← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Oculus Go แว่น VR แบบ Standalone รุ่นแรกจาก Meta

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นแว่น VR แบบ Standalone รุ่นแรกของ Facebook Technologies ที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เชื่อมต่อ
  • ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 821 และหน้าจอความละเอียด 1280×1440 พิกเซลต่อดวงตา
  • รองรับการติดตามแบบ 3DoF (3-degrees-of-freedom) ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานแบบอยู่กับที่

Oculus Go เป็นแว่น Virtual Reality (VR) แบบ Standalone ที่เลิกผลิตไปแล้ว พัฒนาโดย Meta Reality Labs (เดิมคือ Facebook Technologies) ภายใต้ความร่วมมือกับ Qualcomm และ Xiaomi โดยถือเป็นอุปกรณ์รุ่นแรกในตระกูล VR ของ Facebook ที่ไม่ต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนภายนอก ทำให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสประสบการณ์โลกเสมือนได้อย่างอิสระ

คุณสมบัติทางเทคนิคและฮาร์ดแวร์

Oculus Go ถูกออกแบบมาให้เป็นอุปกรณ์ All-in-one ที่รวมทุกอย่างไว้ในตัวเครื่องเดียว โดยมีสเปกที่โดดเด่นดังนี้:

  • หน้าจอ: LCD ขนาด 5.5 นิ้ว แบบ fast-switching (RGB-stripe) ความละเอียด 2560×1440 พิกเซล (1280×1440 ต่อดวงตา)
  • อัตราการรีเฟรช: 60 ถึง 72 Hz
  • เลนส์: ใช้เลนส์ Fresnel ที่ปรับปรุงจากรุ่น Oculus Rift ให้มุมมอง (Field of View) ประมาณ 101 องศา
  • ชิปเซ็ต: Qualcomm Snapdragon 821
  • การติดตาม: ใช้ระบบ 3-degrees-of-freedom (3DoF) ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานแบบนั่งหรือยืนอยู่กับที่ แต่ไม่รองรับการเคลื่อนที่แบบ Roomscale
หัวข้อรายละเอียด
การเชื่อมต่อMicro-USB, IEEE 802.11ac Wi-Fi, Bluetooth 4.1
เสียงลำโพงในตัว และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
การควบคุมคอนโทรลเลอร์ Oculus Go (ทำงานคล้ายเลเซอร์พอยเตอร์) และรองรับ Bluetooth gamepads ในบางเกม

ประวัติและการพัฒนา

จุดเริ่มต้นของ Oculus Go มาจากความต้องการสร้างแว่น VR ที่พกพาสะดวกและราคาเข้าถึงได้ โดยมีชื่อรหัสในการพัฒนาว่า "Pacific" ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การเล่นเกม การสร้างเครือข่ายสังคม และการรับชมวิดีโอ โดย Oculus ได้ร่วมมือกับ Xiaomi เพื่อผลิตเวอร์ชันสำหรับตลาดจีนในชื่อ Mi VR Standalone

Oculus Go เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2017 ในงาน Oculus Connect และวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2018 โดยได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกและมียอดขายมากกว่าสองล้านเครื่องภายในเดือนกรกฎาคม 2019

ซอฟต์แวร์และประสบการณ์การใช้งาน

ตัวเครื่องทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android และมาพร้อมกับแอปพลิเคชันสำหรับการรับชมวิดีโอทั้งแบบดั้งเดิมและแบบ Immersive จากแหล่งต่างๆ เช่น Facebook, YouTube, Netflix และ Hulu นอกจากนี้ยังมี Oculus Store ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและเกมเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม Facebook Technologies ได้ประกาศยุติการจำหน่าย Oculus Go ในช่วงปลายปี 2020 และหยุดรับแอปพลิเคชันหรือการอัปเดตใหม่ๆ เข้าสู่ Oculus Store หลังจากวันที่ 4 ธันวาคม 2020 เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าอย่าง Oculus Quest

คำถามที่พบบ่อย

Oculus Go แตกต่างจาก Oculus Quest อย่างไร?

Oculus Go รองรับการติดตามแบบ 3DoF (หมุนศีรษะได้) ในขณะที่ Oculus Quest รองรับ 6DoF (เคลื่อนที่ในพื้นที่จริงได้) ทำให้ Quest เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบ Roomscale มากกว่า

Oculus Go ยังสามารถใช้งานได้ในปัจจุบันหรือไม่?

แม้ว่าจะเลิกผลิตและหยุดการอัปเดตแอปพลิเคชันใหม่ๆ แล้ว แต่ผู้ที่ครอบครองเครื่องยังสามารถใช้งานแอปที่มีอยู่ได้

Oculus Go ใช้คอนโทรลเลอร์แบบใด?

ใช้คอนโทรลเลอร์ไร้สายที่ทำงานคล้ายกับเลเซอร์พอยเตอร์ในการชี้และเลือกคำสั่งภายในโลก VR