← กลับไปยังบทความทั้งหมด

นายทหาร บทบาทและโครงสร้างอำนาจในกองทัพ

สรุปใจความสำคัญ

  • นายทหารแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ นายทหารสัญญาบัตร, นายทหารประทวน และนายทหารชั้นสัญญาบัตรพิเศษ
  • นายทหารสัญญาบัตรได้รับอำนาจการบังคับบัญชาโดยตรงจากประมุขแห่งรัฐผ่านใบตราตั้ง
  • สัดส่วนนายทหารในกองทัพสมัยใหม่มักอยู่ที่ 13% - 18% ของกำลังพลทั้งหมด
  • กองทัพอากาศและกองทัพเรือมักมีสัดส่วนนายทหารสูงกว่ากองทัพบกเนื่องจากความจำเป็นด้านเทคนิคและการบังคับบัญชาหน่วยย่อย

นายทหาร คือ บุคคลที่ดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจในการบังคับบัญชาในฐานะสมาชิกของกองทัพหรือหน่วยงานที่มีเครื่องแบบ โดยทั่วไปคำว่า "นายทหาร" สามารถครอบคลุมถึงบุคคลสามกลุ่มหลัก ได้แก่ นายทหารสัญญาบัตร (Commissioned Officer), นายทหารประทวน (Non-commissioned Officer หรือ NCO) และนายทหารชั้นสัญญาบัตรพิเศษ (Warrant Officer) อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการระบุประเภทอย่างชัดเจน คำนี้มักจะถูกใช้เพื่อสื่อถึงนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งเป็นสมาชิกอาวุโสที่ได้รับอำนาจการบังคับบัญชาผ่าน "ใบตราตั้ง" (Commission) จากประมุขแห่งรัฐ

เครื่องแบบและเครื่องหมายยศของนายทหาร
ตัวอย่างเครื่องแบบและเครื่องหมายที่ระบุตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ของนายทหารในกองทัพ

สัดส่วนของนายทหารในกองทัพสมัยใหม่

สัดส่วนของนายทหารเมื่อเทียบกับกำลังพลทั้งหมดในกองทัพมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ โดยในกองทัพสมัยใหม่ นายทหารสัญญาบัตรมักมีสัดส่วนอยู่ระหว่าง 1 ใน 8 ถึง 1 ใน 5 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมด ตัวอย่างข้อมูลทางสถิติในช่วงปี 2012-2013 พบว่า:

  • สหราชอาณาจักร: นายทหารคิดเป็น 17% ของกำลังพลทั้งหมดในกองทัพ
  • ฝรั่งเศส: นายทหารคิดเป็น 13.7% ของกำลังพลทั้งหมด
  • สหรัฐอเมริกา: นายทหารคิดเป็นประมาณ 16.4% ของกำลังพลทั้งหมด
  • เยอรมนี: นายทหารคิดเป็นประมาณ 18% ของกำลังพลทั้งหมด

การเปรียบเทียบเชิงประวัติศาสตร์

ในอดีต กองทัพมักมีสัดส่วนของนายทหารต่ำกว่าปัจจุบันอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นายทหารของกองทัพอังกฤษมีสัดส่วนน้อยกว่า 5% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอัตราการสูญเสียที่สูงมากของนายทหารชั้นผู้น้อยในระหว่างการรบ นอกจากนี้ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 กองทัพสเปนเคยมีสัดส่วนนายทหารสูงถึง 12.5% ซึ่งในขณะนั้นถูกมองว่าสูงเกินความจำเป็นโดยผู้สังเกตการณ์ทั้งในและต่างประเทศ

ความแตกต่างตามเหล่าทัพ

สัดส่วนของนายทหารจะแตกต่างกันไปตามลักษณะการปฏิบัติงานของแต่ละเหล่าทัพ:

  • กองทัพบก: มักมีสัดส่วนนายทหารต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกำลังพลทั้งหมด เนื่องจากมีจำนวนพลทหารและนายทหารประทวนในปริมาณมาก แต่จะมีจำนวนนายทหารในเชิงปริมาณรวมสูงที่สุด
  • กองทัพอากาศและกองทัพเรือ: มักมีสัดส่วนนายทหารสูงกว่ากองทัพบก เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง เช่น นักบินในกองทัพอากาศ หรือผู้บังคับการเรือและเรือดำน้ำในกองทัพเรือ ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้ต้องดำรงยศเป็นนายทหารสัญญาบัตร

ตัวอย่างเช่น ในปี 2013 กำลังพลของกองทัพบกอังกฤษมีนายทหารคิดเป็น 13.9% ในขณะที่กองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) มีสัดส่วนนายทหารสูงถึง 22.2%

คำถามที่พบบ่อย

นายทหารสัญญาบัตรแตกต่างจากนายทหารประทวนอย่างไร?

นายทหารสัญญาบัตร (Commissioned Officer) คือผู้ที่ได้รับใบตราตั้งจากประมุขแห่งรัฐเพื่อให้อำนาจในการบังคับบัญชา ในขณะที่นายทหารประทวน (Non-commissioned Officer) คือทหารที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดหรือผู้ควบคุมดูแลพลทหาร โดยมักเลื่อนยศขึ้นมาจากระดับพลทหาร

ทำไมกองทัพอากาศจึงมีสัดส่วนนายทหารสูงกว่ากองทัพบก?

เนื่องจากภารกิจหลักของกองทัพอากาศ เช่น การขับเครื่องบินรบ ซึ่งต้องใช้การฝึกอบรมขั้นสูงและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยตำแหน่งนักบินส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้เป็นนายทหารสัญญาบัตร ทำให้สัดส่วนของนายทหารต่อกำลังพลรวมสูงขึ้น

ในอดีตสัดส่วนนายทหารในกองทัพมีลักษณะอย่างไร?

ในอดีตสัดส่วนนายทหารมักต่ำกว่าปัจจุบันมาก เช่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นายทหารอังกฤษมีสัดส่วนน้อยกว่า 5% ของกำลังพลทั้งหมด เนื่องจากอัตราการเสียชีวิตในสมรภูมิที่สูงมากของนายทหารชั้นผู้น้อย

นายทหารชั้นสัญญาบัตรพิเศษ (Warrant Officer) คืออะไร?

คือกลุ่มนายทหารที่มีความเชี่ยวชาญทางเทคนิคขั้นสูง ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างนายทหารประทวนและนายทหารสัญญาบัตร โดยได้รับอำนาจหน้าที่ตามวุฒิบัตรหรือคำสั่งแต่งตั้งพิเศษ