เมารีกับดอกไม้ของแม่มด ภาพยนตร์แอนิเมชันแฟนตาซีจากสตูดิโอโพน็อค
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันขนาดยาวเรื่องแรกที่ผลิตโดย Studio Ponoc
- ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง The Little Broomstick ของ Mary Stewart
- กำกับโดย Hiromasa Yonebayashi อดีตผู้กำกับจาก Studio Ghibli
- ออกฉายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2017
เมารีกับดอกไม้ของแม่มด (ญี่ปุ่น: メアリと魔女の花, โรมันจิ: Meari to Majo no Hana) เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันแนวแฟนตาซีสัญชาติญี่ปุ่นที่ออกฉายในปี 2017 กำกับโดย ฮิโรมาสะ โยเนบายาชิ (Hiromasa Yonebayashi) ซึ่งร่วมเขียนบทกับ ริโกะ ซาวากุจิ (Riko Sawaguchi) ภาพยนตร์เรื่องนี้ผลิตโดย สตูดิโอโพน็อค (Studio Ponoc) และจัดจำหน่ายโดยบริษัท โทโฮ (Toho) ในประเทศญี่ปุ่น
ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง The Little Broomstick (1971) เขียนโดย แมรี สจวร์ต (Mary Stewart) และถือเป็นผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของสตูดิโอโพน็อค ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากในด้านงานภาพและคุณภาพการผลิตที่สืบทอดกลิ่นอายของแอนิเมชันญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

เนื้อเรื่องย่อ
เรื่องราวติดตามชีวิตของ เมารี สมิธ เด็กสาวผมแดงผู้ร่าเริงแต่ขาดความมั่นใจในตัวเอง เธอได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ในชนบทของชรอปเชียร์กับคุณป้าชาร์ลอตต์ ในขณะที่เธอกำลังพยายามปรับตัวและทำตัวให้เป็นประโยชน์ในบ้านหลังใหม่ เธอได้พบกับ "ดอกไม้ราตรี" (Fly-by-Night) ซึ่งเป็นดอกไม้ลึกลับที่มีพลังเวทมนตร์ซึ่งเหล่าแม่มดต่างปรารถนา
ด้วยความบังเอิญ เมารีได้รับพลังจากดอกไม้ชนิดนี้ ทำให้เธอสามารถใช้เวทมนตร์และขี่ไม้กวาดบินไปยัง วิทยาลัยเอนดอร์ (Endor College) สถาบันสอนเวทมนตร์ที่ลอยอยู่บนก้อนเมฆ ที่นั่นเธอถูกเข้าใจผิดว่าเป็นนักเรียนใหม่และได้รับความสนใจจากครูใหญ่ มัมเบิลชุค และด็อกเตอร์ดี เนื่องจากความสามารถในการใช้เวทมนตร์ที่โดดเด่นและลักษณะผมสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแม่มดผู้ทรงพลัง
อย่างไรก็ตาม เมารีได้ค้นพบว่าวิทยาลัยเอนดอร์ไม่ได้เป็นสถานที่ที่สวยงามอย่างที่คิด แต่เป็นที่ที่ด็อกเตอร์ดีทำการทดลองที่อันตรายเพื่อเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นแม่มด ซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตและผู้คนที่ถูกทดลอง เมารีต้องร่วมมือกับ ปีเตอร์ เด็กชายในหมู่บ้านที่ถูกลักพาตัวมา เพื่อหาทางหยุดยั้งการทดลองที่บ้าคลั่งและทำลายพลังของดอกไม้ราตรีเพื่อคืนความสงบสุขให้กับทุกคน
ตัวละครหลัก
- เมารี สมิธ (Mary Smith): เด็กสาวผู้มีความอยากรู้อยากเห็นและจิตใจดี มีลักษณะเด่นคือผมสีแดงและกระบนใบหน้า เธอเป็นตัวแทนของความกล้าหาญและการเรียนรู้ที่จะยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็นโดยไม่ต้องพึ่งพาเวทมนตร์
- ปีเตอร์ (Peter): เด็กชายส่งหนังสือพิมพ์ในหมู่บ้าน ผู้ช่วยเมารีในการหลบหนีจากวิทยาลัยเอนดอร์
- ครูใหญ่มัมเบิลชุค (Madam Mumblechook): ผู้อำนวยการวิทยาลัยเอนดอร์ ผู้มีความทะเยอทะยานและต้องการครอบครองดอกไม้ราตรีเพื่อใช้ในงานวิจัยเวทมนตร์
- ด็อกเตอร์ดี (Doctor Dee): นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องประจำวิทยาลัย ผู้หมกมุ่นกับการทดลองเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตให้เป็นสัตว์ประหลาด
- ชาร์ลอตต์ (Charlotte): คุณป้าทวดของเมารี อดีตนักเรียนของวิทยาลัยเอนดอร์ผู้ล่วงรู้ความลับของดอกไม้ราตรีและคอยช่วยเหลือเมารีผ่านนิมิต
การผลิตและการตอบรับ
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นก้าวสำคัญของ Studio Ponoc ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตพนักงานของ Studio Ghibli ทำให้งานภาพมีความละเอียดสูงและมีสไตล์ที่คล้ายคลึงกับผลงานของจิบลิ โดยเฉพาะการออกแบบฉากหลังและการเคลื่อนไหวของตัวละครที่ดูเป็นธรรมชาติ
ในด้านคำวิจารณ์ ภาพยนตร์ได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวก โดยเฉพาะในเรื่องของงานภาพที่สวยงามและการนำเสนอโลกแฟนตาซีที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้ว่าเนื้อเรื่องจะถูกมองว่าเรียบง่าย แต่ก็สามารถสื่อสารข้อความเกี่ยวกับการเติบโตและการพึ่งพาตนเองได้อย่างชัดเจน
คำถามที่พบบ่อย
เมารีกับดอกไม้ของแม่มด ดัดแปลงมาจากอะไร?
ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนวนิยายปี 1971 เรื่อง The Little Broomstick เขียนโดย Mary Stewart
Studio Ponoc คือใคร?
Studio Ponoc เป็นสตูดิโอแอนิเมชันญี่ปุ่นที่ก่อตั้งโดยอดีตพนักงานของ Studio Ghibli เพื่อสืบทอดจิตวิญญาณและสไตล์การสร้างแอนิเมชันแบบดั้งเดิม
ดอกไม้ราตรี (Fly-by-Night) ในเรื่องมีความสำคัญอย่างไร?
เป็นดอกไม้ลึกลับที่มอบพลังเวทมนตร์ให้แก่ผู้ที่ใช้ชั่วคราว แต่แฝงไปด้วยอันตรายหากนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต

