← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบสภามัลติแคเมอรัลลิซึม โครงสร้างนิติบัญญัติแบบหลายสภา

สรุปใจความสำคัญ

  • มัลติแคเมอรัลลิซึมคือระบบนิติบัญญัติที่มีสภาหารือมากกว่าสองสภาขึ้นไป
  • ในอดีต ยุโรปใช้ระบบสภาฐานันดร (Estates of the Realm) ซึ่งมักแบ่งตามชนชั้นทางสังคม เช่น นักบวช ขุนนาง และสามัญชน
  • อิหร่านถูกวิเคราะห์ว่ามีระบบนิติบัญญัติแบบสี่สภาในทางปฏิบัติ (de facto) แม้ตามกฎหมายจะเป็นสภาเดี่ยว
  • อดีตยูโกสลาเวียเคยมีระบบนิติบัญญัติที่มีจำนวนสภาสูงที่สุดในโลก (สูงสุดถึง 6 องค์ประกอบ)

มัลติแคเมอรัลลิซึม (Multicameralism) คือ รูปแบบของระบบนิติบัญญัติที่แบ่งโครงสร้างการพิจารณากฎหมายออกเป็นสภาที่ทำหน้าที่หารือ (Deliberative Assemblies) มากกว่าสองสภาขึ้นไป ซึ่งโดยทั่วไปจะเรียกแต่ละส่วนว่า "สภา" (Chambers หรือ Houses) ระบบนี้ครอบคลุมถึง ไตรแคเมอรัลลิซึม (Tricameralism) หรือระบบสามสภา และระบบที่มีจำนวนสภามากกว่านั้น ซึ่งแตกต่างจากระบบสภาเดี่ยว (Unicameralism) และระบบสภาคู่ (Bicameralism) ที่เป็นที่นิยมมากกว่าในปัจจุบัน

แผนผังแสดงความสัมพันธ์ของระบบนิติบัญญัติแบบต่างๆ
แผนผังเปรียบเทียบโครงสร้างระบบสภาเดี่ยว สภาคู่ และหลายสภา

ความแพร่หลายของระบบนิติบัญญัติ

ในปัจจุบัน รัฐอธิปไตยประมาณครึ่งหนึ่งทั่วโลกใช้ระบบสภาเดี่ยว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศประชาธิปไตยเกิดใหม่หรือประเทศที่เพิ่งมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มจะเลือกใช้ระบบสภาเดี่ยวมากกว่า ในขณะที่การเปลี่ยนจากระบบสภาเดี่ยวกลับไปเป็นระบบหลายสภานั้นเกิดขึ้นได้ยาก อย่างไรก็ตาม หลายประเทศยังคงใช้ระบบสภาคู่ ซึ่งผู้สนับสนุนเชื่อว่าช่วยให้เกิดมุมมองที่หลากหลายและเป็นการแบ่งแยกอำนาจภายในรัฐบาลเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งกันและกัน

ประวัติศาสตร์ของระบบหลายสภา

ในยุโรปสมัยกลาง หลายสังคมมีสภาที่มีลักษณะกึ่งนิติบัญญัติในรูปแบบของ สภาฐานันดร (Estates of the Realm) เช่นในฝรั่งเศส ซึ่งโดยปกติจะแบ่งออกเป็นสามสภาตามการแบ่งชนชั้นทางสังคม ได้แก่ นักบวช ขุนนาง และสามัญชน อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้ไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ในสแกนดิเนเวียสมัยกลางมีสภาฐานันดรถึงสี่ส่วน ประกอบด้วย ขุนนาง นักบวช พ่อค้า และเกษตรกร

สภาฐานันดรของสวีเดนและฟินแลนด์ (Riksdag of the Estates) เป็นระบบที่คงอยู่ยาวนานที่สุด โดยมีสภาแยกกันสี่สภา สวีเดนยกเลิกระบบสี่สภานี้ในปี ค.ศ. 1866 และเปลี่ยนเป็นระบบสภาคู่เป็นเวลากว่าศตวรรษ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นระบบสภาเดี่ยวในปี ค.ศ. 1974

สำหรับฟินแลนด์ หลังจากถูกรัสเซียยึดครองจากสวีเดน ได้มีการจัดตั้งสภาฐานันดรที่มีโครงสร้างสี่สภาเช่นเดียวกัน ซึ่งทำหน้าที่นิติบัญญัติจนถึงปี ค.ศ. 1906 ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรัฐสภาแบบสภาเดี่ยวในเวลาต่อมา ในขณะที่อังกฤษมีพัฒนาการที่ต่างออกไป โดยการรวมฐานันดรขุนนางเข้าด้วยกันเป็นสภาขุนนาง (House of Lords) และมีสภาสามัญ (House of Commons) เป็นสภาล่าง ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของระบบสภาคู่สมัยใหม่

ภาพประกอบเกี่ยวกับโครงสร้างรัฐสภา
ตัวอย่างโครงสร้างการบริหารงานในระบบรัฐสภา

ระบบมัลติแคเมอรัลลิซึมในยุคสมัยใหม่

นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ระบบสามสภาหรือหลายสภากลายเป็นเรื่องที่พบได้ยากในทางรัฐธรรมนูญ โดยส่วนใหญ่จะใช้เพียงสภาเดี่ยวหรือสภาคู่ อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีที่น่าสนใจในยุคปัจจุบัน ดังนี้

กรณีของประเทศอิหร่าน

แม้ว่าตามกฎหมาย (de jure) อิหร่านจะมีสภาที่ปรึกษาอิสลาม (Islamic Consultative Assembly) เป็นสภาเดี่ยว แต่ในทางปฏิบัติ (de facto) นักรัฐศาสตร์หลายคนวิเคราะห์ว่าอิหร่านมีระบบนิติบัญญัติแบบสี่สภา (Quadcameral) ประกอบด้วย:

  • สภาที่ปรึกษาอิสลาม: ทำหน้าที่เป็นสภาล่างในทางปฏิบัติ
  • สภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council): ทำหน้าที่เป็นสภาสูงที่มีอำนาจยับยั้ง (Veto) โดยสมบูรณ์ เพื่อตรวจสอบว่ากฎหมายสอดคล้องกับกฎหมายชะรีอะฮ์และรัฐธรรมนูญหรือไม่
  • สภาวินิจฉัยเพื่อความเหมาะสม (Expediency Discernment Council): ทำหน้าที่เป็นสภาที่สามเพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างสภาที่ปรึกษาอิสลามและสภาผู้พิทักษ์ โดยมีอำนาจตัดสินชี้ขาดและออกกฎหมายชั่วคราว
  • สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts): มีหน้าที่คัดเลือก ตรวจสอบ และมีอำนาจปลดผู้นำสูงสุด (Supreme Leader)

กรณีของอดีตยูโกสลาเวีย

รัฐสภาสหพันธ์ของยูโกสลาเวียเริ่มต้นด้วยระบบสภาคู่ แต่หลังจากรัฐธรรมนูญปี ค.ศ. 1963 ได้ปรับโครงสร้างเป็นสี่สภาเพื่อเป็นตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ ในสังคม และมีสภาเพิ่มเติมที่ตัวแทนประชากรทั่วไป รวมเป็นห้าสภา และต่อมามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มองค์ประกอบที่หก ซึ่งทำให้ยูโกสลาเวียเป็นรัฐสภาเดียวในโลกที่มีจำนวนสภามากที่สุด ก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็นระบบสภาคู่ในปี ค.ศ. 1974

กรณีของแอฟริกาใต้ในยุคอะพาร์ไทด์

หนึ่งในตัวอย่างระบบหลายสภาที่โดดเด่นที่สุดคือ รัฐสภาสามสภา (Tricameral Parliament) ของแอฟริกาใต้ในช่วงปลายยุคอะพาร์ไทด์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อพยายามรักษาอำนาจของคนผิวขาวโดยการให้สิทธิการเป็นตัวแทนอย่างจำกัดแก่ประชากรกลุ่มผิวสี (Cape Coloured) และชาวอินเดีย อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ไม่ได้รับความนิยมและไม่สามารถยับยั้งกระแสการเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งสากลได้ จนกระทั่งมีการยกเลิกระบบอะพาร์ไทด์ในที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

มัลติแคเมอรัลลิซึมแตกต่างจากระบบสภาคู่อย่างไร?

ระบบสภาคู่ (Bicameralism) จะมีเพียงสองสภา (มักเป็นสภาสูงและสภาล่าง) แต่ระบบมัลติแคเมอรัลลิซึม (Multicameralism) จะมีสภาตั้งแต่สามสภาขึ้นไป

ทำไมปัจจุบันระบบหลายสภาจึงพบได้น้อย?

เนื่องจากความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และแนวโน้มของประเทศประชาธิปไตยสมัยใหม่ที่หันไปใช้ระบบสภาเดี่ยวเพื่อความรวดเร็ว หรือระบบสภาคู่เพื่อการถ่วงดุลอำนาจที่ชัดเจนกว่า

ระบบสภาฐานันดรในอดีตถือเป็นมัลติแคเมอรัลลิซึมหรือไม่?

ใช่ เพราะมีการแบ่งสภาตามฐานันดรหรือชนชั้นทางสังคม เช่น ระบบสี่สภาในสวีเดนและฟินแลนด์สมัยก่อน