Oleksandr Moroz: นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลของยูเครน
Oleksandr Moroz: นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลของยูเครน Oleksandr Moroz (เกิด 29 กุมภาพันธ์ 1944) เป็นนักการเมืองชาวยูเครนที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเมืองของประเทศ โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งประธานสภา Verkhovna Rada ถึงสอง
สรุปใจความสำคัญ
- ดำรงตำแหน่งประธานสภา Verkhovna Rada สองครั้ง (1994-1998 และ 2006-2007)
- ก่อตั้งและเป็นผู้นำพรรคสังคมนิยมยูเครน (Socialist Party of Ukraine)
- มีบทบาทสำคัญในการเปิดเผย 'Cassette Scandal' ที่นำไปสู่การประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี Leonid Kuchma
- สนับสนุน Viktor Yushchenko ในช่วงการปฏิวัติสีส้ม (Orange Revolution)
Oleksandr Moroz (เกิด 29 กุมภาพันธ์ 1944) เป็นนักการเมืองชาวยูเครนที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเมืองของประเทศ โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งประธานสภา Verkhovna Rada ถึงสองครั้ง คือในช่วงปี 1994 ถึง 1998 และปี 2006 ถึง 2007 นอกจากนี้ เขายังเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแห่งยูเครนถึง 5 ครั้ง

จุดเริ่มต้นและเส้นทางอาชีพ
Oleksandr Moroz เกิดเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 1944 ในหมู่บ้าน Buda เขต Tarashcha Raion จังหวัด Kyiv Oblast ในขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เขาสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลจาก Ukrainian Agricultural Academy ในกรุงเคียฟ (ปัจจุบันคือ National University of Life and Environmental Sciences of Ukraine)
หลังจบการศึกษา เขาทำงานในภาคการเกษตรเป็นวิศวกรและครูเป็นเวลาประมาณ 12 ปี รวมถึงการทำงานในฟาร์มของรัฐและวิทยาลัยเทคนิคในภูมิภาค Zhytomyr และ Kyiv ต่อมาในปี 1976 เขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองในคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งยูเครน (Communist Party of Ukraine) และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าแผนกองค์กรและการเกษตร รวมถึงตำแหน่งในสหภาพแรงงานระดับจังหวัด ในปี 1990 เขาได้เข้าสู่การเมืองระดับชาติในฐานะสมาชิกสภา Supreme Soviet (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น Verkhovna Rada)
บทบาทในช่วงปีของ Kravchuk และ Kuchma
Moroz เข้าสู่สภา Verkhovna Rada ในปี 1990 และในช่วงการประกาศเอกราชของยูเครนในเดือนสิงหาคม 1991 เขาเป็นผู้นำกลุ่มสมาชิกสภาจากพรรคคอมมิวนิสต์ (กลุ่ม 239) ต่อมาในวันที่ 26 ตุลาคม 1991 เขาได้ก่อตั้งพรรคสังคมนิยมยูเครน (Socialist Party of Ukraine - SPU) เพื่อเป็นทายาทของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ถูกสั่งห้าม และได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค
Moroz ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 1994 และ 1999 โดยได้อันดับสามในทั้งสองครั้ง (ประมาณ 13% ในปี 1994 และ 11% ในปี 1999) ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานสภา Verkhovna Rada ระหว่างปี 1994-1998 เขาได้นำการประชุมสภาที่รับรองรัฐธรรมนูญแห่งยูเครนเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1996 ซึ่งเป็นเอกสารที่จำกัดอำนาจประธานาธิบดีและสร้างระบบตรวจสอบและถ่วงดุลของรัฐสภา
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2000 เมื่อ Moroz เปิดเผยเทปบันทึกเสียงของ Mykola Melnychenko ที่บ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงประธานาธิบดี Leonid Kuchma มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนักข่าว Georgiy Gongadze ซึ่งนำไปสู่ "Cassette Scandal" และการประท้วงครั้งใหญ่ภายใต้คำขวัญว่า "Ukraine without Kuchma"
การปฏิวัติสีส้มและจุดเปลี่ยนทางการเมือง
ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2004 Moroz ลงสมัครในนามพรรคสังคมนิยมยูเครนและได้อันดับสามด้วยคะแนนเสียง 5.81% หลังจากนั้น เขาได้ประกาศสนับสนุน Viktor Yushchenko ในการต่อสู้กับ Viktor Yanukovych ซึ่งการสนับสนุนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขยายฐานเสียงของ Yushchenko ให้กว้างขึ้น
Moroz สนับสนุนการปฏิวัติสีส้ม (Orange Revolution) และการประท้วงครั้งใหญ่ที่นำไปสู่การยกเลิกผลการเลือกตั้งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่ง Yushchenko เป็นผู้ชนะในที่สุด นอกจากนี้ คะแนนเสียงของพรรคสังคมนิยมในสภา Verkhovna Rada ยังมีบทบาทสำคัญในการผ่านมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลของ Kuchma-Yanukovych
หลังการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรปี 2006 Moroz ได้รับเลือกเป็นประธานสภา Verkhovna Rada อีกครั้งในวันที่ 6 กรกฎาคม 2006 โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรค Party of Regions, พรรคสังคมนิยม และพรรคคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งปี 2007 พรรคสังคมนิยมยูเครนได้รับคะแนนเสียงเพียง 2.86% ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 3% เล็กน้อย ทำให้พรรคไม่ได้รับที่นั่งในสภา และส่งผลให้ Moroz ต้องพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภา Verkhovna Rada
คำถามที่พบบ่อย
Oleksandr Moroz เป็นใคร?
เขาเป็นนักการเมืองชาวยูเครน ผู้ก่อตั้งพรรคสังคมนิยมยูเครน และอดีตประธานสภา Verkhovna Rada สองสมัย
พรรคสังคมนิยมยูเครน (SPU) สูญเสียที่นั่งในสภาได้อย่างไร?
ในการเลือกตั้งปี 2007 พรรคสังคมนิยมได้รับคะแนนเสียง 2.86% ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 3% เพียง 0.14% ทำให้ไม่ได้รับที่นั่งในสภา
บทบาทของ Oleksandr Moroz ในการปฏิวัติสีส้มคืออะไร?
เขาประกาศสนับสนุน Viktor Yushchenko และนำพรรคสังคมนิยมเข้าร่วมการประท้วงและสนับสนุนมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสภา เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
