วิทยาลัยมิดเดิลเบอรี สถาบันศิลปศาสตร์ชั้นนำแห่งรัฐเวอร์มอนต์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดดำเนินการในรัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา
- ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1800 โดยกลุ่มคอนกรีแกชันนัลลิสต์
- เป็นสถาบันที่ผลิตบัณฑิตชาวผิวดำคนแรกของสหรัฐอเมริกา คือ อเล็กซานเดอร์ ทไวไลท์
- โดดเด่นด้านการสอนภาษาต่างประเทศผ่านโรงเรียนสอนภาษา (Language Schools) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
วิทยาลัยมิดเดิลเบอรี (Middlebury College) เป็นวิทยาลัยศิลปศาสตร์ (Liberal Arts College) เอกชน ตั้งอยู่ในเมืองมิดเดิลเบอรี รัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1800 โดยกลุ่มคอนกรีแกชันนัลลิสต์ (Congregationalists) และถือเป็นวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดดำเนินการในรัฐเวอร์มอนต์

ข้อมูลทางวิชาการและหลักสูตร
ในภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วงปี 2024 วิทยาลัยมีนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 2,760 คน จาก 50 รัฐในสหรัฐอเมริกาและ 74 ประเทศทั่วโลก โดยเปิดสอนวิชาเอกถึง 45 สาขา ทั้งในด้านศิลปะและมนุษยศาสตร์ รวมถึงโปรแกรมวิศวกรรมร่วม
นอกเหนือจากหลักสูตรปริญญาตรีแล้ว มิดเดิลเบอรียังมีสถาบันการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและโปรแกรมเฉพาะทาง ได้แก่:
- โรงเรียนสอนภาษาของวิทยาลัยมิดเดิลเบอรี (Middlebury College Language Schools): โปรแกรมเรียนภาษาในช่วงฤดูร้อนที่โดดเด่น
- โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเบรดโลฟ (Bread Loaf School of English)
- สถาบันมิดเดิลเบอรีเพื่อการศึกษาระหว่างประเทศที่มอนเทอเรย์ (Middlebury Institute of International Studies at Monterey)
- โปรแกรม C.V. Starr-Middlebury Schools Abroad: โปรแกรมการศึกษานานาชาติในต่างประเทศ
ประวัติความเป็นมา
ศตวรรษที่ 19 การก่อตั้งและยุคบุกเบิก
วิทยาลัยได้รับกฎบัตรก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1800 โดยพัฒนามาจากโรงเรียนไวยากรณ์แอดดิสันเคาน์ตี้ (Addison County Grammar School) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1797 โดยมี เจเรไมอาห์ แอทวอเตอร์ (Jeremiah Atwater) เป็นอธิการบดีคนแรก

มิดเดิลเบอรีมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในด้านความหลากหลายและการเปิดกว้าง โดย อเล็กซานเดอร์ ทไวไลท์ (Alexander Twilight) ซึ่งจบการศึกษาในปี 1823 เป็นชาวผิวดำคนแรกที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา และต่อมาได้เป็นชาวแอฟริกันอเมริกันคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรรัฐเวอร์มอนต์ในปี 1836

ในปี 1883 วิทยาลัยได้ตัดสินใจรับนักศึกษาหญิงเข้าเรียน ทำให้มิดเดิลเบอรีเป็นหนึ่งในวิทยาลัยศิลปศาสตร์แห่งแรกๆ ในนิวอิงแลนด์ที่เปลี่ยนเป็นระบบสหศึกษา (Coeducational)
ศตวรรษที่ 20 การขยายตัวและประเด็นทางสังคม
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 วิทยาลัยมีการขยายตัวทางกายภาพอย่างมาก โดยมีการสร้างอาคารสำคัญ เช่น ห้องสมุดเอ็กเบิร์ต สตาร์ (Egbert Starr Library) ในปี 1900 และอาคารวอร์เนอร์ (Warner Hall) ในปี 1901 ซึ่งเน้นการใช้หินปูนสีเทาจากรัฐเวอร์มอนต์เป็นวัสดุหลัก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 1914 และทศวรรษต่อมา วิทยาลัยเคยมีการสอนหลักสูตรเกี่ยวกับ สุพันธุศาสตร์ (Eugenics) ในสาขาวิชาครุศาสตร์ ชีววิทยา และสังคมวิทยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวทางสังคมในยุคนั้น โดยมีการบรรจุวิชานี้ไว้ในหลักสูตรปฐมนิเทศนักศึกษาปีหนึ่งในปี 1925
ด้านภาษาศาสตร์ วิทยาลัยได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนภาษาเยอรมันในปี 1915 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนสอนภาษาของวิทยาลัยมิดเดิลเบอรีในปัจจุบัน ซึ่งเปิดสอนภาษาต่างๆ เช่น อาหรับ, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ฮีบรู, อิตาลี, ญี่ปุ่น, โปรตุเกส, รัสเซีย และสเปน
กิจกรรมและกีฬา
วิทยาลัยมีทีมกีฬาระดับมหาวิทยาลัย 31 ทีม ในชื่อ มิดเดิลเบอรี แพนเธอร์ส (Middlebury Panthers) โดยแข่งขันในระดับ NCAA Division III ภายใต้การดูแลของ New England Small College Athletic Conference (NESCAC)
คำถามที่พบบ่อย
วิทยาลัยมิดเดิลเบอรีตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ในเมืองมิดเดิลเบอรี รัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา
วิทยาลัยมิดเดิลเบอรีโดดเด่นในด้านใด?
โดดเด่นในด้านการศึกษาศิลปศาสตร์ (Liberal Arts) และโปรแกรมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศที่เข้มข้น
ใครคือบัณฑิตชาวผิวดำคนแรกของสหรัฐอเมริกาที่จบจากที่นี่?
อเล็กซานเดอร์ ทไวไลท์ (Alexander Twilight) ซึ่งสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1823
วิทยาลัยมิดเดิลเบอรีรับนักศึกษาหญิงตั้งแต่เมื่อไหร่?
วิทยาลัยเริ่มรับนักศึกษาหญิงเข้าเรียนในปี ค.ศ. 1883
ทีมกีฬาของวิทยาลัยมีชื่อว่าอะไร?
มิดเดิลเบอรี แพนเธอร์ส (Middlebury Panthers)

