การดราฟต์ผู้เล่นภายในลีกของ NHL (NHL Intra-League Draft)
สรุปใจความสำคัญ
- จัดขึ้นระหว่างปี 1952 ถึง 1975 เพื่อสร้างสมดุลในการแข่งขันยุค Original Six
- ในช่วง 2 ปีแรกไม่มีผู้เล่นคนใดถูกเลือก และในปี 1955 ไม่มีการจัดดราฟต์เนื่องจากขาดผู้เล่นที่มีคุณภาพ
- ทีมที่เสียผู้เล่นจะได้รับเงินชดเชย ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 10,000 ดอลลาร์ในปี 1952 เป็น 40,000 ดอลลาร์ในปี 1975
- ถูกแทนที่ด้วยระบบ NHL Waiver Draft ในปี 1977
การดราฟต์ผู้เล่นภายในลีกของ NHL (NHL Intra-League Draft) คือระบบการคัดเลือกผู้เล่นประจำปีที่จัดขึ้นโดยลีกฮอกกี้น้ำแข็งแห่งชาติ (National Hockey League หรือ NHL) ในช่วงปี ค.ศ. 1952 ถึง 1975 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการแข่งขัน โดยเฉพาะในช่วงยุค Original Six ซึ่งในขณะนั้นมีเพียงทีมดีทรอยต์ เรดวิงส์ (Detroit Red Wings), มอนทรีออล คาเนเดียนส์ (Montreal Canadiens) และโตรอนโต เมเปิลลีฟส์ (Toronto Maple Leafs) เท่านั้นที่สามารถคว้าแชมป์สแตนลีย์คัพ (Stanley Cup) ได้ตลอดช่วง 10 ปีก่อนการเริ่มระบบนี้

กฎระเบียบและวิธีการดราฟต์
ตั้งแต่ปี 1956 จนถึง 1975 การดราฟต์จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนระหว่างการประชุมฤดูร้อนของ NHL โดยมีหลักการดำเนินงานดังนี้:
- การปกป้องผู้เล่น: ก่อนการดราฟต์ไม่กี่วัน แต่ละสโมสรจะต้องส่งรายชื่อผู้เล่นที่ต้องการ "ปกป้อง" (Protect) เพื่อไม่ให้ทีมอื่นเลือกไปได้
- ข้อยกเว้น: ผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในระดับอาชีพไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด หรือผู้เล่นที่ลงแข่งใน NHL ไม่ถึงจำนวนนัดขั้นต่ำ รวมถึงผู้เล่นสมัครเล่นที่สโมสรมีสิทธิ์ครอบครอง จะได้รับการยกเว้นจากการดราฟต์
- ลำดับการเลือก: ใช้ลำดับย้อนกลับจากตารางคะแนนของฤดูกาลก่อนหน้า โดยทีมที่ไม่ได้เข้าสู่รอบเพลย์ออฟจะมีสิทธิ์เลือกผู้เล่นได้สองครั้งก่อนทีมที่ได้เข้าเพลย์ออฟ
- การแลกเปลี่ยนและค่าตอบแทน: เมื่อทีมหนึ่งเลือกผู้เล่นที่ไม่ได้ถูกปกป้องจากอีกทีมหนึ่ง ทีมที่เสียผู้เล่นไปจะต้องคัดผู้เล่นออกจากรายชื่อปกป้อง และทีมที่เสียผู้เล่นจะได้รับเงินชดเชยตามจำนวนที่ลีกกำหนด ซึ่งเริ่มต้นที่ 10,000 ดอลลาร์ในปี 1952 และเพิ่มขึ้นเป็น 40,000 ดอลลาร์ในการดราฟต์ครั้งสุดท้าย
ประวัติการดำเนินงานและเหตุการณ์สำคัญ
ในช่วงเริ่มต้น ระบบนี้ไม่ได้รับความนิยมและไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โดยในการดราฟต์สองครั้งแรก (ปี 1952 และ 1953) ไม่มีการเลือกผู้เล่นเลยแม้แต่คนเดียว ส่วนในปี 1954 มีการเลือกเพียงคนเดียว และในปี 1955 ไม่มีการจัดดราฟต์เนื่องจากทุกทีมเห็นพ้องกันว่าไม่มีผู้เล่นคนใดที่มีคุณภาพเพียงพอจะถูกดราฟต์
การเปลี่ยนแปลงและการขยายตัว
หลังจากปี 1956 เป็นต้นมา เริ่มมีการเลือกผู้เล่นมากขึ้นและจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ยกเว้นในปี 1967 ซึ่งเป็นปีที่ NHL ขยายทีมจาก 6 ทีม เป็น 12 ทีม
กรณีศึกษาที่น่าสนใจในปี 1971
การดราฟต์ในปี 1971 ถือเป็นครั้งที่ยาวนานที่สุด โดยมีการเลือกถึง 13 รอบ เนื่องจาก Punch Imlach ผู้จัดการทั่วไปของทีมบัฟฟาโล เซเบอร์ส (Buffalo Sabres) พบช่องโหว่ของกฎที่ไม่ได้ห้ามไม่ให้ทีมดราฟต์ผู้เล่นที่ตนเองเคยปล่อยออกจากรายชื่อปกป้องเพื่อเลือกผู้เล่นคนอื่น ส่งผลให้ทีมบัฟฟาโลมีส่วนร่วมในการเลือกผู้เล่นตั้งแต่รอบที่ 4 จนจบการดราฟต์
การสิ้นสุดของระบบ
การดราฟต์ภายในลีกครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 1975 โดยในปีนั้นทีมพิตต์สเบิร์ก เพนกวินส์ (Pittsburgh Penguins) ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมเนื่องจากประสบปัญหาล้มละลาย ต่อมาในปี 1976 ไม่มีการจัดดราฟต์ และระบบนี้ถูกแทนที่ด้วย การดราฟต์แบบเวเวอร์ (NHL Waiver Draft) ในปี 1977
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม NHL ถึงต้องจัด Intra-League Draft?
เพื่อลดความได้เปรียบของทีมยักษ์ใหญ่ในยุค Original Six เช่น ดีทรอยต์ เรดวิงส์, มอนทรีออล คาเนเดียนส์ และโตรอนโต เมเปิลลีฟส์ ที่ครองแชมป์สแตนลีย์คัพเกือบทั้งหมดในขณะนั้น
กฎการปกป้องผู้เล่น (Protection List) คืออะไร?
คือรายชื่อผู้เล่นที่แต่ละทีมส่งให้ลีกเพื่อระบุว่าผู้เล่นคนใดที่ทีมต้องการเก็บไว้กับตัว โดยผู้เล่นที่ไม่อยู่ในรายชื่อนี้จะสามารถถูกทีมอื่นดราฟต์ไปได้
เกิดอะไรขึ้นในการดราฟต์ปี 1971?
มีการดราฟต์ถึง 13 รอบ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด เนื่องจากผู้จัดการทีมบัฟฟาโล เซเบอร์ส ใช้ช่องโหว่ของกฎในการดราฟต์ผู้เล่นที่ทีมตนเองเคยปล่อยออกไปกลับคืนมา
ระบบนี้สิ้นสุดลงเมื่อใดและถูกแทนที่ด้วยอะไร?
การดราฟต์ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 1975 และถูกแทนที่ด้วยระบบ NHL Waiver Draft ในปี 1977