Morris Kline นักคณิตศาสตร์และนักประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์
สรุปใจความสำคัญ
- Morris Kline เป็นศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) และเป็นผู้เขียนหนังสือจำนวนมากเกี่ยวกับการสอนและประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์
- เขาเป็นผู้วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อขบวนการ 'New Math' โดยเชื่อว่าการสอนแบบนามธรรมเกินใจความสำคัญของคณิตศาสตร์
- ผลงานเขียนชิ้นสำคัญคือหนังสือ 'Mathematical Thought from Ancient to Modern Times' ซึ่งรวบรวมประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์ตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงยุคสมัยใหม่
Morris Kline (1 พฤษภาคม 1908 – 10 มิถุนายน 1992) เป็นศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ผู้มีชื่อเสียง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นนักคณิตศาสตร์ แต่ยังเป็นผู้เขียนหนังสือและนักวิชาการที่เขียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ปรัชญา และการสอนคณิตศาสตร์อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ทำให้คณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับบุคคลทั่วไป
ประวัติวัยเด็กและการศึกษา
Kline เกิดในครอบครัวชาวยิวในบรูคลิน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1908 และอาศัยอยู่ในจาไมกา ควีนส์ หลังจากจบการศึกษาจาก Boys High School ในบรูคลิน เขาได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University - NYU) โดยได้รับปริญญาตรีในปี 1930 ปริญญาโทในปี 1932 และปริญญาเอก (Ph.D.) ในปี 1936
หลังจากนั้น เขาได้ใช้เวลาสองปี (1936-1938) ที่สถาบันเพื่อการศึกษาระดับสูง (Institute for Advanced Study) ในพรินซ์ตัน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเขาเล่าว่าเขาได้เรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างลึกซึ้งในระยะเวลานั้น
เส้นทางอาชีพและผลงาน
หลังจากช่วงเวลาที่สถาบันเพื่อการศึกษาระดับสูง Kline ได้ทำงานเป็นผู้สอนที่ NYU จนถึงปี 1942 แม้ว่าเขาจะได้รับการฝึกฝนด้านทอพอโลยี (Topology) และทำงานเป็นผู้ช่วยของ James Alexander แต่เขาได้เปลี่ยนความสนใจไปยังสมการเชิงอนุพันธ์ (Differential Equations) และคณิตศาสตร์ประยุกต์ หลังจากได้รับคำแนะนำจาก Richard Courant ว่าการสนับสนุนให้เกิดความเข้าใจโลกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่นักคณิตศาสตร์สามารถมอบให้สังคมได้
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง Kline ได้รับการบรรจุเข้าในหน่วย Signal Corps ของกองทัพบกสหรัฐฯ โดยประจำการอยู่ที่เมืองเบลมาร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในฐานะนักฟิสิกส์ เขาได้ทำงานในห้องปฏิบัติการวิศวกรรมที่ซึ่งมีการพัฒนาเรดาร์ (Radar) และหลังสงคราม เขาได้ศึกษาเรื่องแม่เหล็กไฟฟ้าต่อ และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยแม่เหล็กไฟฟ้าที่สถาบัน Courant Institute of Mathematical Sciences ตั้งแต่ปี 1946 ถึง 1966
หลังสงคราม Kline กลับมาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และกลายเป็นศาสตราจารย์เต็มตัวในปี 1952 โดยเขาสอนที่นี่จนถึงปี 1975 และได้เขียนบทความและหนังสือมากกว่าหนึ่งโหลเล่มเกี่ยวกับคณิตศาสตร์และการสอนคณิตศาสตร์ รวมถึงตำราแคลคูลัสในปี 1967
การวิพากษ์วิจารณ์การสอนคณิตศาสตร์
Kline ให้ความสำคัญกับการสอนคณิตศาสตร์โดยเน้นที่การประยุกต์ใช้และประโยชน์ของวิชานี้ มากกว่าที่จะคาดหวังให้ผู้เรียนสนุกกับมันเพียงเพราะตัววิชาเอง เขาเชื่อว่าในระดับเริ่มต้น ผู้เรียนควรเน้นที่สัญชาตญาณ (Intuition) มากกว่าความเข้มงวดทางวิชาการ (Rigor)
เขาเป็นผู้วิจารณ์หลักของขบวนการ "New Math" ซึ่งเป็นการปฏิรูปการสอนคณิตศาสตร์ในยุคหนึ่ง โดยในปี 1973 เขาได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ Why Johnny Can't Add: the Failure of the New Math ซึ่งวิจารณ์ว่าการสอนแบบนามธรรมเกินไปทำให้ผู้เรียนไม่สามารถคำนวณพื้นฐานได้ และมองว่าการสร้างนามธรรมเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่ขั้นตอนแรก
งานเขียนด้านประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์
ในปี 1972 Kline ได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มสำคัญคือ Mathematical Thought from Ancient to Modern Times ซึ่งครอบคลุมพัฒนาการของคณิตศาสตร์ตั้งแต่ยุคบาบิโลน อียิปต์ และกรีก จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 โดยใช้แหล่งข้อมูลปฐมภูมิอย่างกว้างขวาง หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องว่าสามารถสร้างสมดุลระหว่างความลึกซึ้งและการเข้าถึงได้สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี
คำถามที่พบบ่อย
Morris Kline มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการสอนคณิตศาสตร์?
เขาเชื่อว่าการสอนควรเน้นที่การประยุกต์ใช้และสัญชาตญาณในระดับเริ่มต้น มากกว่าการเน้นความเข้มงวดทางวิชาการหรือความนามธรรม
หนังสือ 'Why Johnny Can't Add' เกี่ยวกับอะไร?
เป็นหนังสือที่วิจารณ์ความล้มเหลวของการปฏิรูปการสอนคณิตศาสตร์แบบ 'New Math' ซึ่งเน้นความนามธรรมมากเกินไปจนทำให้เด็กนักเรียนไม่สามารถทำโจทย์พื้นฐานได้
Morris Kline เคยทำงานด้านใดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง?
เขาทำงานในหน่วย Signal Corps ของกองทัพบกสหรัฐฯ ในฐานะนักฟิสิกส์ โดยช่วยพัฒนาเทคโนโลยีเรดาร์ในห้องปฏิบัติการวิศวกรรม
