นกทานาเจอร์คอสีส้ม
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นนกชนิดเดียวในสกุล Wetmorethraupis
- พบได้เฉพาะในป่าชื้นบริเวณพรมแดนเอกวาดอร์และเปรู
- มีสถานะเป็นสัตว์ที่ถูกคุกคามหรือใกล้สูญพันธุ์
- ชื่อสกุลตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ Alexander Wetmore นักปักษีวิทยาชาวอเมริกัน
นกทานาเจอร์คอสีส้ม (ชื่อวิทยาศาสตร์: Wetmorethraupis sterrhopteron) เป็นนกในวงศ์ทานาเจอร์ (Thraupidae) ซึ่งมีถิ่นที่อยู่อาศัยจำกัดอยู่ในพื้นที่เฉพาะของป่าดิบชื้นบริเวณพรมแดนระหว่างประเทศเอกวาดอร์และเปรู เนื่องจากมีการกระจายพันธุ์ในวงแคบและเผชิญกับภัยคุกคามด้านถิ่นที่อยู่ นกชนิดนี้จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มนกที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์

อนุกรมวิธานและการตั้งชื่อ
นกทานาเจอร์คอสีส้มถูกบรรยายลักษณะทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย George Lowery และ John O'Neill ในปี ค.ศ. 1964 โดยผู้ค้นพบได้จัดให้มันอยู่ในสกุลใหม่ที่ชื่อว่า Wetmorethraupis ซึ่งทำให้ชื่อทวินามของนกชนิดนี้คือ Wetmorethraupis sterrhopteron
ที่มาของชื่อสกุล Wetmorethraupis เป็นการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Alexander Wetmore นักปักษีวิทยาชาวอเมริกัน โดยเป็นการผสมคำระหว่างชื่อของเขาและชื่อสกุล Thraupis ซึ่งเป็นสกุลต้นแบบของวงศ์ทานาเจอร์ (Thraupidae) ส่วนชื่อระบุชนิด (specific epithet) sterrhopteron มาจากภาษากรีกโบราณ คำว่า sterrhos ซึ่งแปลว่า "แข็ง" หรือ "ตึง" และ pteron ที่แปลว่า "ขน"

ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม
จากการศึกษาด้านสายวิวัฒนาการระดับโมเลกุล (molecular phylogenetic study) ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2014 พบว่าสกุล Wetmorethraupis มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางสายวิวัฒนาการกับนกในสกุล Bangsia นอกจากนี้ นกทานาเจอร์คอสีส้มยังเป็นชนิดเดี่ยว (monotypic) ซึ่งหมายความว่าไม่มีการแบ่งย่อยเป็นชนิดย่อย (subspecies) ภายในสปีชีส์นี้
คำถามที่พบบ่อย
นกทานาเจอร์คอสีส้มพบได้ที่ไหน?
พบได้ในพื้นที่จำกัดของป่าดิบชื้นบริเวณพรมแดนระหว่างประเทศเอกวาดอร์และเปรู
ทำไมถึงชื่อว่า Wetmorethraupis?
ชื่อนี้เป็นการผสมระหว่างชื่อของ Alexander Wetmore นักปักษีวิทยาชาวอเมริกัน และ Thraupis ซึ่งเป็นสกุลต้นแบบของวงศ์ทานาเจอร์
นกชนิดนี้มีสถานะการอนุรักษ์อย่างไร?
นกทานาเจอร์คอสีส้มถูกจัดว่าเป็นนกที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ (Threatened/Vulnerable) เนื่องจากมีถิ่นที่อยู่อาศัยจำกัด
นกทานาเจอร์คอสีส้มมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนกกลุ่มใด?
ผลการศึกษาทางพันธุกรรมในปี 2014 ระบุว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนกในสกุล Bangsia
