สำนักงานที่ดินแห่งรัฐมิชิแกน
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1843 และถูกยุบเลิกในปี ค.ศ. 1914
- เปลี่ยนจากตำแหน่งแต่งตั้งเป็นตำแหน่งเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี ค.ศ. 1850
- ทำหน้าที่บริหารจัดการ ขาย และให้เช่าที่ดินสาธารณะของรัฐมิชิแกน
- โอนย้ายหน้าที่ไปยังคณะกรรมการที่ดินสาธารณะ และต่อมาไปยังกรมอนุรักษ์ในปี ค.ศ. 1921
สำนักงานที่ดินแห่งรัฐมิชิแกน (Michigan State Land Office) เคยเป็นหน่วยงานระดับกรมภายใต้รัฐบาลของรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา โดยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1843 และถูกยุบเลิกไปในปี ค.ศ. 1914 เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการที่ดินของรัฐให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประวัติการก่อตั้งและการเปลี่ยนแปลง
สำนักงานที่ดินแห่งรัฐมิชิแกนถูกจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1843 โดยในช่วงแรกมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองมาร์แชลล์ (Marshall) ก่อนจะย้ายไปยังเมืองแลนซิง (Lansing) ในปี ค.ศ. 1849 ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ
การบริหารงานสูงสุดของหน่วยงานนี้ดำรงตำแหน่งโดย ข้าหลวงที่ดินแห่งรัฐ (Commissioner of the State Land Office) ซึ่งในระยะแรกตำแหน่งนี้มาจากการแต่งตั้งโดยผู้ว่าการรัฐโดยความเห็นชอบของวุฒิสภาแห่งรัฐ อย่างไรก็ตาม ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งรัฐมิชิแกนปี ค.ศ. 1850 ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้ตำแหน่งข้าหลวงที่ดินเป็นตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้ง
ต่อมา รัฐธรรมนูญฉบับปี ค.ศ. 1908 ได้เปิดช่องทางให้สามารถยุบเลิกหน่วยงานนี้ได้ และในปี ค.ศ. 1913 ผู้ว่าการรัฐวูดบริดจ์ เอ็น. เฟอร์ริส (Woodbridge N. Ferris) ได้ลงนามในร่างกฎหมายเพื่อยุบเลิกสำนักงานที่ดินแห่งรัฐ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1914
การถ่ายโอนอำนาจหน้าที่
เมื่อสำนักงานที่ดินแห่งรัฐมิชิแกนถูกยุบเลิก หน้าที่และความรับผิดชอบต่าง ๆ ได้ถูกถ่ายโอนไปยังหน่วยงานอื่น ดังนี้:
- ตำแหน่งในคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของข้าหลวงที่ดิน ถูกโอนย้ายไปยังผู้อำนวยการด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Superintendent of Public Instruction)
- หน้าที่หลักในการบริหารจัดการที่ดินถูกโอนไปยัง คณะกรรมการที่ดินสาธารณะ (Public Domain Commission)
ต่อมาในปี ค.ศ. 1921 ได้มีการออกกฎหมายยุบคณะกรรมการที่ดินสาธารณะ และโอนย้ายหน้าที่ทั้งหมดไปยัง กรมอนุรักษ์ (Conservation Department) เพื่อบูรณาการการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเข้าด้วยกัน
บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบ
ตามข้อมูลจากคู่มือบริหารและบัญชีรายชื่อทางการของรัฐมิชิแกน (Michigan Official Directory and Legislative Manual) ระหว่างปี ค.ศ. 1913 ถึง 1914 ข้าหลวงที่ดินแห่งรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบหลักดังนี้:
- การบริหารจัดการที่ดิน: ดูแลและจัดการที่ดินทั้งหมดที่เป็นของรัฐ หรือที่รัฐมีส่วนได้เสีย รวมถึงที่ดินที่รัฐถือครองไว้ในฐานะทรัสต์เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ
- การจำหน่ายที่ดิน: ดำเนินการขาย ให้เช่า และจัดการการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของรัฐ
- การจัดเก็บเอกสาร: เก็บรักษาบันทึกภาคสนามต้นฉบับและแผนผังการสำรวจที่ดินของรัฐ
- การเงินและภาษี: รับเงินต้นและดอกเบี้ยจากการขายที่ดินของรัฐ และจัดเก็บภาษีที่ค้างชำระสำหรับที่ดินที่ชำระเงินไม่ครบถ้วน
- การออกเอกสารสิทธิ์: ออกใบรับรองเพื่อให้ผู้ว่าการรัฐลงนามในโฉนดที่ดิน (Patents) ที่รัฐขาย
- การบังคับใช้กฎหมาย: ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินของรัฐและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปราบปรามการบุกรุก
- การจัดการที่ดินทำกิน: ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ตั้งถิ่นฐานในระบบโฮมสเตด (Homestead settlers) และดำเนินการนำที่ดินที่ถูกริบคืนกลับเข้าสู่ตลาด
- การบันทึกข้อมูล: จัดทำและเก็บรักษาหนังสือและเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับที่ดินสาธารณะ รวมถึงบันทึกการขายและการโอนกรรมสิทธิ์ และส่งรายชื่อที่ดินที่ขายแล้วให้แก่เหรัญญิกประจำเคาน์ตีเพื่อใช้ในการประเมินภาษี
นอกจากนี้ ข้าหลวงที่ดินยังดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการสำคัญหลายชุด เช่น คณะกรรมการตรวจสอบบัญชีแห่งรัฐ, คณะกรรมการปรับสมดุลแห่งรัฐ, คณะกรรมการตรวจสอบผลการเลือกตั้ง, คณะกรรมการที่ดินสาธารณะ, คณะกรรมการควบคุมแห่งรัฐ และคณะกรรมการควบคุมการฟื้นฟูที่ดินลุ่มน้ำของรัฐ
รายนามข้าหลวงที่ดินแห่งรัฐมิชิแกน
ด้านล่างนี้คือเอกสารและบันทึกภาพที่เกี่ยวข้องกับรายนามและประวัติของข้าหลวงที่ดินแห่งรัฐมิชิแกนในยุคต่าง ๆ












คำถามที่พบบ่อย
สำนักงานที่ดินแห่งรัฐมิชิแกนก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและยุบเลิกเมื่อใด?
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1843 และถูกยุบเลิกอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1914
ใครเป็นผู้ลงนามในกฎหมายยุบเลิกสำนักงานที่ดินแห่งรัฐมิชิแกน?
ผู้ว่าการรัฐวูดบริดจ์ เอ็น. เฟอร์ริส (Woodbridge N. Ferris) เป็นผู้ลงนามในร่างกฎหมายยุบเลิกในปี ค.ศ. 1913
หน้าที่หลักของข้าหลวงที่ดินแห่งรัฐคืออะไร?
ดูแลจัดการที่ดินทั้งหมดของรัฐ รวมถึงการขาย การให้เช่า การเก็บรักษาแผนผังการสำรวจ และการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ
หลังจากยุบเลิกสำนักงานที่ดินแห่งรัฐ หน้าที่ถูกโอนไปที่ใด?
หน้าที่ถูกโอนไปยังคณะกรรมการที่ดินสาธารณะ (Public Domain Commission) และต่อมาในปี ค.ศ. 1921 ได้ถูกโอนไปยังกรมอนุรักษ์ (Conservation Department)

