← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Marubeni ยักษ์ใหญ่บริษัทการค้าทั่วไปของญี่ปุ่น (Sogo Shosha)

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1858 โดยเริ่มต้นจากธุรกิจการค้าผ้าลินิน
  • เป็นหนึ่งในบริษัทการค้าทั่วไป (Sogo Shosha) ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นสมาชิกของกลุ่ม Fuyo keiretsu
  • ประกาศเปลี่ยนทิศทางธุรกิจจากพลังงานถ่านหินไปสู่พลังงานหมุนเวียนในปี 2018

Marubeni Corporation (丸紅株式会社) เป็นหนึ่งในบริษัทการค้าทั่วไป หรือที่เรียกว่า sōgō shōsha ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว โดยบริษัทมีความโดดเด่นอย่างมากในด้านการค้าธัญพืชและเยื่อกระดาษ รวมถึงมีธุรกิจโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ Marubeni ยังเป็นสมาชิกของกลุ่มธุรกิจ Fuyo keiretsu อีกด้วย

สำนักงานใหญ่ Marubeni
สำนักงานใหญ่ของ Marubeni Corporation ในกรุงโตเกียว

ประวัติความเป็นมา

Marubeni ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1858 โดย Chubei Itoh ซึ่งเริ่มต้นจากการทำธุรกิจการค้าผ้าลินิน ต่อมาในปี 1918 ได้มีการแยกตัวออกมาเป็น Itochu Shoten, Ltd. และในปี 1921 ได้ควบรวมกิจการกับ Itoh Chobei Shoten กลายเป็น Marubeni Shoten, Ltd. ภายใต้การนำของ Chobei Itoh รุ่นที่ 9

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 Marubeni ถูกควบรวมเข้ากับ Itochu เพื่อก่อตั้งบริษัท Sanko Kabushiki Kaisha และต่อมาเป็น Daiken Company, Ltd. อย่างไรก็ตาม หลังสงครามสิ้นสุดลงในปี 1949 Marubeni ได้กลับมาดำเนินธุรกิจในฐานะบริษัทการค้าแยกต่างหากอีกครั้ง โดยเริ่มจากธุรกิจสิ่งทอและขยายตัวเข้าสู่เครื่องจักร โลหะ และเคมีภัณฑ์

ในปี 1955 Marubeni ได้ควบรวมกิจการกับ Takashimaya-Iida ซึ่งเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า Takashimaya ทำให้ชื่อบริษัทเปลี่ยนเป็น Marubeni-Iida จนถึงปี 1972 การควบรวมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคาร Fuji Bank เพื่อสร้างพันธมิตรทางการค้าที่แข็งแกร่ง ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งกลุ่ม Fuyo Group keiretsu ในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งประกอบด้วยบริษัทชั้นนำอย่าง Hitachi, Nissan, Canon และ Nippon Steel

การปรับตัวและวิกฤตการณ์

เช่นเดียวกับบริษัทการค้าอื่นๆ Marubeni ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการล่มสลายของฟองสบู่เศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 และประสบภาวะขาดทุนสุทธิครั้งแรกในปี 1998 รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในปี 2001 ซึ่งทำให้ราคาหุ้นตกลงอย่างรุนแรง

ก้าวสู่ยุคใหม่และการลงทุนระดับโลก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Marubeni ได้ขยายการลงทุนอย่างกว้างขวาง เช่น การเข้าซื้อหุ้นในเครือซูเปอร์มาร์เก็ต Daiei ในปี 2006 และการร่วมทุนพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมในเมืองโวลโกกราด ประเทศรัสเซีย ในปี 2018

ที่สำคัญ Marubeni ได้ประกาศเปลี่ยนทิศทางจากพลังงานถ่านหินไปสู่ พลังงานหมุนเวียน ในปี 2018 และลงทุนใน B2U Storage Solutions สตาร์ทอัพด้านการนำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลับมาใช้ใหม่ในปี 2021 นอกจากนี้ยังชนะสิทธิ์ในการสร้างฟาร์มกังหันลมในทะเลของสกอตแลนด์ในปี 2022

อาคารสำนักงาน Marubeni
อาคารสำนักงานของ Marubeni ที่สะท้อนถึงความทันสมัยและการเติบโต

โครงสร้างธุรกิจและเครือข่าย

Marubeni ดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลากหลายสาขา โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มธุรกิจหลัก (ข้อมูล ณ มีนาคม 2022):

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค: ครอบคลุมไลฟ์สไตล์, ICT, อสังหาริมทรัพย์ และผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ เช่น เสื้อผ้า วัสดุฟังก์ชันนัล และยาง
  • กลุ่มอาหาร เกษตรกรรม และเคมีภัณฑ์: การค้าธัญพืชและผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงการจัดจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์และหน่วยเก็บพลังงาน โดยมี Helena Chemical Company ในสหรัฐฯ เป็นหน่วยธุรกิจสำคัญ
  • กลุ่มพลังงานและโลหะ: การค้าน้ำมัน ก๊าซ เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ เหล็ก และแร่ธาตุต่างๆ
  • กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน: พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก
เครือข่ายสำนักงาน Marubeni
เครือข่ายสำนักงานทั่วโลกของ Marubeni ที่เชื่อมโยงการค้าโลก

ปัจจุบัน Marubeni มีสำนักงานในญี่ปุ่น 12 แห่ง และสำนักงานในต่างประเทศ 58 แห่ง พร้อมบริษัทย่อยในต่างประเทศ 29 แห่ง ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วโลก

คำถามที่พบบ่อย

Marubeni คือบริษัทอะไร?

Marubeni คือบริษัทการค้าทั่วไป (Sogo Shosha) ของญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลากหลายสาขา ตั้งแต่เกษตรกรรม พลังงาน โลหะ ไปจนถึงถึงผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค

Marubeni มีบทบาทอย่างไรในด้านพลังงานสะอาด?

บริษัทได้ประกาศเปลี่ยนทิศทางจากการพึ่งพาถ่านหินไปสู่การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เช่น การสร้างฟาร์มกังหันลมในทะเลที่สกอตแลนด์ และการลงทุนในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ EV

กลุ่ม Fuyo keiretsu คืออะไร?

เป็นเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจของญี่ปุ่นที่ประกอบด้วยบริษัทชั้นนำหลายแห่ง โดย Marubeni เป็นสมาชิกหลักร่วมกับบริษัทอย่าง Hitachi, Nissan และ Canon