← กลับไปยังบทความทั้งหมด

NameBase ฐานข้อมูลเครือข่ายสังคมด้านข่าวกรองและนโยบายต่างประเทศ

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งโดย Daniel Brandt โดยเริ่มจากการสะสมข้อมูลตั้งแต่ทศวรรษ 1960
  • เปลี่ยนจากฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ (PIR) มาเป็นเว็บไซต์ NameBase ในปี 1995
  • เน้นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในวงการข่าวกรองและนโยบายต่างประเทศผ่านแผนผังเครือข่ายสังคม
  • รวบรวมข้อมูลจากหนังสือ สิ่งพิมพ์ และเอกสารที่ได้จาก Freedom of Information Act

NameBase คือฐานข้อมูลเครือข่ายสังคมบนเว็บที่รวบรวมรายชื่อบุคคลที่มีบทบาทในชุมชนข่าวกรองระหว่างประเทศ นโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา อาชญากรรม และธุรกิจ โดยมุ่งเน้นข้อมูลในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองจนถึงปี 2008 โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดฝ่ายซ้าย ทฤษฎีสมคบคิด และการจารกรรม

โลโก้หรือภาพหน้าจอของ NameBase
NameBase ฐานข้อมูลสำหรับสืบค้นรายชื่อและเครือข่ายความสัมพันธ์ของบุคคลในวงการข่าวกรอง

ประวัติและการก่อตั้ง

Daniel Brandt ผู้ก่อตั้ง NameBase และนักกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ต เริ่มสะสมข้อมูลจากสิ่งพิมพ์และเอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับบุคคลผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองตั้งแต่ทศวรรษ 1960 โดยความสนใจนี้เพิ่มมากขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 หลังจากที่เขาได้เข้าร่วมกลุ่ม Students for a Democratic Society ซึ่งเป็นองค์กรที่คัดค้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ

เมื่อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเริ่มแพร่หลาย Brandt ได้พัฒนาฐานข้อมูลที่ช่วยให้สมาชิกสามารถเข้าถึงรายชื่อของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯ ได้ ต่อมาในทศวรรษ 1980 เขาได้จำหน่ายการสมัครสมาชิกฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์นี้ภายใต้ชื่อเดิมคือ Public Information Research Inc. (PIR) ผ่านบริษัท Micro Associates ของเขา โดยในระยะแรก Brandt ดำรงตำแหน่งประธานขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ และมี Peggy Adler นักวิจัยด้านการสืบสวนดำรงตำแหน่งรองประธาน

ข้อมูลในฐานข้อมูลนี้ครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง เจ้าหน้าที่ทหาร ผู้ดำเนินงานทางการเมือง และบุคคลในลักษณะ "สายลับ" ซึ่ง Brandt ระบุว่าแหล่งข้อมูลหลายแห่งมีความคลุมเครือ ทำให้ฐานข้อมูลนี้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการดึงข้อมูลเกี่ยวกับข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่ไม่มีการทำดัชนีในที่อื่น

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเว็บและฟังก์ชันการทำงาน

ภายในปี 1992 NameBase เริ่มถูกนำไปใช้โดยพลเมืองทั่วไป องค์กรข่าว และมหาวิทยาลัย และเมื่ออินเทอร์เน็ตและ World Wide Web เริ่มเข้าถึงได้ในวงกว้างช่วงทศวรรษ 1990 ข้อมูลเหล่านี้จึงถูกนำมาพัฒนาเป็นเว็บไซต์ NameBase ในปี 1995

ข้อมูล ณ ปี 2003 ระบุว่าฐานข้อมูลนี้มีรายชื่อมากกว่า 100,000 ชื่อ พร้อมเอกสารอ้างอิงกว่า 260,000 รายการ ซึ่งรวบรวมมาจากหนังสือ สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง และเอกสารบางส่วนที่ได้รับผ่านพระราชบัญญัติเสรีภาพในการให้ข้อมูล (Freedom of Information Act)

จุดเด่นของ NameBase คือการใช้ไฮเปอร์ลิงก์เพื่อให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ในรูปแบบแผนผังเครือข่ายสังคม (Social Network Diagram) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลและกลุ่มต่าง ๆ ได้ Paul B. Kantor นักวิทยาศาสตร์สารสนเทศ อธิบายว่า NameBase เป็นเครื่องมือบนเว็บเพียงหนึ่งเดียวที่พร้อมใช้งานสำหรับการสร้างภาพเครือข่ายสังคมของนักวิจัยด้านการก่อการร้ายในขณะนั้น

โครงการที่ใกล้เคียงกัน

นอกเหนือจาก NameBase ยังมีโครงการฐานข้อมูลในลักษณะเดียวกัน เช่น:

  • CIABASE: พัฒนาโดย Ralph McGehee อดีตนักวิเคราะห์ของ CIA เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ บุคคล และโครงการที่เกี่ยวข้องกับ CIA หรือหน่วยข่าวกรองอเมริกัน
  • Notable Names Database (NNDB): ฐานข้อมูลออนไลน์ที่ทำหน้าที่เป็น "ผู้รวบรวมข่าวกรอง" (Intelligence Aggregator) โดยรวบรวมรายละเอียดทางชีวประวัติของบุคคลมากกว่า 40,000 คน

คำถามที่พบบ่อย

NameBase คืออะไร?

NameBase คือฐานข้อมูลเครือข่ายสังคมบนเว็บที่รวบรวมรายชื่อและข้อมูลความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรอง นโยบายต่างประเทศ อาชญากรรม และธุรกิจ โดยเน้นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ใครเป็นผู้ก่อตั้ง NameBase?

Daniel Brandt เป็นผู้ก่อตั้ง โดยเขาเริ่มรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ทศวรรษ 1960 และพัฒนาเป็นฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเว็บไซต์ในภายหลัง

NameBase มีประโยชน์อย่างไรต่อนักวิจัย?

ช่วยให้นักวิจัยและนักข่าวสืบสวนสามารถค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลและกลุ่มต่าง ๆ ในวงการข่าวกรองที่มักจะไม่มีการทำดัชนีในแหล่งข้อมูลทั่วไป ผ่านการใช้แผนผังเครือข่ายสังคมและไฮเปอร์ลิงก์

ข้อมูลใน NameBase มาจากไหน?

ข้อมูลมาจากสิ่งพิมพ์ หนังสือ เอกสารอ้างอิง และเอกสารที่ได้รับผ่านพระราชบัญญัติเสรีภาพในการให้ข้อมูล (Freedom of Information Act) ของสหรัฐฯ