← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การโคจรผ่าน (Orbital Pass) การสื่อสารและการสังเกตการณ์ดาวเทียม

สรุปใจความสำคัญ

  • AOS คือจุดเริ่มต้นของการรับสัญญาณ และ LOS คือจุดที่สัญญาณขาดหายไปเมื่อดาวเทียมลับขอบฟ้า
  • ดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) มีระยะเวลาการโคจรผ่านสั้นกว่าดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า (GEO)
  • สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า โดยสว่างกว่าดาวศุกร์

การโคจรผ่าน (Orbital Pass) หรือเรียกสั้นๆ ว่า "พาส" (Pass) คือช่วงเวลาที่ยานอวกาศหรือดาวเทียมเคลื่อนที่อยู่เหนือเส้นขอบฟ้าในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้จากจุดใดจุดหนึ่งบนพื้นโลก ทำให้สามารถสร้างการเชื่อมต่อสื่อสารแบบเส้นสายตา (Line-of-sight communication) กับสถานีภาคพื้นดิน เครื่องรับสัญญาณ หรือดาวเทียมรีเลย์ รวมถึงการสังเกตการณ์ด้วยสายตาได้

สถานีอวกาศนานาชาติ
สถานีอวกาศนานาชาติขณะโคจรผ่านเหนือพื้นโลก

คำศัพท์สำคัญในการโคจรผ่าน

ในการติดตามดาวเทียม มีคำศัพท์ทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้:

  • การรับสัญญาณ (Acquisition of Signal - AOS): จุดเริ่มต้นของการโคจรผ่าน เมื่อสถานีภาคพื้นดินเริ่มรับสัญญาณจากดาวเทียมได้
  • การสูญเสียสัญญาณ (Loss of Signal - LOS): จุดสิ้นสุดของการโคจรผ่าน เมื่อดาวเทียมเคลื่อนที่ลับขอบฟ้าไป
  • เวลาที่เข้าใกล้ที่สุด (Time of Closest Approach - TCA): จุดที่ดาวเทียมเคลื่อนที่มาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับผู้สังเกตการณ์บนพื้นดินมากที่สุด

ปัจจัยที่มีผลต่อเวลาและระยะเวลาของการโคจรผ่าน

ระยะเวลาที่ดาวเทียมจะปรากฏให้เห็นนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่:

  • ลักษณะของวงโคจร: ดาวเทียมในวงโคจรค้างฟ้า (Geosynchronous Orbit) อาจมองเห็นได้ตลอดเวลาจากสถานีเดียว ในขณะที่ดาวเทียมในวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit - LEO) จะมีช่วงเวลาการโคจรผ่านที่สั้นมาก
  • ภูมิประเทศและสิ่งกีดขวาง: อาคารสูงหรือภูเขาบนพื้นดิน รวมถึงวัตถุในอวกาศ (สำหรับยานสำรวจดาวเคราะห์) อาจบดบังทัศนวิสัยและการสื่อสาร
  • ตำแหน่งของผู้สังเกต: ผู้ที่อยู่บนเส้นทางผ่าน (Ground track) ของดาวเทียมโดยตรงจะเห็นดาวเทียมได้นานที่สุด

นอกจากนี้ ในช่วงเริ่มต้นและสิ้นสุดของการโคจรผ่าน มักจะเกิด การสูญเสียกำลังสัญญาณ (Path loss) และ ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ (Doppler shifting) สูงที่สุดสำหรับดาวเทียมที่โคจรรอบโลก

การทำนายและการสังเกตการณ์ด้วยสายตา

ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันบนเว็บและมือถือมากมายที่ช่วยทำนายเวลาการโคจรผ่านของดาวเทียม สำหรับผู้ที่ต้องการสังเกตการณ์ด้วยตาเปล่า มีเงื่อนไขสำคัญคือดาวเทียมต้องสะท้อนแสงอาทิตย์มายังผู้สังเกต ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาพลบค่ำหรือรุ่งเช้า (Twilight hours) ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวเทียมยังได้รับแสงอาทิตย์แต่ผู้สังเกตอยู่ใต้เงาโลก

ปรากฏการณ์ Satellite Flare เกิดขึ้นเมื่อพื้นผิวที่เรียบและมันวาวของดาวเทียมสะท้อนแสงอาทิตย์อย่างรุนแรง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ซึ่งเป็นดาวเทียมที่มนุษย์สร้างขึ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีความสว่างสูงสุดถึงระดับ -5.9 ซึ่งสว่างกว่าดาวศุกร์เสียอีก

คำถามที่พบบ่อย

การโคจรผ่าน (Orbital Pass) คืออะไร?

คือช่วงเวลาที่ดาวเทียมเคลื่อนที่อยู่เหนือเส้นขอบฟ้า ทำให้สถานีภาคพื้นดินสามารถสื่อสารหรือมองเห็นดาวเทียมดวงนั้นได้

ทำไมเราถึงมองเห็นดาวเทียมได้ชัดเจนที่สุดในช่วงพลบค่ำ?

เพราะเป็นช่วงที่ผู้สังเกตอยู่ใต้เงาโลก (ท้องฟ้ามืด) แต่ดาวเทียมที่อยู่ในระดับสูงยังคงได้รับแสงอาทิตย์และสะท้อนแสงลงมายังพื้นโลก

TCA หมายถึงอะไรในการติดตามดาวเทียม?

TCA หรือ Time of Closest Approach คือเวลาที่ดาวเทียมเคลื่อนที่มาอยู่ในจุดที่ใกล้กับผู้สังเกตการณ์บนพื้นดินมากที่สุดในรอบการโคจรนั้น