← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ทำความรู้จักกับชาว Oʼodham วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชนเผ่าพื้นเมือง

สรุปใจความสำคัญ

  • ชาว Oʼodham สืบเชื้อสายมาจากชาว Hohokam โบราณ
  • คำว่า Oʼodham ในภาษาท้องถิ่นหมายถึง 'คน' หรือ 'มนุษย์'
  • แบ่งออกเป็นกลุ่มหลักคือ Akimel Oʼodham (คนลุ่มแม่น้ำ) และ Tohono Oʼodham (คนทะเลทราย)

ชาว Oʼodham (หรือที่รู้จักในชื่อ Upper Pima หรือ Pima Alto) เป็นกลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกันที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในพื้นที่ทะเลทรายโซโนรัน (Sonoran Desert) ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้และตอนกลางของรัฐแอริโซนา และตอนเหนือของรัฐโซโนรา ประเทศเม็กซิโก

ประวัติศาสตร์และต้นกำเนิด

นักโบราณคดีส่วนใหญ่เชื่อว่าชาว Oʼodham สืบเชื้อสายมาจากชาว Hohokam ซึ่งเป็นวัฒนธรรมโบราณที่มีชื่อเสียงด้านการจัดการน้ำในทะเลทราย

การเต้นรำแบบวงกลมของชาว Oʼodham
การเต้นรำทางสังคมแบบวงกลมของชาว Oʼodham

ภาษาและอัตลักษณ์

คำว่า "Oʼodham" ในภาษาของพวกเขาหมายถึง "คน" หรือ "มนุษย์" โดยพวกเขามีภาษา Oʼodham ที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งแม้จะมีบางสำเนียงที่แตกต่างกันตามกลุ่มย่อย แต่ก็สามารถสื่อสารเข้าใจกันได้ทั้งหมด

กลุ่มย่อยของชาว Oʼodham

นักวิชาการได้แบ่งกลุ่มชาว Oʼodham ออกเป็นสองกลุ่มหลักตามความแตกต่างทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และภาษา ดังนี้:

1. Akimel Oʼodham (River People)

กลุ่มที่อาศัยอยู่ตามลุ่มแม่น้ำ Gila, Salt และ Santa Cruz ในรัฐแอริโซนา ประกอบด้วย:

  • Onʼk Akimel Oʼodham: กลุ่มคนที่อาศัยและทำฟาร์มตามลุ่มแม่น้ำ Salt
  • Keli Akimel Oʼodham: กลุ่มคนที่อาศัยและทำฟาร์มตามลุ่มแม่น้ำ Gila
  • Ak-Chin Oʼodham: ชุมชนชาว Oʼodham แห่ง Ak-Chin

2. Tohono Oʼodham (Desert People)

กลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กึ่งแห้งแล้งและภูเขาทางตอนใต้ของเมืองทูซอน (Tucson) และทูแบก (Tubac) รวมถึงกลุ่ม Hia C-eḍ Oʼodham (Sand Dune People) ที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย Gran Desierto de Altar ระหว่างรัฐแอริโซนาและเม็กซิโก

คำถามที่พบบ่อย

ชาว Oʼodham อาศัยอยู่ที่ไหน?

อาศัยอยู่ในทะเลทรายโซโนรัน ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้และตอนกลางของรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา และตอนเหนือของรัฐโซโนรา ประเทศเม็กซิโก

ชาว Oʼodham มีกี่กลุ่มย่อยหลัก?

มี 2 กลุ่มหลัก คือ Akimel Oʼodham (River People) และ Tohono Oʼodham (Desert People)

ภาษา Oʼodham มีความสำคัญอย่างไร?

ภาษา Oʼodham เป็นภาษาที่ใช้ร่วมกันซึ่งเชื่อมโยงกลุ่มย่อยต่างๆ เข้าด้วยกัน และแม้จะมีสำเนียงที่แตกต่างกัน แต่สมาชิกทุกกลุ่มสามารถสื่อสารเข้าใจกันได้