← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ปริญญาโททางดนตรี (Master of Music)

สรุปใจความสำคัญ

  • ปริญญาโททางดนตรี (MM/MMus) เน้นการผสมผสานระหว่างทักษะการปฏิบัติขั้นสูงและวิชาการทางดนตรี
  • เป็นคุณสมบัติขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับการเป็นอาจารย์สอนดนตรีในระดับมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยดนตรี
  • หลักสูตรมักประกอบด้วยการเรียนกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ การสอบประมวลความรู้ และการแสดงคอนเสิร์ตจบการศึกษา (Recitals)
  • มีความแตกต่างจากปริญญาโททางศิลปศาสตร์ (MA) ตรงที่เน้นการปฏิบัติมากกว่าการทำวิจัยและวิทยานิพนธ์

ปริญญาโททางดนตรี (Master of Music หรือใช้อักษรย่อว่า MM หรือ MMus) คือปริญญาระดับบัณฑิตศึกษาทางด้านดนตรีที่มอบโดยมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยดนตรี (Conservatories) โดยหลักสูตรนี้มีจุดประสงค์เพื่อผสมผสานการศึกษาขั้นสูงในสาขาเฉพาะทางด้านการปฏิบัติ (Applied area of specialization) เช่น การขับร้อง การบรรเลงเครื่องดนตรี การประพันธ์เพลง หรือการอำนวยเพลง เข้ากับการศึกษาทางวิชาการในระดับบัณฑิตศึกษาในรายวิชา เช่น ประวัติศาสตร์ดนตรี ทฤษฎีดนตรี หรือครุศาสตร์ดนตรี

โดยทั่วไป หลักสูตรปริญญาโททางดนตรีจะใช้เวลาศึกษาเต็มเวลาเป็นเวลาหนึ่งถึงสองปี เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนก้าวไปสู่การเป็นนักดนตรีอาชีพ ผู้อำนวยเพลง และนักประพันธ์เพลง ตามสาขาที่ตนเองเลือก นอกจากนี้ ปริญญานี้ยังมักถูกกำหนดให้เป็นคุณสมบัติขั้นต่ำในการสมัครเข้าดำรงตำแหน่งอาจารย์สอนเครื่องดนตรีหรือการขับร้องในระดับมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และวิทยาลัยดนตรี

บรรยากาศการเรียนการสอนในวิทยาลัยดนตรี
การศึกษาในระดับปริญญาโททางดนตรีเน้นทั้งทักษะการปฏิบัติขั้นสูงและพื้นฐานทางวิชาการที่เข้มข้น

ประเภทของปริญญาโททางดนตรี

ปริญญา MM มีความหลากหลายตามสาขาความเชี่ยวชาญ ดังนี้:

  • ด้านการปฏิบัติ (Performance): เน้นการพัฒนาทักษะการบรรเลงหรือขับร้อง ซึ่งบางครั้งอาจมีการเลือกวิชาเอกรองในด้านการสอนดนตรี (Pedagogy) หรือวรรณกรรมดนตรี (Music Literature)
  • ด้านการประพันธ์เพลง (Composition): เน้นการสร้างสรรค์ผลงานเพลงใหม่และการวิเคราะห์โครงสร้างดนตรี
  • ด้านการอำนวยเพลง (Conducting): ครอบคลุมทั้งการอำนวยเพลงวงออร์เคสตรา (Orchestral Conducting) และการอำนวยเพลงประสานเสียง (Choral Conducting) หรือทั้งสองอย่าง
  • ด้านดนตรีศึกษา (Music Education): บางสถาบันอาจมอบปริญญาในชื่อเฉพาะว่า ปริญญาโททางดนตรีศึกษา (Master of Music Education หรือ MME/MMEd)

สำหรับสาขาที่เน้นการวิจัยเป็นหลัก เช่น ทฤษฎีดนตรี ดนตรีวิทยา (Musicology) หรือมานุษยวิทยาดนตรี (Ethnomusicology) โดยทั่วไปจะมอบปริญญาโททางศิลปศาสตร์ (Master of Arts หรือ MA) อย่างไรก็ตาม ในบางมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร (เช่น มหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์) อาจใช้ปริญญา MM เป็นปริญญาสำหรับการวิจัยพิเศษ ซึ่งนักศึกษาต้องทำการวิจัยต้นฉบับและจัดทำวิทยานิพนธ์

นอกจากนี้ สำหรับหลักสูตรที่เตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพดนตรีในศาสนสถานหรือโบสถ์ อาจใช้ชื่อว่า ปริญญาโททางดนตรีศักดิ์สิทธิ์ (Master of Sacred Music หรือ MSM)

องค์ประกอบของหลักสูตร

การศึกษาด้านปฏิบัติและรายวิชา

ความแตกต่างสำคัญระหว่างปริญญา MM และปริญญา MA คือ นักศึกษาปริญญา MA มักเน้นการทำวิจัยและเขียนวิทยานิพนธ์ ในขณะที่นักศึกษาปริญญา MM จะมุ่งเน้นไปที่ด้านการปฏิบัติ (Practical/Applied areas) ตามสาขาที่เชี่ยวชาญ

ในหลักสูตร MM นักศึกษาจะใช้เวลาเรียนอย่างเข้มข้นกับศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักร้องจะเรียนกับอาจารย์สอนขับร้อง นักดนตรีจะเรียนกับอาจารย์สอนเครื่องดนตรี นักประพันธ์เพลงจะเข้าเซสชันการให้คำปรึกษา (Coaching) และผู้อำนวยเพลงจะได้รับการฝึกฝนจากอาจารย์ด้านการอำนวยเพลง

นอกจากวิชาเอกแล้ว นักศึกษาในทุกสาขา (การปฏิบัติ, การประพันธ์, การอำนวยเพลง) มักจะต้องเรียนวิชาแกนกลางร่วมกัน ได้แก่ ทฤษฎีดนตรีและประวัติศาสตร์ดนตรี เพื่อสร้างพื้นฐานทางวิชาการที่จำเป็นสำหรับทุกอาชีพทางดนตรี นอกจากนี้ยังมีวิชาเฉพาะทาง เช่น:

  • นักร้อง: วิชาโอเปร่าหรือเพลงศิลป์ (Art Song)
  • นักดนตรีออร์เคสตรา: วิชาการเตรียมตัวสอบเข้าวงออร์เคสตราหรือการฝึกซ้อมบทเพลงคัดสรร (Orchestral Excerpts)
  • นักประพันธ์เพลง: วิชาการประพันธ์เพลงขั้นสูง
  • ผู้อำนวยเพลง: วิชาการอ่านสกอร์ (Score-reading) หรือวิชาเปียโน

บางหลักสูตรอาจกำหนดให้มีการเลือกวิชาเอกรอง (Sub-specialization) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น นักศึกษาที่เรียนไวโอลินยุคบาโรกอาจเลือกเรียนประวัติศาสตร์ดนตรีบาโรกเพื่อการบรรเลงที่ถูกต้องตามยุคสมัย หรือบางสถาบันอาจอนุญาตให้เลือกวิชาเอกรองนอกคณะดนตรี เช่น จิตวิทยาการเรียนรู้ หรือวิธีการสอน เพื่อส่งเสริมเป้าหมายทางวิชาชีพ

การแสดงคอนเสิร์ตและการสอบประมวลความรู้

ขั้นตอนสุดท้ายของการศึกษาปริญญาโททางดนตรีมักประกอบด้วยการแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวหรือกลุ่ม (Recitals) และการสอบประมวลความรู้ (Comprehensive Exams)

การแสดงคอนเสิร์ตมักกำหนดให้ผู้เรียนบรรเลงบทเพลงระดับสูงจากยุคสมัยต่างๆ ของประวัติศาสตร์ดนตรี เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลาย เช่น:

  • ยุคบาโรก: บทเพลงชุดโซโล่ (Solo Suites)
  • ยุคคลาสสิก: โซนาตา (Sonata) หรือคอนเชอร์โต (Concerto)
  • ยุคโรแมนติก: คอนเชอร์โตหรือบทเพลงเดี่ยว
  • ยุคปัจจุบัน: บทเพลงในศตวรรษที่ 20 และ 21

ในบางสถาบัน นักศึกษาต้องนำเสนอการบรรยายประกอบการแสดง (Lecture-recital) เพื่ออธิบายบริบททางประวัติศาสตร์ ทฤษฎีดนตรี หรือประเด็นด้านการประพันธ์เพลงในบทเพลงที่บรรเลง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้ที่จะก้าวไปเป็นอาจารย์ในอนาคต

นอกจากนี้ การสอบประมวลความรู้ในสาขาที่เชี่ยวชาญ รวมถึงวิชาประวัติศาสตร์และทฤษฎีดนตรี มีจุดประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ที่รอบด้าน ไม่เพียงแต่ทักษะการปฏิบัติเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากปริญญา MM เป็นคุณสมบัติมาตรฐานขั้นต่ำในการสอนวิชาปฏิบัติในระดับอุดมศึกษา

คำถามที่พบบ่อย

ปริญญาโททางดนตรี (MM) ต่างจากปริญญาโททางศิลปศาสตร์ (MA) อย่างไร?

ปริญญา MM เน้นการพัฒนาทักษะการปฏิบัติ เช่น การบรรเลงเครื่องดนตรี การขับร้อง หรือการอำนวยเพลง ในขณะที่ปริญญา MA มักเน้นการวิจัยทางวิชาการและการเขียนวิทยานิพนธ์

เรียนปริญญาโททางดนตรีใช้เวลานานเท่าใด?

โดยทั่วไปจะใช้เวลาศึกษาเต็มเวลาประมาณ 1 ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและสถาบันการศึกษา

ปริญญาโททางดนตรีจำเป็นสำหรับการเป็นอาจารย์สอนดนตรีหรือไม่?

มักถูกกำหนดให้เป็นคุณสมบัติขั้นต่ำสำหรับการสมัครเข้าทำงานเป็นอาจารย์สอนวิชาปฏิบัติในระดับมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือวิทยาลัยดนตรี

การแสดงคอนเสิร์ตจบการศึกษา (Recital) ต้องมีลักษณะอย่างไร?

โดยปกติจะต้องบรรเลงบทเพลงจากหลากหลายยุคสมัยของประวัติศาสตร์ดนตรี ตั้งแต่ยุคบาโรก คลาสสิก โรแมนติก ไปจนถึงยุคปัจจุบัน เพื่อแสดงความสามารถรอบด้าน

มีปริญญาโททางดนตรีประเภทอื่นนอกเหนือจาก MM หรือไม่?

มี เช่น ปริญญาโททางดนตรีศึกษา (MME) หรือปริญญาโททางดนตรีศักดิ์สิทธิ์ (MSM) สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในศาสนสถาน