← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มหาวิทยาลัยแห่งชาติซานมาร์กอส สถาบันการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกาที่ยังคงเปิดดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
  • ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1551 โดยพระราชกฤษฎีกาของจักรพรรดิคาร์ลที่ 5
  • อาคาร Casona de San Marcos ได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกโดย UNESCO
  • เป็นสถาบันที่ผลิตประธานาธิบดีเปรูถึง 21 ท่าน และผู้ได้รับรางวัลโนเบลเพียงหนึ่งเดียวของประเทศ

มหาวิทยาลัยแห่งชาติซานมาร์กอส (ภาษาสเปน: Universidad Nacional Mayor de San Marcos หรือ UNMSM) เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยของรัฐ ตั้งอยู่ในกรุงลิมา เมืองหลวงของประเทศเปรู สถาบันแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับการก่อตั้งอย่างเป็นทางการและเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกาที่ยังคงเปิดดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ประวัติการก่อตั้งและยุคเริ่มต้น

จุดเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1548 โดยเริ่มจากการจัดการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานภายในคอนแวนต์แห่งโรซาริโอ (Convent of the Rosario) ของคณะโดมินิกัน ซึ่งปัจจุบันคือมหาวิหารและคอนแวนต์แห่งซานโตโดมิงโก

การก่อตั้งอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1551 โดยการผลักดันของภราดา โทมัส เดอ ซาน มาร์ติน (Fray Thomas de San Martín) ภายใต้พระราชกฤษฎีกาของจักรพรรดิคาร์ลที่ 1 แห่งสเปน และคาร์ลที่ 5 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ มหาวิทยาลัยเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1553

ในปี ค.ศ. 1571 สถาบันได้รับสถานะ "มหาวิทยาลัยพอนทิฟิเคิล" (Pontifical) จากสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 5 ทำให้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "มหาวิทยาลัยหลวงและพอนทิฟิเคิลแห่งนครกษัตริย์ลิมา" (Royal and Pontifical University of the City of the Kings of Lima) และเป็นที่รู้จักในชื่อ "มหาวิทยาลัยแห่งลิมา" ตลอดช่วงสมัยอาณานิคม

ทัศนียภาพของมหาวิทยาลัยแห่งชาติซานมาร์กอส
อาคารและพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยแห่งชาติซานมาร์กอสในกรุงลิมา

การเปลี่ยนแปลงสถานที่และมรดกทางสถาปัตยกรรม

มหาวิทยาลัยแห่งชาติซานมาร์กอสมีการย้ายสถานที่ตั้งหลายครั้ง โดยสถานที่ที่โดดเด่นที่สุดคือ "คาโซนา เดอ ซานมาร์กอส" (Casona de San Marcos) ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารในเขตประวัติศาสตร์ของกรุงลิมาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1988

โครงสร้างทางวิชาการและเกียรติประวัติ

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยประกอบด้วยโรงเรียนวิชาชีพ 66 แห่ง ซึ่งแบ่งออกเป็น 20 คณะ และจัดกลุ่มตามสาขาวิชาการ 5 ด้าน มหาวิทยาลัยยังเป็นผู้ดูแลหอจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ "โดมิงโก อังกูโล" (Domingo Angulo) ซึ่งเก็บรักษาเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยในปี ค.ศ. 2019 ชุดเอกสาร "กองทุนอาณานิคมและเอกสารการก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งชาติซานมาร์กอส: 1551–1852" ได้รับการบรรจุเข้าสู่ทะเบียนความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก

ในด้านความสำเร็จของบุคคล สถาบันแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตบุคลากรสำคัญของประเทศเปรู โดยมีศิษย์เก่าและอาจารย์ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรูถึง 21 ท่าน รวมถึงผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ วรรณกรรม และสันติภาพ 7 ท่าน และเป็นสถาบันที่สร้างผู้ได้รับรางวัลโนเบลเพียงหนึ่งเดียวของเปรู

บทบาทในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่สาธารณรัฐ

ในช่วงการประกาศเอกราชของเปรูในปี ค.ศ. 1821 มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดแรกของเปรู (First Constituent Congress) มีผู้แทน 64 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 54 คนเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยซานมาร์กอสและวิทยาลัยซานคาร์ลอส นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1822 มหาวิทยาลัยได้มอบหนังสือในคอลเลกชันจำนวน 50,000 เล่ม เพื่อใช้ในการก่อตั้งหอสมุดแห่งชาติเปรู

คำถามที่พบบ่อย

มหาวิทยาลัยแห่งชาติซานมาร์กอสก่อตั้งขึ้นเมื่อใด?

มหาวิทยาลัยก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1551 โดยพระราชกฤษฎีกาของจักรพรรดิคาร์ลที่ 1 แห่งสเปน และคาร์ลที่ 5 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

ทำไมมหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงมีความสำคัญในระดับทวีป?

เพราะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับการก่อตั้งอย่างเป็นทางการและเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกาที่ยังคงเปิดดำเนินการอยู่จนถึงปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับ UNESCO อย่างไร?

อาคาร Casona de San Marcos ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1988 และเอกสารการก่อตั้งมหาวิทยาลัยช่วงปี 1551–1852 ได้รับการบรรจุในทะเบียนความทรงจำแห่งโลกในปี ค.ศ. 2019