กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหน่วยงานบริหารของคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลางของจีน
- มีหน้าที่กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ
- มีการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ในปี 2561 และ 2566 เพื่อเปลี่ยนบทบาทจากการจัดการโครงการเป็นการกำกับดูแลเชิงนโยบาย
- ดำเนินความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์กับองค์กรระดับโลก เช่น UN, TWAS และสหภาพยุโรป
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Ministry of Science and Technology - MOST) เป็นหน่วยงานบริหารระดับสูงของคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาง ทำหน้าที่ประสานงานและกำกับดูแลกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งหมดภายในประเทศ โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่เขตซีเฉิง กรุงปักกิ่ง

บทบาทหลักของกระทรวงคือการกำหนดแนวทางและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน รวมถึงการส่งเสริมการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยเฉพาะทางเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศ
ประวัติความเป็นมา
รากฐานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเริ่มต้นจากคณะกรรมการเทคนิคแห่งชาติ (National Technical Committee) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2499 ต่อมาในปี พ.ศ. 2501 ได้มีการควบรวมกับคณะกรรมการวางแผนทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Planning Commission) กลายเป็นคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งรัฐ (State Science and Technology Commission)
แม้ว่าคณะกรรมการดังกล่าวจะถูกยกเลิกไปในปี พ.ศ. 2513 แต่ก็ได้ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2521 และต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติครั้งที่ 9 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ
การปฏิรูปโครงสร้างในปี พ.ศ. 2561 และ พ.ศ. 2566
ในปี พ.ศ. 2561 กระทรวงได้ผ่านการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน โดยมีการควบรวมมูลนิธิวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติจีน (National Natural Science Foundation of China - NSFC) ซึ่งเป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยกึ่งอิสระ และสำนักงานบริหารกิจการผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศแห่งรัฐ (State Administration of Foreign Experts Affairs - SAFEA) เข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง
ในปี พ.ศ. 2566 กระทรวงได้เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปอีกครั้งตามแผนการปฏิรูปสถาบันของพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐ โดยมีการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ดังนี้:
- การเปลี่ยนบทบาท: กระทรวงจะลดบทบาทในการประเมินและจัดการโครงการวิจัยเฉพาะราย และเปลี่ยนไปเน้นบทบาทในการกำกับดูแล ให้คำแนะนำ และติดตามผลการดำเนินงานของโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แทน
- การโอนย้ายหน่วยงาน: มีการโอนย้ายหน่วยงานภายใต้สังกัดไปยังกระทรวงอื่น ๆ เช่น โอน SAFEA ไปยังกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคม, โอนศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีชนบทแห่งจีนไปยังกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท และโอนศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพแห่งจีนไปยังคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
ความร่วมมือระหว่างประเทศ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนมีบทบาทสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์กับองค์กรระดับโลกและรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรม
ความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ (UN)
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 กระทรวงได้บรรลุข้อตกลงกับแผนกกิจการเศรษฐกิจและสังคมขององค์การสหประชาชาติ (UN DESA) เพื่อเสริมสร้างการแบ่งปันความรู้ การสร้างขีดความสามารถ และความร่วมมือในการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการส่งเสริมให้ประเทศกำลังพัฒนาดำเนินงานวิจัยร่วมกันในด้านเทคโนโลยีสีเขียว
ความร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์โลก (TWAS)
จีนมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับสถาบันวิทยาศาสตร์โลก (The World Academy of Sciences - TWAS) มานานกว่า 35 ปี โดยมุ่งเน้นการผลักดันการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ในกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South) และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ
ความร่วมมือกับสหภาพยุโรป (EU)
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 กระทรวงได้จัดตั้งโครงการความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์กับคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เพื่อดำเนินโครงการวิจัยร่วมในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายสนใจ เช่น อาหาร, เกษตรกรรม, เทคโนโลยีชีวภาพ, เทคโนโลยีสารสนเทศ, การบินและอวกาศ, พลังงาน และสุขภาพ
ความร่วมมือกับรัฐบาลออสเตรเลียและแคนาดา
จีนได้จัดตั้งกองทุนวิจัยวิทยาศาสตร์และวิจัยระหว่างออสเตรเลียและจีน (Australia-China Science and Research Fund - ACSRF) เพื่อสนับสนุนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในด้านอาหาร เกษตรกรรม เทคโนโลยีสุขภาพ และพลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือในระดับรัฐ เช่น บันทึกความเข้าใจกับรัฐควีนส์แลนด์ และความร่วมมือกับสภาวิจัยแห่งชาติแคนาดา (National Research Council Canada) ในด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คำถามที่พบบ่อย
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนมีหน้าที่อะไร?
มีหน้าที่กำหนดแนวทางและนโยบายการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ส่งเสริมการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยเฉพาะทาง และกำกับดูแลการดำเนินงานของโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
การปฏิรูปในปี 2566 ส่งผลต่อบทบาทของกระทรวงอย่างไร?
กระทรวงได้เปลี่ยนบทบาทจากการประเมินและจัดการโครงการวิจัยรายโครงการ มาเป็นหน่วยงานที่เน้นการกำกับดูแล ให้คำแนะนำ และประเมินผลลัพธ์ในภาพรวมแทน
กระทรวงมีความร่วมมือกับต่างประเทศอย่างไรบ้าง?
มีการทำข้อตกลงความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ (UN) ในด้านเทคโนโลยีสีเขียว, ร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์โลก (TWAS) เพื่อพัฒนาซีกโลกใต้ และมีโครงการวิจัยร่วมกับสหภาพยุโรป (EU) ในหลายสาขา เช่น พลังงานและเทคโนโลยีชีวภาพ