พิพิธภัณฑ์แห่งไอดาโฮ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในเมืองไอดาโฮฟอลส์ รัฐไอดาโฮ
- ก่อตั้งจากอาคารห้องสมุดคาร์เนกีเดิมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ
- เป็นที่เก็บรักษา Wasden Collection ซึ่งเป็นคอลเลกชันฟอสซิลและวัตถุโบราณทางโบราณคดีที่สำคัญ
- นำเสนอนิทรรศการถาวร 'Way Out West' และนิทรรศการหมุนเวียนระดับโลก
พิพิธภัณฑ์แห่งไอดาโฮ (Museum of Idaho หรือ MOI) เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไอดาโฮฟอลส์ รัฐไอดาโฮ สหรัฐอเมริกา โดยมุ่งเน้นการนำเสนอเรื่องราวทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของรัฐไอดาโฮและภูมิภาคอินเทอร์เมาเทนเวสต์ (Intermountain West) ควบคู่ไปกับการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนระดับโลกภายใต้สโลแกน ‘‘bringing the world to Idaho, and Idaho to the world’’
โครงสร้างและการดำเนินงาน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดำเนินงานในรูปแบบองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยมีบุคลากรประจำประมาณ 12 คน และอาสาสมัครกว่า 90 คน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหาร 16 ท่าน ในแต่ละปีมีผู้เข้าชมประมาณ 90,000 คน นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก หนังสือ และของเล่นเพื่อการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์
ประวัติความเป็นมา
รากฐานของพิพิธภัณฑ์เริ่มต้นจาก Village Improvement Society ซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มสตรีในเมืองไอดาโฮฟอลส์เมื่อปี ค.ศ. 1898 เพื่อสร้างสรรค์วัฒนธรรมและความสวยงามให้กับเมืองชายแดนที่กำลังเติบโต ต่อมาในปี ค.ศ. 1913 ทางสมาคมได้รับทุนสนับสนุน 15,000 ดอลลาร์จากมูลนิธิคาร์เนกี (Carnegie Foundation) เพื่อสร้างห้องสมุดสาธารณะ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จระหว่างปี ค.ศ. 1914 ถึง 1916 และใช้งานจนถึงปี ค.ศ. 1977
ในปี ค.ศ. 1975 สมาคมประวัติศาสตร์โบนาวิลล์เคาน์ตี้ (Bonneville County Historical Society - BCHS) ได้ก่อตั้งขึ้นและเริ่มจัดแสดงโบราณวัตถุในห้องใต้ดินของศาลเคาน์ตี้โบนาวิลล์ในปี ค.ศ. 1979 ต่อมา BCHS ได้ผลักดันให้มีการอนุรักษ์อาคารห้องสมุดคาร์เนกีที่ว่างลงเพื่อไม่ให้ถูกรื้อถอน และระดมทุนเพื่อเปลี่ยนอาคารดังกล่าวให้เป็น พิพิธภัณฑ์โบนาวิลล์ (Bonneville Museum) ซึ่งเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1985 โดยตัวอาคารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ (National Register of Historic Places) ในปี ค.ศ. 1984 ในชื่อห้องสมุดสาธารณะไอดาโฮฟอลส์

การขยายตัวครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2000 เมื่อ Greg Carr นักการกุศลในท้องถิ่นได้บริจาคอาคารอดีตวิหารเมสัน (Masonic Temple) เพื่อให้ BCHS ขยายพื้นที่และปรับเปลี่ยนพันธกิจให้ครอบคลุมการจัดนิทรรศการหมุนเวียนระดับนานาชาติ โดยมีการสร้างอาคารเอเทรียมสองชั้นเชื่อมระหว่างอาคารคาร์เนกีและอาคารเมสัน และเปิดตัวในชื่อ พิพิธภัณฑ์แห่งไอดาโฮ ในปี ค.ศ. 2003
พิพิธภัณฑ์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ค.ศ. 2019 ได้เปิดโถงนิทรรศการหมุนเวียน ศูนย์การศึกษา และล็อบบี้แห่งใหม่ และในปี ค.ศ. 2021 ได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารคาร์เนกีและส่วนเอเทรียมครั้งใหญ่เพื่อขยายการจัดแสดงเกี่ยวกับรัฐไอดาโฮ
นิทรรศการและของสะสม
คอลเลกชันของรัฐไอดาโฮ
พิพิธภัณฑ์ครอบครองคอลเลกชันถาวรที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของไอดาโฮในหลากหลายสาขา เช่น โบราณคดี บรรพชีวินวิทยา และธรณีวิทยา รวมถึงเรื่องราวของชนพื้นเมืองและผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรก
จุดเด่นที่สำคัญคือ Wasden Collection ซึ่งเป็นคอลเลกชันทางโบราณคดีที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ประกอบด้วยวัตถุและฟอสซิลหลายพันชิ้น รวมถึงซากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ (megafauna) เช่น แมมมอธ ที่ขุดพบในพื้นที่ทะเลทรายทางตะวันตกของเมืองไอดาโฮฟอลส์ นอกจากนี้ยังมีวัตถุจัดแสดงที่น่าสนใจ เช่น หุ่นจำลองแมมมอธโคลัมเบียขนาดเท่าตัวจริง ธงชาติสหรัฐอเมริกาในยุคสงครามปฏิวัติ และหลักฐานการวิจัยยุคแรกเริ่มเกี่ยวกับพลังงานปรมาณูจากสถานีทดสอบเครื่องปฏิกรณ์แห่งชาติ (National Reactor Testing Station)

นิทรรศการถาวรหลักที่ชื่อว่า ‘Way Out West’ แบ่งออกเป็น 7 แกลเลอรี ได้แก่:
- Idaho Origins: ประวัติศาสตร์ยุคแรกและฟอสซิลของไอดาโฮ
- Out of the Rocks: ธรณีวิทยาของภูมิภาค
- Into Nature: พืชพรรณและสัตว์ป่า
- People & Places: เรื่องราวของเผ่าโชโชนี-แบนน็อค (Shoshone-Bannock), นักล่าสัตว์, พ่อค้า, การทำเหมือง, การตั้งถิ่นฐาน และเกษตรกรรม
- Regional Roots: รวมถึงส่วน ‘Eagle Rock, USA’ ซึ่งจำลองถนนในเมืองชายแดนศตวรรษที่ 19 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นไอดาโฮฟอลส์
- A Complex State: ประเด็นเรื่องการก่อตั้งรัฐไอดาโฮและการเลือกปฏิบัติ
- Idaho Impact: เทคโนโลยีและภาพลักษณ์ของรัฐไอดาโฮในสายตาโลก
นอกจากนี้ยังมี Marie Putnam Discovery Room ซึ่งเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กที่เน้นเรื่องผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรกและประวัติศาสตร์ธรรมชาติ
งานวิจัยและจดหมายเหตุ
พิพิธภัณฑ์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเก็บรวบรวมวัตถุ เอกสาร ภาพถ่าย และการบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่า (oral history) โดยเปิดให้สาธารณชนและนักวิจัยเข้าใช้บริการจดหมายเหตุได้ตามการนัดหมาย และเปิดรับข้อเสนอจากนักโบราณคดีเพื่อทำวิจัยใน Wasden Collection
นิทรรศการพิเศษ
นอกเหนือจากนิทรรศการถาวร พิพิธภัณฑ์แห่งไอดาโฮยังจัดนิทรรศการพิเศษปีละ 1-3 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนิทรรศการหมุนเวียนระดับชาติและนานาชาติ ตัวอย่างนิทรรศการที่เคยจัดแสดงในอดีต ได้แก่:
- A T-Rex Named Sue (2003): การจัดแสดงฟอสซิลไดโนเสาร์ทีเร็กซ์
- Titanic: The Artifact Exhibition (2009): นิทรรศการวัตถุโบราณจากเรือไททานิก
- Bodies: The Exhibition (2011): นิทรรศการร่างกายมนุษย์
- King Tut: Treasures of the Tomb (2012): สมบัติของฟาโรห์ตุตันคาเมน
คำถามที่พบบ่อย
พิพิธภัณฑ์แห่งไอดาโฮตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไอดาโฮฟอลส์ รัฐไอดาโฮ สหรัฐอเมริกา
Wasden Collection คืออะไร?
เป็นคอลเลกชันทางโบราณคดีที่สำคัญซึ่งประกอบด้วยฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ เช่น แมมมอธ และวัตถุโบราณหลายพันชิ้นที่ขุดพบในพื้นที่ทางตะวันตกของไอดาโฮฟอลส์
นิทรรศการถาวรหลักของพิพิธภัณฑ์มีชื่อว่าอะไร?
นิทรรศการถาวรหลักมีชื่อว่า 'Way Out West' ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 แกลเลอรี ครอบคลุมตั้งแต่ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ธรณีวิทยา ไปจนถึงประวัติศาสตร์สังคมของรัฐไอดาโฮ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นองค์กรประเภทใด?
เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (Private Nonprofit Organization)


