ตินา นาวราติโลวา (Martina Navratilova) เป็นอดีตนักเทนนิสอาชีพชาวเช็ก-อเมริกัน ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเทนนิสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เธอสร้างสถิติครองอันดับ 1 ของโลกในประเภทหญิงเดี่ยวเป็นเวลาถึง 332 สัปดาห์ (มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก) และครองอันดับ 1 ในประเภทหญิงคู่เป็นเวลา 237 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล
ความสำเร็จของนาวราติโลวาโดดเด่นอย่างยิ่งในยุคโอเพ่น (Open Era) โดยเธอคว้าแชมป์ระดับสูงสุดในประเภทเดี่ยว 167 รายการ และประเภทคู่ 177 รายการ นอกจากนี้เธอยังครองสถิติคว้าแชมป์เมเจอร์รวม 59 รายการ แบ่งเป็นประเภทเดี่ยว 18 รายการ, หญิงคู่ 31 รายการ (สถิติสูงสุดตลอดกาล) และคู่ผสม 10 รายการ โดยเฉพาะที่วิมเบิลดัน ซึ่งเธอคว้าแชมป์ประเภทเดี่ยวได้ถึง 9 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของนักเทนนิสหญิง

ชีวิตช่วงต้นและการเริ่มต้นในเส้นทางกีฬา
นาวราติโลวาเกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1956 ในกรุงปราก ประเทศเชโกสโลวาเกีย (ปัจจุบันคือสาธารณรัฐเช็ก) โดยมีชื่อเดิมว่า มาร์ตินา ชูเบอร์โตวา (Martina Šubertová) เธอเริ่มเล่นเทนนิสอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 7 ปี และมีความสามารถโดดเด่นจนสามารถคว้าแชมป์ระดับประเทศของเชโกสโลวาเกียได้ในปี 1972 ขณะที่มีอายุเพียง 15 ปี
ในปี 1973 เธอเริ่มเข้าสู่การแข่งขันในระดับอาชีพในสหรัฐอเมริกา แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตเกิดขึ้นในปี 1975 เมื่อเธอตัดสินใจลี้ภัยทางการเมืองจากระบอบคอมมิวนิสต์ในเชโกสโลวาเกียเพื่อขอสัญชาติอเมริกัน ส่งผลให้เธอถูกถอนสัญชาติเชโกสโลวาเกียในขณะนั้น ต่อมาเธอได้รับสัญชาติสหรัฐอเมริกในปี 1981 และได้รับสัญชาติเช็กคืนในปี 2008
ความสำเร็จในอาชีพและการขับเคี่ยวกับคริส เอเวิร์ต
ในช่วงทศวรรษ 1980 นาวราติโลวาและ คริส เอเวิร์ต (Chris Evert) กลายเป็นคู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิสหญิง ทั้งคู่ผลัดกันครองความยิ่งใหญ่และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกีฬาเทนนิสโลก
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของเธอคือการคว้าแชมป์วิมเบิลดันครั้งแรกในปี 1978 โดยเอาชนะคริส เอเวิร์ต ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งทำให้เธอขึ้นครองอันดับ 1 ของโลกเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ เธอยังสร้างสถิติชนะติดต่อกัน 6 รายการเมเจอร์ในช่วงปี 1983-1984 และมีเปอร์เซ็นต์การชนะในการแข่งขันอาชีพสูงถึง 98.9% ในปี 1983 (ชนะ 86 แพ้ 1 นัด)

นาวราติโลวายังเป็นหนึ่งในนักเทนนิสเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำ Career Grand Slam ได้ครบทั้งสามประเภท คือ เดี่ยว, หญิงคู่ และคู่ผสม (หรือที่เรียกว่า "Boxed Set") โดยเธอคว้าแชมป์เมเจอร์รายการสุดท้ายในประเภทคู่ผสมที่ US Open ปี 2006 ก่อนวันเกิดปีที่ 50 ของเธอเพียงไม่นาน

บทบาททางสังคมและการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ LGBTQ+
นอกเหนือจากความสำเร็จในสนามเทนนิส นาวราติโลวาเป็นที่รู้จักในฐานะนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) เธอเปิดเผยตัวตนว่าเป็นเลสเบี้ยนอย่างเปิดเผยตั้งแต่ปี 1981 ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นเรื่องที่กล้าหาญและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเธอในวงการกีฬาอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เธอได้ใช้ชื่อเสียงของเธอในการขับเคลื่อนความเท่าเทียมและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นหลังในการเป็นตัวของตัวเอง
คำถามที่พบบ่อย
มาร์ตินา นาวราติโลวา ประสบความสำเร็จสูงสุดในรายการใด?
เธอประสบความสำเร็จสูงสุดที่วิมเบิลดัน โดยคว้าแชมป์ประเภทเดี่ยวได้ถึง 9 สมัย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของนักเทนนิสหญิง
นาวราติโลวาเปลี่ยนสัญชาติจากเชโกสโลวาเกียเป็นสหรัฐอเมริกาสาเหตุใด?
เธอตัดสินใจลี้ภัยทางการเมืองจากระบอบคอมมิวนิสต์ในเชโกสโลวาเกียในปี 1975 และขอลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา
สถิติ 'Boxed Set' ในเทนนิสหมายถึงอะไร?
หมายถึงการที่นักเทนนิสสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ครบทุกรายการทั้งในประเภทเดี่ยว, หญิงคู่ และคู่ผสม ซึ่งนาวราติโลวาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ทำได้
นาวราติโลวาเป็นนักเคลื่อนไหวในด้านใด?
เธอเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ โดยเปิดเผยตัวตนว่าเป็นเลสเบี้ยนอย่างเปิดเผยตั้งแต่ปี 1981

