ภาษาญีงกาทู (Nheengatu) ภาษาทั่วไปของลุ่มน้ำอเมซอน
สรุปใจความสำคัญ
- ภาษาญีงกาทูมีความหมายว่า "ภาษาที่ดี" (nhẽẽga + katu)
- เป็นภาษาในตระกูลตูปิ-กวารานีที่วิวัฒนาการมาจากภาษาตูปินัมบาที่สูญหายไป
- เคยเป็นภาษาราชการในภูมิภาค Grão Pará และ Maranhão ระหว่างปี ค.ศ. 1689 ถึง 1727
- ปัจจุบันมีผู้พูดประมาณ 5,000 ถึง 10,000 คนทั่วโลก ส่วนใหญ่อยู่ในบราซิล
ภาษาญีงกาทู (Nheengatu) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Modern Tupi, Língua Geral Amazônica (ภาษาทั่วไปของอเมซอน) หรือ Amazonic Tupi เป็นภาษาในตระกูลภาษาตูปิ-กวารานี (Tupi–Guarani) ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างยิ่งในภูมิภาคอเมซอนของประเทศบราซิล

พื้นที่การใช้งานและผู้พูด
ปัจจุบันภาษาญีงกาทูถูกพูดในภูมิภาค Rio Negro โดยกลุ่มชนพื้นเมือง เช่น ชาว Baniwa, Baré และ Warekena ในเขตเทศบาล São Gabriel da Cachoeira และรัฐอามาโซนัส (Amazonas) ของบราซิล นอกจากนี้ยังมีการใช้งานในภูมิภาค Baixo Amazonas ท่ามกลางกลุ่มชาว Sateré-Mawé, Maraguá และ Mura รวมถึงในรัฐปารา (Pará) โดยกลุ่มชาว Borari และ Tupinambá
จากการศึกษาของ UNESCO ในปี 2010 ประมาณการว่ามีผู้พูดภาษาญีงกาทูประมาณ 10,000 คน อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 ศาสตราจารย์ Thomas Finbow จากมหาวิทยาลัยเซาเปาโล ประเมินว่ามีผู้พูดในบราซิลระหว่าง 5,000 ถึง 7,000 คน และไม่เกิน 10,000 คนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงชุมชนขนาดเล็กในเวเนซุเอลาและโคลอมเบียด้วย
ที่มาของชื่อและคำจำกัดความ
ชื่อ "Nheengatu" มาจากคำว่า nhẽẽga (หมายถึง "ภาษา" หรือ "คำ") และ katu (หมายถึง "ดี") รวมกันจึงมีความหมายว่า "ภาษาที่ดี" ในเอกสารทางวิชาการมีการเรียกชื่อภาษานี้ด้วยชื่อที่หลากหลาย เช่น Nhengatu, Tupi Moderno, Língua Brasílica และ Lingua Geral
การจัดประเภททางภาษาศาสตร์
ภาษาญีงกาทูสืบทอดมาจากภาษาตูปินัมบา (Tupinambá) ที่สูญหายไป และจัดอยู่ในสาขาตูปิ-กวารานี ของตระกูลภาษาตูปิ (Tupi language family) ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาษาโบราณของตูปิ และภาษากวารานีในประเทศปารากวัย
Eduardo de Almeida Navarro นักภาษาศาสตร์ชาวบราซิลผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาญีงกาทู เสนอว่าด้วยลักษณะปัจจุบันของภาษา ญีงกาทูอาจเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ในฐานะวิวัฒนาการตามธรรมชาติของภาษาตูปิ
ประวัติศาสตร์และการแพร่กระจาย
ภาษาญีงกาทูเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 18 โดยมีรากฐานมาจากภาษาตูปินัมบาแห่งอเมซอน ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารระหว่างกลุ่มชนพื้นเมืองและผู้ตั้งถิ่นฐานชาวโปรตุเกส ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 บาทหลวงชาวฟรานซิสกันและเยซูอิตได้จัดทำไวยากรณ์และตัวสะกดของภาษาที่เป็น lingua franca (ภาษากลาง) นี้ เพื่อใช้ในการเผยแผ่ศาสนาคริสต์
ภาษานี้ได้กลายเป็นเครื่องมือในการล่าอาณานิคมและการปกครองของโปรตุเกส โดยแพร่กระจายไปทั่วอเมซอนจนหลายกลุ่มชนพื้นเมืองยอมรับมาเป็นภาษาหลักแทนที่ภาษาดั้งเดิมของตนเอง ตัวอย่างเช่น ชาว Baré ที่สูญเสียภาษาดั้งเดิมไปเนื่องจากการเปลี่ยนมาใช้ภาษาญีงกาทู
ในอดีต ภาษาญีงกาทูมีความสำคัญมากจนผู้ตั้งถิ่นฐานชาวโปรตุเกสเองต้องปรับตัวมาพูดภาษานี้เพื่อสื่อสารในอาณานิคม Grão Pará และ Maranhão โดยมีการกำหนดให้เป็นภาษาราชการในช่วงปี ค.ศ. 1689 ถึง 1727 ก่อนที่รัฐบาลโปรตุเกสจะพยายามส่งเสริมภาษาโปรตุเกสเพื่อลบอัตลักษณ์ของชาวอเมซอน
วิวัฒนาการและการแบ่งสาย
ภาษาทั่วไป (General Language) ได้วิวัฒนาการออกเป็นสองสายหลัก คือ ภาษาทั่วไปทางเหนือ (Northern General Language/Amazonian) ซึ่งก็คือภาษาญีงกาทู และ ภาษาทั่วไปทางใต้ (Southern General Language/Paulista) ซึ่งเคยเป็นภาษาหลักในดินแดนบราซิลตอนใต้
คำถามที่พบบ่อย
ภาษาญีงกาทูคืออะไร?
เป็นภาษาในตระกูลตูปิ-กวารานีที่พัฒนามาจากภาษาตูปินัมบา และเคยเป็นภาษากลาง (lingua franca) ในภูมิภาคอเมซอนของบราซิล
ปัจจุบันใครเป็นผู้พูดภาษาญีงกาทู?
ผู้พูดส่วนใหญ่อยู่ในรัฐอามาโซนัสและรัฐปาราของบราซิล รวมถึงกลุ่มชนพื้นเมือง เช่น ชาว Baniwa, Baré และ Warekena
ทำไมภาษาญีงกาทูถึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?
เพราะเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างผู้ตั้งถิ่นฐานชาวโปรตุเกสและชนพื้นเมือง และเป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของภาษาตลอดหลายศตวรรษ
