← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อภิภววิทยา การศึกษาเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับธรรมชาติของภววิทยา

สรุปใจความสำคัญ

  • อภิภววิทยาคือการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติและขอบเขตของภววิทยา ไม่ใช่การศึกษาว่าสิ่งใดดำรงอยู่จริง
  • ความแตกต่างหลักระหว่างสัจนิยมและปฏิสัจนิยมทางอภิภววิทยาคือการเชื่อว่ามีคำตอบที่เป็นวัตถุวิสัยสำหรับคำถามทางภววิทยาหรือไม่
  • แนวทางแบบควายน์เน้นการใช้ตรรกศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพื่อระบุการผูกมัดทางภววิทยา
  • แนวทางแบบนีโอ-อริสโตเติลเน้นการจำแนกสิ่งที่เป็นพื้นฐาน (Fundamental) และสิ่งที่เป็นผลพวง (Dependent)

อภิภววิทยา (Meta-ontology) คือสาขาของการศึกษาที่มุ่งเน้นไปที่ตัว ภววิทยา (Ontology) เอง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความชัดเจนว่าภววิทยาศึกษาเกี่ยวกับอะไร และเราควรตีความความหมายของข้อกล่าวอ้างทางภววิทยาอย่างไร ในขณะที่ภววิทยาตั้งคำถามว่า "มีอะไรอยู่จริงบ้าง?" แต่อภิภววิทยาจะตั้งคำถามว่า "เมื่อเราถามว่ามีอะไรอยู่จริง เรากำลังถามถึงอะไรกันแน่?"

ความสัมพันธ์ระหว่างอภิภววิทยาและภววิทยา

มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในหมู่นักปรัชญาว่าอภิภววิทยาเป็นสาขาที่แยกจากภววิทยาโดยสิ้นเชิง หรือเป็นเพียงแขนงหนึ่งของภววิทยา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนับสนุนการแยกสาขานี้มองว่าความแตกต่างอยู่ที่ระดับของการวิเคราะห์:

  • ภววิทยา (Ontology): มุ่งเน้นการสืบเสาะว่าสิ่งใดดำรงอยู่จริง (What there is)
  • อภิภววิทยา (Meta-ontology): มุ่งเน้นการสืบเสาะถึงธรรมชาติของคำถามและการวิเคราะห์ความหมายของการถามถึงการดำรงอยู่ (What we are asking when we ask what there is)

แนวคิดเรื่อง การผูกมัดทางภววิทยา (Ontological Commitment) เป็นเครื่องมือสำคัญในการแยกแยะสองสิ่งนี้ โดยทฤษฎีหนึ่งจะถูกเรียกว่ามี "การผูกมัดทางภววิทยา" ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากสิ่งนั้นจำเป็นต้องดำรงอยู่เพื่อให้ทฤษฎีนั้นเป็นจริง อภิภววิทยาจะสนใจว่าทฤษฎีหนึ่งๆ มีการผูกมัดทางภววิทยาต่อสิ่งใดบ้าง โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินว่าสิ่งนั้นดำรงอยู่จริงหรือไม่ ในขณะที่ภววิทยาจะสนใจว่าการผูกมัดเหล่านั้นเป็นจริงหรือไม่

แนวคิดสัจนิยมทางอภิภววิทยา (Meta-ontological Realism)

นักสัจนิยมทางอภิภววิทยาเชื่อว่ามีคำตอบที่ถูกต้องและเป็นวัตถุวิสัย (Objective answers) สำหรับคำถามพื้นฐานทางภววิทยา โดยสามารถแบ่งแนวทางหลักได้เป็นสองสาย:

1. แนวทางแบบควายน์ (Quinean Approach)

ตามแนวทางของ วิลลาร์ด แวน ออร์แมน ควายน์ (W.V.O. Quine) เป้าหมายของภววิทยาคือการระบุว่าสิ่งใดดำรงอยู่และสิ่งใดไม่ดำรงอยู่ ควายน์ใช้ตรรกศาสตร์อันดับหนึ่ง (First-order logic) และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาคำตอบ โดยการแปลทฤษฎีเหล่านี้ให้เป็นสูตรทางตรรกศาสตร์ และพิจารณาจากตัวบ่งปริมาณการดำรงอยู่ (Existential quantifiers) เพื่อระบุการผูกมัดทางภววิทยาของทฤษฎีนั้นๆ

นอกจากนี้ เอมี แอล. โธแมสสัน (Amie L. Thomasson) ได้เสนอแนวทางที่เรียกว่า "Easy approach" ซึ่งแตกต่างจากควายน์ตรงที่เธอใช้สามัญสำนึก (Common sense) แทนที่จะพึ่งพาเพียงทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ในการพิสูจน์การดำรงอยู่ของสิ่งต่างๆ

2. แนวทางแบบนีโอ-อริสโตเติล (Neo-Aristotelian Approach)

แนวทางนีโอ-อริสโตเติลมองว่าเป้าหมายของภววิทยาไม่ใช่แค่การบอกว่าอะไรมีอยู่ แต่คือการระบุว่า สิ่งใดเป็นพื้นฐาน (Fundamental) และสิ่งที่ไม่เป็นพื้นฐานนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่เป็นพื้นฐานอย่างไร โดยใช้แนวคิดเรื่อง การวางรากฐานทางอภิปรัชญา (Metaphysical grounding)

ตัวอย่างเช่น ในทางฟิสิกส์ อาจกล่าวได้ว่าอนุภาคมูลฐานมีความเป็นพื้นฐานมากกว่าวัตถุขนาดใหญ่ เช่น โต๊ะหรือเก้าอี้ เพราะวัตถุเหล่านี้ถูกวางรากฐานโดยอนุภาคมูลฐาน แนวคิดนี้สอดคล้องกับอริสโตเติลที่มองว่า "สารัตถะ" (Substances) มีความเป็นพื้นฐานสูงสุดเพราะดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง ในขณะที่ "คุณสมบัติ" (Properties) มีความเป็นพื้นฐานน้อยกว่าเพราะต้องพึ่งพาสารัตถะในการดำรงอยู่

แนวคิดปฏิสัจนิยมทางอภิภววิทยา (Meta-ontological Anti-realism)

นักปฏิสัจนิยมทางอภิภววิทยาปฏิเสธว่ามีคำตอบที่เป็นวัตถุวิสัยสำหรับคำถามทางภววิทยา ตัวอย่างที่ชัดเจนคือทฤษฎีของ รูดอล์ฟ คาร์แนป (Rudolf Carnap) ซึ่งเสนอว่าความจริงของข้อกล่าวอ้างเรื่องการดำรงอยู่นั้น ขึ้นอยู่กับ กรอบแนวคิด (Framework) ที่ใช้ในการสร้างข้อกล่าวอ้างนั้นๆ หากเปลี่ยนกรอบแนวคิด คำตอบเรื่องการดำรงอยู่ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย

ประวัติและการกำเนิดของคำศัพท์

คำว่า "Meta-ontology" เป็นคำที่เกิดขึ้นในยุคหลัง โดย อาแล็ง บาดิอู (Alain Badiou) เป็นผู้เริ่มใช้ในโลกที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสผ่านผลงานเรื่อง Being and Event ซึ่งเขานำเสนอปรัชญาแห่งเหตุการณ์ที่อิงกับทฤษฎีเซตเชิงสัจพจน์ ส่วนในโลกภาษาอังกฤษ-อเมริกัน คำนี้ปรากฏในงานของ ปีเตอร์ แวน อินวาเกน (Peter van Inwagen) ซึ่งวิเคราะห์การวิพากษ์ของควายน์ที่มีต่อคาร์แนป

คำถามที่พบบ่อย

อภิภววิทยาแตกต่างจากภววิทยาอย่างไร?

ภววิทยา (Ontology) ศึกษาว่า 'มีอะไรอยู่จริง' (What there is) ส่วนอภิภววิทยา (Meta-ontology) ศึกษาว่า 'เรากำลังถามอะไรเมื่อเราถามว่ามีอะไรอยู่จริง' (What we are asking when we ask what there is) โดยเน้นที่การวิเคราะห์ความหมายและวิธีการของภววิทยา

แนวทางแบบควายน์ (Quinean approach) คืออะไร?

เป็นแนวทางที่มองว่าเป้าหมายของภววิทยาคือการระบุว่าสิ่งใดดำรงอยู่ โดยใช้ตรรกศาสตร์อันดับหนึ่งและการวิเคราะห์ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เพื่อหา 'การผูกมัดทางภววิทยา' (Ontological commitments)

แนวคิดนีโอ-อริสโตเติลมองเรื่องการดำรงอยู่ต่างจากควายน์อย่างไร?

ในขณะที่ควายน์เน้นว่าสิ่งนั้น 'มีอยู่หรือไม่' แต่นีโอ-อริสโตเติลเน้นว่าสิ่งนั้น 'เป็นพื้นฐานเพียงใด' (Fundamentality) และสิ่งต่างๆ มีความสัมพันธ์ในการพึ่งพากันอย่างไรผ่านการวางรากฐานทางอภิปรัชญา

ปฏิสัจนิยมทางอภิภววิทยาคืออะไร?

คือความเชื่อที่ว่าไม่มีคำตอบที่เป็นวัตถุวิสัยสำหรับคำถามทางภววิทยา โดยความจริงของข้อกล่าวอ้างเรื่องการดำรงอยู่จะขึ้นอยู่กับกรอบแนวคิดหรือภาษาที่ใช้ในการนิยามสิ่งนั้นๆ