แม็กซิมิเลียน เชลล์ ศิลปินผู้รอบด้านแห่งโลกภาพยนตร์และละครเวที
สรุปใจความสำคัญ
- คว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Judgment at Nuremberg (1961)
- เป็นศิลปินพหุวิทยาการที่มีความสามารถทั้งการแสดง การกำกับภาพยนตร์ การกำกับละครเวที และการเป็นนักดนตรี/ผู้อำนวยเพลง
- ลี้ภัยจากออสเตรียไปยังสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1938 เพื่อหนีการปกครองของนาซีเยอรมนี
- ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe) จากบทบาทในภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง Stalin (1992)
แม็กซิมิเลียน เชลล์ (Maximilian Schell; 8 ธันวาคม 1930 – 1 กุมภาพันธ์ 2014) เป็นนักแสดง ผู้กำกับละครเวที ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักดนตรีชาวสวิสเชื้อสายออสเตรีย เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงที่พูดภาษาเยอรมันที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติมากที่สุดในยุคของเขา โดยมีผลงานโดดเด่นทั้งในภาพยนตร์และละครเวที

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
เชลล์เกิดที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เป็นบุตรของมาร์กาเรเธอ (Margarethe) นักแสดงและเจ้าของโรงเรียนสอนการแสดง และเฮอร์มัน เฟอร์ดินานด์ เชลล์ (Hermann Ferdinand Schell) กวี นักเขียนนวนิยาย และเจ้าของร้านขายยา เขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยศิลปะและการแสดง
ในปี 1938 ครอบครัวของเขาต้องลี้ภัยจากเวียนนาไปยังเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหลีกเลี่ยงการกวาดล้างของนาซีเยอรมนีหลังจากเหตุการณ์ Anschluss (การผนวกออสเตรียเข้ากับเยอรมนี) ในช่วงวัยเด็ก เชลล์มีความสนใจในด้านจิตรกรรม ดนตรี และการเขียนบทละครมากกว่าการเป็นนักแสดง
ด้านการศึกษา เชลล์เคยเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยซูริก (University of Zurich) และมหาวิทยาลัยลุดวิก-แม็กซิมิเลียนแห่งมิวนิก (LMU Munich) โดยศึกษาวิชาปรัชญาและประวัติศาสตร์ศิลปะ นอกจากนี้เขายังเคยศึกษาที่ University College School ในลอนดอน และมหาวิทยาลัยบาเซิล (University of Basel) ก่อนจะตัดสินใจละทิ้งการศึกษาในระดับปริญญาเพื่ออุทิศตนให้กับการแสดงอย่างเต็มตัว โดยเขามองว่าศิลปะเกิดจากความโกลาหลไม่ใช่การวิเคราะห์เชิงกลไก
ความสำเร็จในอาชีพการแสดง
แม็กซิมิเลียน เชลล์ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพด้วยการคว้ารางวัล ออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากบทบาททนายความในภาพยนตร์ดราม่ากฎหมายเรื่อง Judgment at Nuremberg (1961) นอกจากนี้เขายังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกสองครั้งจากเรื่อง The Man in the Glass Booth (1975) และ Julia (1977)
ด้วยความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษและเยอรมันได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้เขาได้รับบทนำในภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับยุคนาซีหลายเรื่อง รวมถึงผลงานเด่นอื่นๆ เช่น Topkapi (1964), The Odessa File (1974), A Bridge Too Far (1977) และ Deep Impact (1998)
ผลงานด้านโทรทัศน์
ในด้านโทรทัศน์ เชลล์ได้รับรางวัล ลูกโลกทองคำ (Golden Globe Award) สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง Stalin (1992) และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy Award สองครั้ง นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญใน The Diary of Anne Frank (1980) โดยรับบทเป็น ออตโต แฟรงก์ และรับบทจักรพรรดิปีเตอร์มหาราชในซีรีส์ Peter the Great (1986)
บทบาทผู้กำกับและศิลปินพหุวิทยาการ
นอกจากการแสดง เชลล์ยังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ โดยเปิดตัวครั้งแรกกับเรื่อง First Love (1970) และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์เยอรมัน (German Film Award) สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมถึงสามครั้ง
เขายังมีความเชี่ยวชาญด้านดนตรี โดยเป็นนักเปียโนและผู้อำนวยเพลง (Conductor) ที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง เคลาดิโอ อับบาโด (Claudio Abbado) และ เลียวนาร์ด เบิร์นสไตน์ (Leonard Bernstein) รวมถึงร่วมงานกับวงออเคสตราในเบอร์ลินและเวียนนา ด้วยความสามารถที่หลากหลายนี้ สถาบันภาพยนตร์เยอรมัน (Deutsches Filminstitut) จึงขนานนามเขาว่าเป็น "ศิลปินสากล" (Universal Artist)
ชีวิตส่วนตัวและครอบครัว
เชลล์มีพี่สาวคือ มาเรีย เชลล์ (Maria Schell) ซึ่งเป็นนักแสดงชื่อดังเช่นกัน โดยแม็กซิมิเลียนได้กำกับภาพยนตร์สารคดีเพื่อระลึกถึงพี่สาวของเขาในชื่อ My Sister Maria ในปี 2002
คำถามที่พบบ่อย
แม็กซิมิเลียน เชลล์ ได้รับรางวัลออสการ์จากเรื่องอะไร?
เขาได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากการรับบทเป็นทนายความในภาพยนตร์เรื่อง Judgment at Nuremberg ในปี 1961
นอกจากงานแสดงแล้ว แม็กซิมิเลียน เชลล์ มีความสามารถด้านใดอีกบ้าง?
เขาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับละครเวที นักเปียโน และผู้อำนวยเพลง (Conductor) ที่เคยร่วมงานกับวงออเคสตราชื่อดังในยุโรป
ทำไมครอบครัวของเขาจึงย้ายจากออสเตรียไปสวิตเซอร์แลนด์?
ครอบครัวของเขาลี้ภัยในปี 1938 หลังจากที่นาซีเยอรมนีผนวกออสเตรีย (Anschluss) เพื่อหลีกเลี่ยงการปกครองของฮิตเลอร์


