ปฏิบัติการโกลรี่ การส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตในสงครามเกาหลี
สรุปใจความสำคัญ
- ปฏิบัติการโกลรี่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1954 เพื่อส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตจากเกาหลีเหนือ
- มีการส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตชาวอเมริกัน 1,868 ราย โดย 848 รายไม่สามารถระบุตัวตนได้
- มีการแลกเปลี่ยนร่างผู้เสียชีวิตของทหารเกาหลีเหนือและจีนประมาณ 14,000 ราย
ปฏิบัติการโกลรี่ คือความพยายามของสหรัฐอเมริกาในการนำร่างของผู้เสียชีวิตภายใต้กองบัญชาการสหประชาชาติ (United Nations Command) กลับคืนสู่บ้านเกิดจากเกาหลีเหนือ ในช่วงปลายของสงครามเกาหลี
การดำเนินการและข้อตกลง
ตามข้อตกลงหยุดยิงในเกาหลี (Korean Armistice Agreement) เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1953 ได้มีการกำหนดให้มีการส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตและเชลยศึกทั้งหมด ซึ่งในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม ปี ค.ศ. 1954 กองบัญชาการบริการลงทะเบียนหลุมศพ (Graves Registration Service Command) ได้รับร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 4,000 ราย
รายละเอียดการส่งคืนร่าง
ในจำนวนนี้ มีร่างผู้เสียชีวิตชาวอเมริกัน 1,868 ราย โดยมี 848 รายที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งถูกนำไปฝังที่สุสานอนุสรณ์แห่งชาติแปซิฟิก (National Memorial Cemetery of the Pacific) ในรัฐฮาวาย ในฐานะ "ผู้ไม่ทราบชื่อ"
ที่มาของร่างผู้เสียชีวิต
ร่างบางส่วนถูกนำมาจากสุสานทหารชั่วคราวในเกาหลีเหนือ ซึ่งถูกทิ้งไว้เมื่อกองกำลังจีนรุกคืบและผลักดันให้กองกำลังสหรัฐฯ ต้องถอนตัวออกจากเกาหลีเหนือ
พิธีการและและการแลกเปลี่ยน
การส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตได้มีการจัดพิธีการอย่างสมเกียรติ โดยมีกองเกียรติยศร่วมในพิธีส่งมอบร่างคืนสู่บ้านเกิด นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนร่างผู้เสียชีวิตของทหารเกาหลีเหนือและจีนประมาณ 14,000 ราย เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้เสียสละในสงครามครั้งนี้
คำถามที่พบบ่อย
ปฏิบัติการโกลรี่คืออะไร?
คือปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในการนำร่างผู้เสียชีวิตของทหารกองบัญชาการสหประชาชาติกลับจากเกาหลีเหนือหลังสงครามเกาหลี
ร่างผู้เสียชีวิตที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ถูกนำไปฝังที่ไหน?
ร่างที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ถูกนำไปฝังที่สุสานอนุสรณ์แห่งชาติแปซิฟิกในรัฐฮาวาย
มีการแลกเปลี่ยนร่างผู้เสียชีวิตกับฝ่ายตรงข้ามหรือไม่?
ใช่ มีการส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตของทหารเกาหลีเหนือและจีนประมาณ 14,000 ราย

