← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ดาวเทียม N-STAR c

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นดาวเทียมดวงแรกที่ใช้แพลตฟอร์มบัส GEOStar-2 ของ Orbital Sciences Corporation
  • ให้บริการสื่อสารผ่านระบบ WIDESTAR ในญี่ปุ่น โดยใช้ย่านความถี่ S-band สำหรับผู้ใช้และ C-band สำหรับโครงข่าย
  • ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปี พ.ศ. 2545 ด้วยจรวด Ariane 5G และประจำการที่ตำแหน่ง 136 องศาตะวันออก
  • ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ SKY Perfect JSAT หลังจากโอนย้ายจาก NTT DoCoMo

N-STAR c เป็นดาวเทียมสื่อสารในวงโคจรค้างฟ้า (Geostationary Orbit) ที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการสื่อสารเคลื่อนที่และรับส่งข้อมูลในประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มต้นจากการสั่งซื้อโดยบริษัท NTT DoCoMo และต่อมาได้ถูกโอนย้ายกรรมสิทธิ์ทั้งหมดให้แก่กลุ่มบริษัท SKY Perfect JSAT

การออกแบบและคุณลักษณะทางเทคนิค

ดาวเทียม N-STAR c ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มบัสดาวเทียม GEOStar-2 (ซึ่งในขณะนั้นเรียกว่า STAR-2) ของบริษัท Orbital Sciences Corporation โดยเป็นดาวเทียมดวงแรกที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ โดยมี Lockheed Martin ทำหน้าที่เป็นผู้รับเหมาหลัก (Prime Contractor) รับผิดชอบในการพัฒนาชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ (Payload) รวมถึงการรวมระบบและการทดสอบขั้นสุดท้าย

ข้อมูลจำเพาะของตัวดาวเทียม

  • น้ำหนักขณะส่งขึ้นสู่อวกาศ: ประมาณ 1,645 กิโลกรัม
  • อายุการใช้งานที่ออกแบบไว้: 15 ปี
  • ขนาดขณะพับเก็บเพื่อส่งขึ้นสู่อวกาศ: 3.3 x 1.9 x 1.5 เมตร
  • ระบบพลังงาน: ใช้เซลล์แสงอาทิตย์ชนิด Multi-junction GaAs ซึ่งผลิตพลังงานได้ 2.6 กิโลวัตต์ในช่วงเริ่มต้นการทำงาน และมีแผงโซลาร์เซลล์กางออกกว้าง 12.6 เมตร โดยจัดสรรพลังงานให้กับชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ 1.4 กิโลวัตต์
  • ระบบขับเคลื่อน: ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบเชื้อเพลิงสองส่วน (Bipropellant propulsion system) สำหรับการปรับวงโคจรให้เป็นวงกลม การรักษาตำแหน่ง และการควบคุมทิศทาง

ชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ (Payload)

ชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณถูกพัฒนาโดย Lockheed Martin ประกอบด้วยสายอากาศแบบกางออกได้ขนาด 5.1 เมตร และเครื่องรับส่งสัญญาณ (Transponders) ดังนี้:

  • S-band: จำนวน 20 เครื่อง ทำหน้าที่ให้บริการสื่อสารเคลื่อนที่สำหรับผู้ใช้งานปลายทาง โดยทำงานในช่วงความถี่ 2.5 GHz ถึง 2.6 GHz ใช้เครื่องขยายสัญญาณแบบ Solid-state ที่มีกำลังส่งรวม 288 วัตต์ (แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 4 เครื่อง และมีเครื่องสำรอง 1 เครื่อง โดยแต่ละเครื่องมีกำลังส่ง 24 วัตต์)
  • C-band: จำนวน 1 เครื่อง ทำหน้าที่เป็นช่องสัญญาณเชื่อมต่อ (Feeder channel) ทำงานในช่วงความถี่ 4 GHz และ 6 GHz ใช้เครื่องขยายสัญญาณแบบ Solid-state กำลังส่ง 13 วัตต์ (มีเครื่องสำรอง 1 เครื่อง)

ประวัติและการดำเนินงาน

โครงการ N-Star เกิดจากความร่วมมือระหว่าง JSAT Corporation, Nippon Telegraph and Telephone (NTT), NTT Communications และ NTT DoCoMo เพื่อให้บริการโทรศัพท์และข้อมูลผ่านดาวเทียมภายใต้ชื่อ WIDESTAR โดย JSAT รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการดาวเทียม และ NTT DoCoMo รับผิดชอบด้านการใช้งานชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ

การส่งขึ้นสู่อวกาศและการเข้าประจำการ

NTT DoCoMo ได้สั่งซื้อดาวเทียม N-STAR c ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2542 โดยดาวเทียมถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 เวลา 23:22:00 UTC ด้วยจรวด Ariane 5G ร่วมกับดาวเทียม Stellat 5 และได้เข้าประจำการในตำแหน่งวงโคจรที่ 136 องศาตะวันออก ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2545

การเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการ

ในปี พ.ศ. 2553 บริษัท SKY Perfect JSAT Corporation ได้เข้าซื้อกิจการดาวเทียม N-STAR c ซึ่งเป็นการโอนย้ายสินทรัพย์และระบบการจัดการวงโคจรของ NTT ทั้งหมดมายัง JSAT ในปีเดียวกันนั้น ได้มีการเปิดให้บริการ WIDESTAR II ทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ดาวเทียม N-STAR c ร่วมกับ JCSAT-5A (หรือ N-STAR d)

คำถามที่พบบ่อย

ดาวเทียม N-STAR c มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?

เพื่อให้บริการโทรศัพท์และรับส่งข้อมูลผ่านดาวเทียม (WIDESTAR) สำหรับผู้ใช้งานในประเทศญี่ปุ่น

ใครเป็นผู้ผลิตดาวเทียม N-STAR c?

ผลิตโดยความร่วมมือระหว่าง Lockheed Martin (ผู้พัฒนา Payload และผู้รับเหมาหลัก) และ Orbital Sciences Corporation (ผู้จัดหาบัสดาวเทียม GEOStar-2 และบริการส่งขึ้นสู่อวกาศ)

N-STAR c ประจำการอยู่ที่ตำแหน่งใด?

ประจำการอยู่ที่ตำแหน่งลองจิจูด 136 องศาตะวันออก ในวงโคจรค้างฟ้า

ดาวเทียม N-STAR c ใช้ย่านความถี่ใดในการสื่อสาร?

ใช้ย่านความถี่ S-band (2.5-2.6 GHz) สำหรับการสื่อสารกับผู้ใช้ และย่านความถี่ C-band (4 GHz และ 6 GHz) สำหรับเป็นช่องสัญญาณเชื่อมต่อโครงข่าย