← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประกาศแจ้งเตือนนักบิน (NOTAM)

สรุปใจความสำคัญ

  • NOTAM คือประกาศแจ้งเตือนนักบินเกี่ยวกับอันตรายหรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งอำนวยความสะดวกในการบิน
  • ออกตามมาตรฐาน Annex 15 ของ ICAO เพื่อความปลอดภัยในการเดินอากาศ
  • มีประเภทเฉพาะ เช่น BIRDTAM (นก), SNOWTAM (หิมะ/น้ำแข็ง) และ ASHTAM (เถ้าภูเขาไฟ)
  • ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบดิจิทัลและ API เพื่อลดความผิดพลาดจากการอ่านข้อมูลที่ซับซ้อน

NOTAM (ย่อมาจาก Notice to Air Men) คือประกาศแจ้งเตือนที่ส่งไปยังหน่วยงานการบินเพื่อแจ้งให้นักบินทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นตามเส้นทางการบิน หรือในตำแหน่งที่ระบุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของการบิน โดยข้อมูลใน NOTAM จะครอบคลุมถึงการจัดตั้ง สภาพการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการบิน บริการ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน หรืออันตรายที่จำเป็นต้องทราบในเวลาที่เหมาะสมสำหรับบุคลากรและระบบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการบิน

มาตรฐานและการออกประกาศ

NOTAM ถูกสร้างและส่งโดยหน่วยงานรัฐบาลและผู้ดำเนินการสนามบิน ภายใต้แนวทางที่กำหนดโดย Annex 15: Aeronautical Information Services ของอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (CICA) โดยหน่วยงานการบินจะทำหน้าที่เผยแพร่ NOTAM ที่เกี่ยวข้องไปยังนักบิน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติการบินได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุดในเขตข้อมูลการบิน (Flight Information Region - FIR) ที่เกี่ยวข้อง

ประวัติและการพัฒนา

คำศัพท์ NOTAM เริ่มถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายหลังจากการให้สัตยาบันของ CICA ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1947 แม้ว่าจะมีการใช้คำว่า "Notice to Airmen" ในนิตยสาร Flight International ของสหราชอาณาจักรมาก่อนหน้านั้นก็ตาม

ความท้าทายและข้อวิพากษ์วิจารณ์

ระบบ NOTAM แบบดั้งเดิมมักถูกวิจารณ์ว่ามีรูปแบบการนำเสนอข้อมูลที่เข้าใจยากและมีปริมาณข้อมูลมากเกินไป ตัวอย่างที่สำคัญเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 เมื่อเที่ยวบิน Air Canada 759 เกือบเกิดอุบัติเหตุชนกับเครื่องบินลำอื่นขณะพยายามลงจอดบนทางขับ (Taxiway) ของสนามบินซานฟรานซิสโก เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเป็นรันเวย์ ซึ่งข้อมูลการปิดรันเวย์ที่เกี่ยวข้องถูกระบุไว้ใน NOTAM แต่ไม่โดดเด่นพอ

เหตุการณ์นี้ทำให้คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ของสหรัฐฯ ระบุว่า NOTAM ในขณะนั้นมีความซับซ้อนและถูกละเลย ซึ่งนำไปสู่การผลักดันขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ในการปฏิรูประบบ NOTAM ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประเภทของ NOTAM และการใช้งาน

NOTAM ถูกออกเพื่อแจ้งเตือนในหลายกรณี ดังนี้:

  • อันตรายทั่วไป: เช่น การแสดงทางอากาศ, การกระโดดร่ม, การปล่อยบอลลูนหรือว่าว, การใช้เลเซอร์, และการปล่อยจรวด
  • การจำกัดพื้นที่ทางอากาศ: เช่น การบินของบุคคลสำคัญ (TFRs), การซ้อมรบทางทหาร หรือการปิดน่านฟ้าบางส่วน
  • สภาพสนามบิน: รันเวย์ปิดใช้งาน, ไฟนำร่องบนสิ่งกีดขวางสูงไม่ทำงาน หรือการติดตั้งเครนก่อสร้างใกล้สนามบิน
  • อุปกรณ์ช่วยเดินอากาศ: อุปกรณ์ช่วยเดินอากาศทางวิทยุไม่สามารถใช้งานได้
  • ประกาศเฉพาะทาง:
    • BIRDTAM: แจ้งเตือนการเคลื่อนย้ายของฝูงนกในน่านฟ้า
    • SNOWTAM: แจ้งสถานะของรันเวย์ ทางขับ หรือลานจอดเครื่องบิน เกี่ยวกับหิมะ น้ำแข็ง หรือน้ำขัง
    • ASHTAM: แจ้งการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญของเถ้าภูเขาไฟหรือฝุ่นปนเปื้อน

การปรับปรุงระบบในสหรัฐอเมริกา

เนื่องจากความเสี่ยงหากระบบบริการ NOTAM ของสหรัฐฯ (USNS) ขัดข้อง ซึ่งอาจนำไปสู่การสั่งระงับการบินทั่วประเทศ (Ground Stop) รัฐสภาสหรัฐฯ จึงได้ผ่านกฎหมาย NOTAM Improvement Act of 2023 เพื่อให้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ปรับปรุงระบบให้ทันสมัย

โครงการ Notice to Airmen Modernization Service (NMS) ซึ่งดำเนินการโดย CGI Federal ได้ถูกพัฒนาให้เป็นแอปพลิเคชันบนคลาวด์ที่รองรับมาตรฐาน ICAO และมีระบบ API สำหรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบเครื่องต่อเครื่อง (Machine-to-Machine) โดยมีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในช่วงปี ค.ศ. 2026 เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

NOTAM คืออะไร?

NOTAM ย่อมาจาก Notice to Air Men คือประกาศแจ้งเตือนที่ออกโดยหน่วยงานการบินเพื่อแจ้งให้นักบินทราบถึงอันตราย ข้อจำกัด หรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งอำนวยความสะดวกในการบินที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัย

ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการออก NOTAM?

หน่วยงานรัฐบาลด้านการบินและผู้ดำเนินการสนามบิน ภายใต้แนวทางขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

BIRDTAM และ SNOWTAM ต่างกันอย่างไร?

BIRDTAM ใช้สำหรับแจ้งเตือนเกี่ยวกับฝูงนกในน่านฟ้า ส่วน SNOWTAM ใช้สำหรับแจ้งสภาพพื้นผิวรันเวย์หรือทางขับที่มีหิมะ น้ำแข็ง หรือน้ำขัง

ทำไมต้องมีการปรับปรุงระบบ NOTAM?

เพราะระบบเดิมมีรูปแบบข้อความที่เข้าใจยากและมีปริมาณข้อมูลมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้นักบินมองข้ามข้อมูลสำคัญจนนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้